กลิ่นอายความเย็นเยียบของกาแฟดำที่วางทิ้งไว้จนจืดสนิทบนโต๊ะกระจกใส แทบจะไม่ช่วยเจือจางความกดดันที่แผ่ซ่านอยู่ในห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดนี้ได้เลย
"จะรีบไปไหนล่ะหนูพอร์ช..."
น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราบเรียบ ทว่าหยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องได้ในเสี้ยววินาที "ในเมื่อปัญหายังไม่ทันเคลียร์... และฉัน... ในฐานะพ่อของคินน์ ยังไม่อนุญาตให้หนูก้าวออกจากชีวิตลูกชายฉันง่าย ๆ แบบนี้"
พอร์ชชะงักมือที่กำลังกำสายสะพายเป้ใบเก่าแน่น สันจามูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้น ตอนนี้กลับซ่อนร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการต่อ Nาคารกับโชคชะตาและเกมของผู้ใหญ่มานานนับเดือน เขาค่อย ๆ หันกลับไปสบตากับชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าถอดแบบมาจากคินน์อย่างไร้ที่ติ ทว่าแววตานั้นกลับคมกริบและเต็มไปด้วยความเฉียบขาดระดับนักธุรกิจใหญ่
"ผมคิดว่าสัญญาของเราสิ้นสุดลงแล้วครับ... คุณอา" พอร์ชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น "สิ่งที่ผมต้องทำในฐานะ 'ตัวแทน' หรือ 'เครื่องมือ' ตามที่อาเคยยื่นข้อเสนอ มันจบลงตั้งแต่รินกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
คุณกรวีร์—ประธานบริหารเครืออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ถอนหายใจยาวนาน มือหนาวางแก้วกาแฟลงกระทบโต๊ะเบา ๆ เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ
"หนูพอร์ยมองโลกในแง่ร้ายเกินไป หรือไม่... หนูก็พยายามหลอกตัวเองว่าคินน์ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย" คุณกรวีร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ถอดพิมพ์ทรงความซึนและดื้อดึงมาจากลูกชายไม่มีผิดเพี้ยน "แกคิดว่าฉันเป็นพ่อประสาอะไร ถึงดูไม่ออกว่าไอ้ลูกชายตัวดีของฉันมันคลั่งรักหนูจนแทบจะพลิกแผ่นดินอยู่แล้ว... แต่ก็นั่นแหละ นิสัยปากแข็งมันคงได้เชื้อฉันไปเต็ม ๆ"
พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำว่า 'คลั่งรัก' จากปากผู้เป็นพ่อของคินน์มันช่างตอกย้ำความเจ็บปวดเสียดแทง... ถ้าคินน์รักเขาจริง คินน์จะไม่ปล่อยให้รินเดินเข้ามาเหยียบย่ำความรู้สึกของเขาในวันที่สัญญาฉบับนี้เดินทางมาถึงวันสุดท้าย คินน์จะไม่ยืนนิ่งเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกในวันที่เขาตัดสินใจแบกเป้เดินออกจากนรกโลกันต์นี่หรอก
"ถ้าเขาคลั่งรักผมจริง... เขาคงไม่ยืนมองผมเก็บของอยู่ตรงนั้นหรอกครับ" พอร์ชแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบจะเอ่อล้นขอบตา "ปล่อยผมไปเถอะครับคุณอา ให้ผมได้เดินออกไปจากชีวิตที่มันไม่ใช่ของผมตั้งแต่แรก... แบบนี้น่าจะดีกับทุกฝ่ายที่สุดแล้ว"
พูดจบ พอร์ชก็ไม่รอฟังคำอนุญาตใด ๆ อีกต่อไป เขารีบหมุนตัวแล้วก้าวเท้าฉับ ๆ ไปที่ประตูกระจกบานใหญ่ทันที เสียงลากกระเป๋าเดินทางล้อไปกับพื้นไม้ปาร์เกต์ดังสะท้อนก้องในความเวิ้งว้างของห้องโถงใหญ่... ไม่มีเสียงรั้ง ไม่มีแม้แต่เงาของร่างสูงโปร่งที่เขาเฝ้ารอคอยปาฏิหาริย์มาตลอดสามสิบวัน
*แกร็ก...*
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับลมหนาวระลอกสุดท้ายของเดือนที่พัดกรรโชกเข้ามาปะทะใบหน้า พอร์ชก้าวเท้าพ้นขอบประตู ออกมาสู่โลกกว้างที่เขาต้องเผชิญหน้าเพียงลำพังอีกครั้ง หัวใจดวงน้อยร้าวรานจนแทบแหลกสลาย เขาปิดประตูลงเบา ๆ พร้อมกับหยดน้ำตาเม็ดแรกที่ร่วงเผาะลงกระทบหลังมือ
ทันทีที่ลับตาจากห้องนั้น ขาทั้งสองข้างของพอร์ชก็แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ปล่อยให้สะอื้นไห้ออกมาเงียบ ๆ ในมุมบันไดหนีไฟของคอนโดมิเนียมหรู ความเงียบงันและกลิ่นอายความอ้างว้างโอบกอดเขาไว้ราวกับจะเยาะเย้ยความพยายามทั้งหมดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องเพนต์เฮาส์ที่ว่างเปล่า...
คินน์ยืนนิ่งสนิทอยู่ริมระเบียงกระจกฝ้าตั้งนานแล้ว มือหนาที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ข้อนิ้วขาวซีดด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาคมกลาสสะท้อนภาพแผ่นหลังเล็กที่เดินจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ นัยน์ตาคู่คมที่เคยเยชาและเรียบเฉยมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกที่เจ้าตัวไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส
"ทำไมไม่รั้งเขาไว้ล่ะไอ้ลูกชายโง่" เสียงทุ้มต่ำของคุณกรวีร์ดังขึ้นจากด้านหลัง โดยไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ "ปล่อยให้คนที่แกหวงยิ่งกว่าไข่ในหินเดินออกไปจากชีวิต... แกคิดว่าตัวเองใจแข็งพอที่จะอยู่โดยไม่มีเด็กคนนั้นจริง ๆ เหรอ"
คินน์ไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสาป ร่างกายชาดิกตั้งแต่ปลายนิ้วจรดหัวใจ เสียงล้อกระเป๋าเดินทางที่ค่อย ๆ ห่างออกไปในความเงียบของตึกชั้นบนสุดดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือเสียงกรีดร้องที่ดังที่สุดในชีวิตของทายาทหนุ่มผู้เพียบพร้อม
เขายึดมั่นในความสมบูรณ์แบบมาตลอดชีวิต เขาเชื่อว่าการควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกรอบคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด แต่พอร์ช... เด็กหนุ่มปากเก่งที่ก้าวเข้ามาปั่นป่วนโลกอันเงียบงันของเขาราวกับพายุลูกใหญ่ กลับทำให้เขารู้ซึ้งว่า การสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป มันทรมานยิ่งกว่าการตายทั้งเป็นเสียอีก
*ติ๊ง...*
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนในมือถือเครื่องหรูดังขึ้นเบา ๆ ขัดจังหวะความเงียบงัน คินน์ก้มมองหน้าจอด้วยแววตาว่างเปล่า นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดเปิดดูข้อความสั้น ๆ จากเบอร์แปลกหน้าที่ส่งเข้ามาพร้อมพิกัดสด
*(ถ้ามึงยังปอดแหكอยู่แบบนี้... เตรียมตัวรับศพกูในฐานะหมาหัวเน่าได้เลย เพราะกูจะพาพอร์ชไปจากกรุงเทพฯ เที่ยวบินตีสองนี้)*
ข้อความจาก 'ริน' แฟนเก่าตัวแสบที่จงใจส่งภาพถ่ายคู่กับพอร์ชที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟด่วนพิเศษสายใต้ในสภาพเปียกปอนจากละอองฝน
ดวงตาของคินน์เบิกกว้างขึ้นในเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เขาสสะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตาเดียว! เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่านถึงขีดสุด ความหวงแหน ความคลั่งรัก และสัญชาตญาณดิบที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาราวกับเขื่อนแตก
ไอ้เวรริน... กล้าดียังไงถึงแตะต้องคนของเขา!
คินน์หันขวับคว้ากุญแจรถซูเปอร์คาร์บนโต๊ะด้วยความเร็วแสง ร่างสูงใหญ่พุ่งตัวออกจากห้องพักด้วยความเร็วระดับพายุหมุน โดยไม่สนใจเสียงเรียกไล่หลังของผู้เป็นพ่อแม้แต่น้อย เขาวิ่งฝ่าความมืดลงลิฟต์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำราวกับจะทะลุออกมานอกอก
ท้องถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ สายฝนปรอยเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง สร้างความพร่ามัวให้กับกระจกรถ แต่คินน์เหยียบคันเร่งมิดไมล์อย่างไร้ความกลัว ความเร็วกว่าสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงพุ่งทะยานผ่านตึกรามบ้านช่องที่มืดสนิท เป้าหมายเดียวในหัวสมองของเขาตอนนี้มีเพียงสถานีรถไฟปลายทาง และเด็กดื้อที่บังaอาจท้าทายอำนาจความคลั่งรักของเขา
รถคันหรูเบรกเอี๊ยดลั่นสนั่นลานจอดรถสถานีรถไฟด่วนพิเศษในเวลาเกือบเที่ยงคืน คินน์ก้าวลงจากรถโดยไม่แม้แต่จะหยิบร่ม เขายอมปล่อยให้สายฝนเย็นเฉียบซัดสาดร่างสูงจนเปียกปอนไปทั้งตัว สายตาคมกวาดมองหาเป้าหมายท่ามกลางฝูงชนที่กำลังทยอยขึ้นขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้าย
และแล้ว... ภาพแผ่นหลังคุ้นเคยในเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ตัวเก่งก็ปรากฏอยู่ตรงชานชาลาที่สาม ข้าง ๆ กันนั้นคือร่างโปร่งของรินที่กำลังเอื้อมมือจะแตะไหล่บางเพื่อโน้มน้าวอะไรบางอย่าง
หัวใจของคินน์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวพุ่งพล่านจนแทบคลุ้มคลั่ง เขาไม่รอให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว สองขายาววิ่งฝ่าสายฝนพุ่งตรงไปยังชานชาลานั้นด้วยความเร็วสูงสุด
"พอร์ช!"
เสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนก้องผ่านสายฝนและเสียงหวูดรถไฟดังลั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ หยุดทุกการเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่ในทันที พอร์ชสะดุ้งสุดตัว ร่างบางค่อย ๆ หันขวับกลับมามองตามเสียงเรียกนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากจะเชื่อ
ทว่า... ก่อนที่พอร์ชจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างสูงเปียกปอนของคินน์ก็พุ่งเข้ามาถึงตัว เขากระชากแขนเรียวของพอร์ชให้เข้ามาอยู่ในอ้อมอกแกร่งอย่างแรงด้วยแรงอารมณ์ทั้งหมดที่มี ก่อนจะกดริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มของคนตรงหน้าอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของรินและผู้คนรอบข้างที่หันมามองเป็นตาเดียว!
---------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความซึนและอินไปกับความคลั่งรักของคินน์และพอร์ชนะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - หิมะแรกในโตเกียว
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 23
วันสุดท้ายของสัญญา
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!