ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 22

จุดแตกหักกลางห้องโถง

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาล M ช่างเย็นเยียบและบาดลึกเสียจนคนไข้บนเตียงรู้สึกราวกับปอดถูกแช่แข็งด้วยละอองหิมะ พอร์ชขยับตัวด้วยความยากลำบาก ผ้าพันแผลสีขาวสะอาดที่พันรอบศีรษะและแขนข้างซ้ายส่งผลให้ทุกอริยาบทกลายเป็นความเจ็บร้าวระบม แต่ความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้เลยกับรอยแผลเป็นเหวอะหวะในอกที่ถูกกรีดซ้ำด้วยประโยคเดิม ๆ จากปากของริน แฟนเก่าผู้มาเยือนพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน "นายคิดจริง ๆ เหรอพอร์ช ว่าคนอย่างคินน์จะยอมลดตัวมาผูกพันกับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนายไปตลอดรอดฝั่ง?" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่จ้วงแทงลงกลางใจ "เขาแค่เก็บนายไว้แก้เบื่อ... ระหว่างรอวันที่ฉันกลับมาต่างหากล่ะ" พอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้แดงก่ำด้วยพิษไข้และความอัดอั้น ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาอดทนรับคำดูถูก สานความสัมพันธ์ที่เปราะบาง และพยายามก้าวข้ามกำแพงความเย็นชาของคินน์ด้วยหัวใจที่จริงแท้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันและการปล่อยให้คนนอกเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ถ้าคิดว่าเขาเป็นแค่ของเล่น... แล้วเธอจะมานั่งร้อนรนอยู่ตรงนี้ทำไมล่ะครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันลืมไปว่าคนบางคนมันไร้ค่าเสียจนต้องคอยวิ่งตามเก็บเศษความสนใจจากผู้ชายที่เขาเขี่ยทิ้งไปแล้ว" พอร์ชสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบคมดั่งใบมีด รินหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ปากเก่งให้มันได้ตลอดเถอะพอร์ช คินน์เขากำลังจะเซ็นสัญญาโปรเจกต์ใหญ่กับครอบครัวฉัน ถ้านายยังไม่อยากเป็นตัวภาระที่ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้า... ก็ไสหัวออกไปซะจากชีวิตเขาเถอะ" คำพูดนั้นทำหน้าที่ราวกับไม้ขีดไฟที่ถูกโยนลงบนกองฟางแห้ง พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความภาคภูมิใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดถูกขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยความหรูหรา—ข้าวของทุกชิ้นในนี้เป็นของคินน์ และเขาก็เป็นเพียงคนอาศัยที่ไร้สิทธิ์มีเสียงใด ๆ แม้กระทั่งในวันที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากอุบัติเหตุหน้าคอนโด คินน์ก็ยังเลือกที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวตามลำพัง ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดักชันเนี๊ยบ คินน์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวเพิ่งฝ่าการจราจรและงานประชุมอันเร่งรีบมาด้วยความร้อนรน "ริน คุณมาทำอะไรที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง "คินน์... รินแค่แวะมาเยี่ยมพอร์ชาค่ะ เห็นว่าเขาอุบัติเหตุ น่าสงสารออก" รินเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนหวานทันที เดินเข้าไปใกล้พร้อมจะแตะแขนแกร่ง แต่คินน์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างไม่ใยดี สายตาของเขาพุ่งตรงไปที่ร่างบนเตียง พอร์ชแค่นหัวเราะหยันให้กับภาพตรงหน้า—ความห่วงใยจอมปลอมที่มาพร้อมกับความลังเล ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แม้จะเจ็บร้าวไปทั้งร่าง แต่เขาก็ฝืนดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง แขนข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกยันฟูกเตียงไว้แน่น ดวงตาคู่สวยสบตากับคินน์ตรง ๆ ไม่มีแววออดอ้อนหรือเรียกร้องความเห็นใจอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว "มองอะไร?" คินน์ขมวดคิ้วถาม น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดตามสไตล์คนปากแข็งที่ซ่อนความกังวลไว้ใต้ท่าทีเย็นชา "ฟื้นมาก็หาเรื่องเลยนะพอร์ช หมอสั่งให้พักผ่อน ทำไมถึงดื้อแบบนี้" "ฉันจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้" พอร์ชพูดเสียงเรียบ เด็ดขาด จนคินน์ชะงักไป "บ้าหรือเปล่า หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากห้องนี้ด้วยซ้ำ อาการทางสมองกับแผลที่หัวนายยังต้องดูอาการ—" "และฉันจะเก็บของย้ายออกจากคอนโดของคุณด้วย" พอร์ชสวนขึ้นมาทันควัน ตัดบทความห่วงใยที่แสนจะน่ารำคาญนั้นทิ้ง ประโยคที่เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางห้องโถงเงียบงัน ทำให้รินยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ขณะที่คินน์เบิกตากว้าง สีหน้าเย็นชาพังทลายลงในเสี้ยววินาที "พอร์ช... นายพูดบ้าอะไรออกมา?" คินน์ก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดเตียง มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าไหล่บาง แตพอร์ชกลับเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจสัมผัส "ไม่ได้บ้าครับ คินน์" พอร์ชเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูง ดวงตารื้นน้ำแต่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าว "ฉันทนอยู่จุดนี้ไม่ได้อีกแล้ว ทนกับการเป็นตัวตลกในชีวิตคุณ ทนกับการถูกคนของคุญมาเหยียบย่ำ และทนกับความสัมพันธ์เฮงซวยที่มีแต่ฉันพยายามอยู่ฝ่ายเดียว" "พอร์ช!" คินน์ตวาดลั่นห้อง ความเย็นชาที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดไว้ด้วยความโกรธ "อย่ามางี่เง่าในเวลานี้! ฉันเคลียร์ทุกอย่างให้แล้ว นายต้องการอะไรอีกล่ะห๊ะ?" "ฉันไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณเลยคินน์..." พอร์ชแค่นยิ้ม หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม แต่มันไม่ได้ดูน่าสงสาร ตรงกันข้าม... มันคือหยาดน้ำตาแห่งการตัดเยื่อใยที่เด็ดเดี่ยวที่สุด "สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดตอนนี้ คือการไปให้พ้นจากชีวิตคุณ... ตลอดกาล" ร่างบางพยายามดึงสายน้ำเกลือออกจากหลังมือด้วยความเร่งรีบจนเลือดซึมออกมาเปื้อนผ้าพันแผล คินน์เห็นดังนั้นก็สติหลุด เขาพุ่งเข้ามาจับข้อมือพอร์ชไว้แน่น แรงบีบที่สะท้อนถึงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่สุดทำให้พอร์ช นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ "ปล่อยฉัน!" พอร์ชสะบัดสุดแรง "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" "ฉันไม่ปล่อย!" คินน์คำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและหวาดหวั่นระคนกัน เขาไม่เคยกลัวอะไรในชีวิต... ไม่เคยเลย จนกระทั่งได้เห็นแววตาที่ว่างเปล่าราวกับจะหายลับไปจากโลกนี้ของคนตรงหน้า "นายไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้นพอร์ช! นายเป็นของฉัน!" "ของเล่นชิ้นนี้พังแล้วครับคุณคินน์" พอร์ชยิ้มหยัน ทั้งน้ำตาไหลพราก "เชิญคุณไปมีความสุขกับคนที่คู่ควรเถอะ... ส่วนฉัน จะขอคืนอิสรภาพให้ตัวเอง" พอร์ชใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักอกแกร่งออกจนคินน์เซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะก้าวขาลงจากเตียงโดยไม่สนความเจ็บปวดที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ร่างบางโซเซเล็กน้อยแต่กัดฟันเดินตรงไปยังประตูห้อง ทิ้งให้คินน์ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้อยู่กลางพายุหมุน ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะได้สัมผัสกับลูกบิดประตูเพื่อก้าวออกไปสู่อิสรภาพที่โหยหา บานประตูกลับถูกผลักเปิดผางจากด้านนอกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทภูมิฐานที่ก้าวเข้ามาพร้อมบอดี้เกิร์ดนับสิบชีวิต บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีเมื่อผู้มาใหม่กวาดสายตาคมกริบมองทุกคนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "จะรีบไปไหนล่ะหนูพอร์ช..." น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นราบเรียบ ทว่าหยุดทุกการเคลื่อนไหวในห้องได้ในเสี้ยววินาที "ในเมื่อปัญหายังไม่ทันเคลียร์... และฉัน... ในฐานะพ่อของคินน์ ยังไม่อนุญาตให้หนูก้าวออกจากชีวิตลูกชายฉันง่าย ๆ แบบนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%