เศษกระจกใสที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นพรมราคาแพงสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัว ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องทำงานของคินน์ในเสี้ยววินาที รินที่ยืนอยู่ใกล้หน้าต่างกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจจนเสียงหลง ก่อนจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างหมดมาด
ทว่า ในสถานการณ์ที่บีบคั้นและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย สัญชาตญาณดิบของคินน์กลับทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทเนี้ยบพุ่งตัวข้ามโต๊ะทำงานมาคว้าเอวบางของพอร์ชที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ใกล้ ๆ ลากตัวอีกฝ่ายให้หลบเข้ามาอยู่ในมุมอับหลังเสาปูนคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย! คินน์... ปล่อยนะ เวรกรรมอะไรวะเนี่ย!" พอร์ชอุทานเสียงดังด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความกลัว แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังอดไม่ได้ที่จะสะบัดไหล่หนาออกเบา ๆ
"อยู่นิ่ง ๆ ถ้านายไม่อยากตาย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงต้นคอทำให้ขนลุกซู่ คินน์ไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งกดหัวของพอร์ชให้ซบลงกับอกแกร่งเพื่อปกป้องจากเศษกระจกและอันตรายที่อาจพุ่งเข้ามาอีก ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นสีดำสนิทออกจากลิ้นชักลับใต้มือถืออย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาและดุดันราวนักล่าในความมืด
ความเงียบงันเข้าปกคลุมอยู่หลายวินาที มีเพียงเสียงหอบหายใจระทึกของรินที่ดังแว่วมาจากมุมห้อง
"คินน์... ช่วยรินด้วย รินกลัว..." เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยเรียกชื่ออดีคนายเก่าด้วยความหวาดผวา แต่คินน์กลับไม่ได้ขยับตัวไปไหน สายตายังคงจดจ้องไปยังช่องหน้าต่างที่แตกละเอียดเพื่อรอจังหวะของบุคคลปริศนาที่อาจบุกเข้ามา
"ถ้าเธอแหกปากอีกคำเดียว ฉันจะโยนเธอออกไปให้ข้างนอกจัดการเอง" คินน์เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความรำคาญ รินสะดุ้งเฮือกและปิดปากเงียบสนิทในทันที
พอร์ชที่ถูกกอดแนบอกอยู่เงียบ ๆ ค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลงได้ ความอบอุ่นจากร่างกายของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนายจ้าง (ในอดีต) แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนความหวาดกลัวเมื่อครู่เริ่มเจือจางลง แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะหน้าสิ่วหน้าขวานแค่ไหน แต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจาง ๆ จากตัวคินน์กลับทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
ไม่มีการบุกรุกซ้ำ ไม่มีเสียงฝีเท้าของใคร ปีนป่ายเข้ามาทางหน้าต่างชั้นสิบห้า
ผ่านไปเกือบสิบนาที ระบบไฟสำรองฉุกเฉินของอาคารก็ทำงาน แสงไฟสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง เปิดเผยให้เห็นสภาพความเสียหาย เศษกระจกเกลื่อนกลาด และก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นที่ถูกโยกเข้ามาตกอยู่กลางห้อง บนก้อนหินมีกระดาษโน้ตสีเหลืองแปะอยู่พร้อมข้อความสั้น ๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ
*‘เตือนครั้งที่หนึ่ง ครั้งต่อไปไม่ใช่แค่กระจก’*
คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกจากร่างสูงจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขากดโทรศัพท์เรียกทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวขึ้นมาจัดการเคลียร์พื้นที่ทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองรินที่กำลังนั่งตัวสั่นงก ๆ อยู่บนพื้น
"หมดเวลาทำงานแล้วค่ะคุณชายคินน์" พอร์ชดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัวเบา ๆ ก่อนจะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ แม้ใบหน้าจะยังคงมีร่องรอยของความตกใจ แต่ริมฝีปากบางก็ยังแยกเขี้ยวใส่ได้อย่างเคย "ดูท่าทางวันนี้ นายคงไม่ได้พักผ่อนอย่างสงบแน่ ๆ ฉันว่าฉันขอตัวกลับหอดีกว่า ขืนอยู่ต่อฉันอาจจะโดนลูกหลงหัวขาดก่อนเรียนจบ"
"ใครบอกว่านายจะได้กลับ?" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความดื้อรั้นเอาแต่ใจแบบที่พอร์ชเกลียดนักหนา "ห้องนายไม่ปลอดภัย พรุ่งนี้ตำรวจต้องไปตรวจค้นเพราะมีคดีบุกรุก วันนี้... นายต้องไปกับฉัน"
"นี่! ฉันไม่ใช่ลูกหมานะ จะได้ลากไปไหนมาไหนตามใจชอบ!" พอร์ชตาทอประกายกร้าว เท้าสะเอวมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "อีกอย่าง แฟนเก่าคุณก็ยังนั่งตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ตรงนั้น จะให้ฉันหน้าด้านตามคุณไปตบยุงที่ไหนอีกรึไง"
รินที่ได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาทำหน้าตาน่าสงสารส่งให้คินน์ทันที "คินน์คะ รินกลัว... พาหนีไปด้วยกันเถอะนะ"
คินน์ปรายตามองรินด้วยหางตาเพียงนิดเดียว น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไร้ซึ่งเยื่อใยสิ้นเชิง "คนขับรถรออยู่ข้างล่างแล้ว ให้เขาไปส่งเธอที่คอนโดส่วนตัวของเธอซะ แล้วอย่าเสนอหน้ามาที่นี่อีกถ้าฉันไม่เรียก"
รินหน้าซีดเผือดลงทันที เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องด้วยความอับอาย โดยมีบอดี้ガードเดินประกบตามออกไปอย่างไม่ไกล
เมื่อห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงแค่เขากับพอร์ชสองต่อสอง คินน์ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะคว้าข้อมือบางของคนที่กำลังจะเดินหนีออกไปทางประตู
"ปล่อยนะโว้ย!"
"ฉันไม่ได้ลานายมาเป็นลูกจ้าง" คินน์ดึงรั้งร่างบางให้เซเข้ามาปะทะอกแกร่งอีกครั้ง ก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมจนคนฟังถึงกับใจกระตุก "วันนี้... ถือว่าเราลาออกจากสถานะบ้า ๆ นั่นชั่วคราว ไปเที่ยวกัน"
"ฮะ? นายบ้าไปแล้วรึไง กระจกเพิ่งแตก เกือบตายคาห้องทำงานเนี่ยนะ ยังจะมีอารมณ์ไปเที่ยวอีกเหรอ?" พอร์ชอ้าปากค้าง มองหน้าคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เชื่อสายตา
"เพราะเกือบตาย ฉันถึงรู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด" คินน์ไม่พูดเปล่า เขาดึงมือพอร์ชให้เดินตามออกไปที่ลิฟต์ส่วนตัวทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถใต้ดินฝ่าสายฝนโปรยปรายยามค่ำคืนในมหานครที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ คินน์ไม่ได้พาพอร์ชกลับคฤหาสน์ตระกูลอัคร The Great หรือคอนโดหรูใจกลางเมือง แต่เขาขับรถมุ่งหน้าออกไปยังชานเมือง มุ่งสู่ "ตลาดนัดริมน้ำยามค่ำคืน" ที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านและกลิ่นหอมของอาหารสตรีทฟู้ดตลบอบอวล
พอร์ชกวาดสายตามองบรรยากาศรอบตัวด้วยความประหลาดใจ คินน์ในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วกำลังเดินอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันและกลิ่นปิ้งย่างของร้านค้าข้างทาง ภาพลักษณ์ทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นเมื่อถูกคนเดินเบียดไหล่
"มองอะไร?" คินน์หันมาถามเสียงดุ เมื่อเห็นพอร์ชเอาแต่จ้องหน้าเขาไม่วางตา
"เปล่า... แค่คิดว่าคุณแต่งตัวผิดธีมอย่างแรง" พอร์ชหัวเราะคิกคัก ยอมรับว่าภาพนี้มันตลกและแปลกตาเป็นบ้า "คุณชายคินน์ผู้รักความสะอาดสะอ้าน ต้องมาเดินเบียดฝูงชนในตลาดโต้รุ่งเนี่ยนะ โลกจะแตกหรือไง"
"ถ้าโลกจะแตก อย่างน้อยฉันก็ได้กินก๋วยเตี๋ยวร้านนั้นก่อนตาย" คินน์พยักพเยิดหน้าไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำเจ้าดังที่มีคิวยาวเหยียด ก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือของพอร์ชมากำไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้ถูกผู้คนเบียดจนพลัดหลงกัน "เดินตามมาดี ๆ อย่าปล่อยมือฉันเข้าใจไหม"
ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมกระชับแน่นทำเอาพอร์ชรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างไร้สาเหตุ เขาพยายามจะสะบัดมือออกแต่ก็ถูกบีบแน่นขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายจึงทำได้เพียงยอมปล่อยให้ตัวเองถูกจูงมือเดินลัดเลาะฝูงชนไปเรื่อย ๆ
ทั้งคู่เลือกโต๊ะมุมสุดของร้านก๋วยเตี๋ยวริมน้ำ ลมเย็น ๆ พัดโชยมาปะทะผิวหน้าท่ามกลางแสงไฟจากหลอดไฟนีออนสีส้มสลัว บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างแปลกประหลาด ไร้ซึ่งกฎระเบียบ ไร้ซึ่งสัญญาจ้างงาน และไร้ซึ่งเงาของบุคคลที่สามเข้ามาคั่นกลาง
ชามก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้อน ๆ ถูกวางลงตรงหน้า คินน์มองชามตรงหน้าด้วยสายตาลังเลเล็กน้อยตามประสาคนรักความสมบูรณ์แบบ พอร์ชที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบลูกชิ้นในชามของตัวเองแล้วยื่นไปจ่อatริมฝีปากของอีกฝ่าย
"อ่ะ ลองชิมดู อร่อยกว่าอาหารมิชลินสตาร์ที่นายกินทุกวันแน่นอน"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองสลับระหว่างลูกชิ้นในตะเกียบกับใบหน้าหวานที่กำลังส่งยิ้มกวน ๆ ให้ หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยกำแพงความระแวดระวังกลับไหววูบอย่างรุนแรง เขายอมอ้าปากรับลูกชิ้นเข้าปากเคี้ยวช้า ๆ รสชาติจัดจ้านผสมผสานกับบรรยากาศตรงหน้าทำให้ทุกอย่างมันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
"เป็นไง? อร่อยจนพูดไม่ออกเลยล่ะสิ" พอร์ชหัวเราะร่า
คินน์วางตะเกียบลงในชาม โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะแคบ ๆ นั้นจนระยะห่างระหว่างเขากับพอร์ชเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาสีเข้มฉายประกายความหวานลึกซึ้งที่ทำเอาคนมองถึงกับหายใจติดขัด
"อร่อยจริง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา แต่สายตาไม่ได้มองที่ชามก๋วยเตี๋ยว กลับจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้าไม่วางตา "แต่ชิมอย่างอื่น น่าจะอร่อยกว่านี้..."
พอร์ชหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก กำ ริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอาย "นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย กินเข้าไปเลยนะ!"
คินน์หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจและอบอุ่นที่สุดเท่าที่พอร์ชเคยได้ยินจากผู้ชายคนนี้ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงสายฝนปรอย ๆ และเสียงหัวใจของเขาสองคนที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเคมีกำลังฟุ้งกระจายจนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้น ๆ ที่ปรากฏขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงอีกครั้ง
พอร์ชสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอ? หน้าเครียดเชียว"
คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาพอร์ช แววตาสั่นระริกด้วยความตกใจปนโกรธกรำ ก่อนที่เขาจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของพอร์ชเย็นเฉียบลงในพริบตา
"รถที่ส่งรินกลับ... ระเบิดกลางทาง"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ละลายความเย็นชาของคินน์และพอร์ชนะคะ มาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
— หิมะแรกในโตเกียว
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 18
เดทลับในวันหยุด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!