“นายจะกลับไปหาเขา หรือจะอยู่กับฉัน เลือกมาเดี๋ยวนี้ พอร์ช”
คำถามนั้นห้วนสั้นและเย็นเยียบ แต่คนพูดกลับเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของพอร์ชชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ คินน์ขังร่างของเขาไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่ง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของชายหนุ่มปะทะเข้ากับจมูกจนพอร์ชหายใจติดขัด
“คำถามนี้น่าจะถามตัวเองมากกว่านะคุณคินน์” พอร์ชเชิดหน้าขึ้น สบตาสีเข้มที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด “คนที่ยืนลังเลอยู่หน้าประตูตอนรินมาหา ก็เป็นคุณไม่ใช่เหรอ”
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ถ้าฉันอยากกลับไปหาเขา ฉันจะยอมยืนให้เธอประชดประชันอยู่ตรงนี้หรือไง”
“ปากดี” พอร์ชเบือนหน้าหนี แต่ก็ถูกมือหนาคว้าคางให้กลับมาสบตา “คุณน่ะ ปากบอกไม่แคร์ แต่การกระทำของคุณมันสวนทางกันหมด รินแค่น้ำตาคลอเบ้า คุณก็แทบจะวิ่งไปปลอบเขาทั้งที่เป็นคนผลักไสเขามากับมือ”
คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขากดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่วูบไหวของพอร์ช ความเงียบงันในห้องทำงานกว้างขวางเริ่มบีบคั้นอากาศจนน่าอึดอัด ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น
“หึงเหรอ?”
“ใครจะไปหึงคนบ้าอำนาจแบบคุณ” พอร์ชเถียงเสียงแข็ง ทว่าหัวใจกลับเต้นผิดจังหวะ “ผมแค่ไม่อยากเป็นตัวตลกในเกมรีเทิร์นของคุณเท่านั้นแหละ ปล่อยได้แล้ว”
คินน์ไม่ปล่อย แต่กลับออกแรงกดวงแขนให้แน่นขึ้นอีก เขาไม่ได้มองหน้าคนในอ้อมกอด แต่สายตาตวัดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงในยามค่ำคืน “รินเป็นแค่เศษเสี้ยวของอดีตที่ฉันกำลังจัดการให้จบ ส่วนเธอ...”
เขาเว้นจังหวะไปนานจนพอร์ชเผลอกลั้นหายใจ
“เธอเป็นปัจจุบันที่ฉันกำลัง... จะทำยังไงกับเธอก็ยังนึกไม่ออก”
คำพูดนั้นแม้จะฟังดูเหมือนการดูถูก แต่แววตาที่คินน์ใช้มองพอร์ชในจังหวะนี้กลับเต็มไปด้วยความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด มือข้างหนึ่งของคินน์เลื่อนมาสัมผัสพวงแก้มของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างจากวาจาอย่างสิ้นเชิง มันคือสัมผัสที่บ่งบอกว่าเขากำลังหวงของชิ้นนี้มากแค่ไหน
พอร์ชรับรู้ได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่นิ้วโป้งของคินน์คลึงลงบนริมฝีปากของเขา ความเย่อหยิ่งของคินน์กำลังพังทลายลงทีละน้อยภายใต้ความต้องการที่เขายังหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้
“ถ้าเลือกไม่ได้ ก็ถอยไป” พอร์ชพยายามรวบรวมสติ แม้เสียงจะเริ่มสั่น “อย่าเอาผมไปแขวนไว้กับความเย็นชาของคุณอีกเลย ผมเหนื่อย”
“ใครบอกว่าให้ไป?” คินน์กดเสียงต่ำลง พุ่งสายตาดุดันใส่ “ฉันบอกให้เธอไปตอนไหน พอร์ช... อย่าพยายามทำตัวเป็นเจ้าของความคิดของฉัน เพราะสิ่งที่ฉันคิดอยู่น่ะ... เธอไม่มีทางคาดถึงหรอก”
ท่ามกลางความตึงเครียด มือถือของคินน์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสว่างวาบขึ้นพร้อมข้อความที่เด้งรัว พอร์ชเหลือบมองเห็นชื่อ ‘ริน’ เด่นหราบนหน้าจอพร้อมกับข้อความว่า *‘คินน์คะ รินไม่สบาย ช่วยมาหาหน่อยได้ไหม... รินมีเรื่องจะบอกเรื่องคืนนั้น’*
คินน์เหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนจะคว้ามันขึ้นมาแล้วกดปิดเครื่องโยนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขากลับมาสนใจพอร์ชที่ยังยืนค้างอยู่ตรงหน้า
“เลิกมองหน้าจอเสียที สนใจแค่คนตรงหน้าก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง”
“คุณ... ทำไมถึงทำแบบนี้?” พอร์ชถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“เพราะเธอสำคัญกว่าข้อความไร้สาระพวกนั้น” คินน์ตอบสั้นๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ใบหูของเขาเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ โดยไม่รู้ตัว เขาหมุนตัวกลับไปทางอื่นเพื่อซ่อนความประหม่าก่อนจะพึมพำเสียงเบา “อย่าให้ต้องพูดซ้ำ... ฉันเกลียดการรอนานๆ และยิ่งเกลียดเวลาที่เธอทำท่าจะหนีไปจากสายตาฉัน”
พอร์ชยืนนิ่งงัน คำสารภาพที่ไม่เหมือนสารภาพของคินน์กำลังทำลายกำแพงในใจของเขาจนราบคาบ คินน์ไม่ใช่คนหวานหู ไม่ใช่นักรักที่รู้จักการโอ๋ แต่ทุกการกระทำที่ผ่านมา ทั้งการปกป้อง ทั้งความหึงหวงที่แสดงออกผ่านความปากจัด มันคือวิธีที่ผู้ชายแบบคินน์ใช้ยืนยันความรู้สึกตัวเอง
แต่ก่อนที่พอร์ชจะได้เอ่ยอะไรตอบกลับไป เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
ร่างระหงของรินยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตู ใบหน้าสวยหวานอาบไปด้วยน้ำตา ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของพอร์ชที่ยืนอยู่ชิดกับคินน์
“คินน์คะ...” รินเสียงสั่นเครือ “รินพยายามโทรหาคุณแล้ว แต่ทำไม... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้กับรินคะ?”
คินน์หันกลับไปเผชิญหน้ากับริน แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กับพอร์ชเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งในทันที เขาก้าวไปขวางหน้าพอร์ชไว้โดยสัญชาตญาณราวกับจะปกป้องไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายคนของเขาได้
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมริน ว่าอย่าก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของฉัน” คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนรินต้องถอยกรูดไปหนึ่งก้าว
พอร์ชมองแผ่นหลังกว้างของคินน์ที่ยืนเด่นตระหง่านอยู่ตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเขารู้สึกได้ว่า... ดินแดนน้ำแข็งของคินน์ กำลังละลายลงเพียงเพื่อเขาคนเดียวเท่านั้น
ทว่า ในขณะที่รินกำลังจะอ้าปากเถียง ทันใดนั้น ไฟในห้องทำงานทั้งห้องก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังที่แตกกระจายเหมือนถูกของแข็งบางอย่างพุ่งเข้าปะทะอย่างแรง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังอยู่ข้างๆ คินน์และพอร์ชนะคะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 17
สารภาพรักแบบซึนๆ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!