"ถอยไปค่ะ พี่บอกว่าน้องพอร์ชจะไปกับพี่ ไม่ได้ยินเหรอครับ?"
เสียงทุ้มของ 'กรณ์' รุ่นพี่ปีสี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความจอแจของผับหรูใจกลางย่านทองหล่อ พร้อมกับมือหนาที่ยื่นเข้ามาฉุดข้อมือบางของพอร์ชเอาไว้โดยไม่ทันตั้งตัว รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ถูกส่งมาให้นั้นน่าหมั่นไส้ในสายตาคนมองเสียเหลือเกิน ยิ่งท่าทางจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอขาวเพื่อกระซิบกระซาบด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าหงุดหงิด
พอร์ชขมวดคิ้วมุ่น ชักมือกลับทันทีด้วยความรังเกียจ ดวงตากลมโตฉายแววกรุ่นโกรธ "พูดให้มันดี ๆ หน่อยครับรุ่นพี่ ผมบอกแล้วไงว่าผมจะกลับเอง แล้วนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่รุ่นพี่ต้องมายุ่ง ปล่อย!"
"แหม... อย่าใจร้ายนักเลยน่าพอร์ช คนสวยเขาก็ต้องคู่กับคนเปย์หนักสิครับ รถคันเป็นล้านของพี่ จอดรออยู่ด้านล่างแล้วนะ"กรณ์ยังคงตื๊อไม่เลิก แถมยังทำเนียนโอบไหล่บางเข้ามาใกล้ จนพอร์ชเตรียมจะเหยียบเท้าลงบนรองเท้าแบรนด์ดังอีกฝ่ายอยู่รำคาญ
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ส้นรองเท้าผ้าใบของพอร์ชจะได้สัมผัสพื้นรองเท้ารุ่นพี่ตัวดี
**เพี๊ยะ!**
เสียงกระทบเนื้อหนักหน่วงดังสนั่นกลบเสียงเพลงบีทหนักในร้านจนเงียบกริบชั่วขณะ แรงปะทะมหาศาลทำให้หน้าของกรณ์หันไปตามแรงเหวี่ยง ร่างสูงใหญ่เซถลาไปชนกับโต๊ะข้าง ๆ จนแก้วเครื่องดื่มล้มคว่ำกระจาย
พอร์ชเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับกรณ์อย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน
แผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย แผ่รังสีอำมหิตเย็นยะเยือกออกมาจนคนรอบข้างต้องรีบถอยรูดเปิดทางให้ ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก คินน์ยืนนิ่งสนิท มือข้างที่เพิ่งใช้ซัดหน้าคนอื่นค่อย ๆ กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดหันไปจ้องมองกรณ์ที่กำลังยกมือขึ้นกุมแก้มซีกขวาที่เริ่มขึ้นรอยแดงช้ำ
"ม...ึง เป็นใครวะ!"กรณ์สบถออกมาด้วยความเจ็บปวดและโมโห ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายต่อหน้าผู้คนนับสิบ "กล้าดียังไงมาต่อyผมวะ!"
คินน์ไม่ตอบคำถาม เขาย่างสามขุมเข้าไปหารุ่นพี่ตัวดีด้วยก้าวเท้าที่มั่นคงและดุดัน รัศมีความเย่อหยิ่งและเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจนกรณ์เผลอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่คมที่มักจะเรียบนิ่งไร้อารมณ์ยามนี้กลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล
"จำไว้... ว่าอย่าเอาเสนียดจัญไรมาแตะต้องคนของกู"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดเจน มันไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับทรงพลังและกดดันจนคนที่ได้ยินต้องขนลุกซู่ คินน์กระชากคอเสื้อของกรณ์เข้ามาใกล้ ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ถ้ามึงยังไม่อยากพิการ คราวหน้าอย่าเสนอหน้ามาเข้าใกล้เด็กนี่อีกจำใส่กะโหลกหนา ๆ ของมึงไว้!"
สิ้นคำพูด ร่างของกรณ์ก็ถูกเหวี่ยงออกไปราวกับไม่ใช่สิ่งมีชีวิต จนเซไปกระแทกกับโซฟาตัวยาวอย่างแรงโดยไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยแม้แต่คนเดียว เพราะแรงกดดันจากตัวตนของคินน์ในตอนนี้ น่ากลัวเกินกว่าจะมีใครกล้าหาเรื่อง
พอร์ชยืนนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วไปหมด ทั้งตกใจกับการกระทำที่รุนแรงอย่างไร้เหตุผลของคนตรงหน้า และ... ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีตื้นขึ้นมาในอกเมื่อได้ยินคำว่า *'คนของกู'* จากปากผู้ชายปากร้ายคนนี้
นี่เขา... กำลังหึงเราอยู่ใช่ไหม?
คินน์สะบัดเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองเล็กน้อยราวกับรังเกียจฝุ่นละออง ก่อนจะหันขวับกลับมามองหน้าพอร์ชที่ยังยืนงفอยู่ ดวงตาคู่คมสำรวจร่างกายบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
"ยืนบื้ออยู่ทำไม? กลับบ้าน!"
น้ำเสียงห้วนจัดเอ่ยสั่งพร้อมกับคว้าข้อมือพอร์ชให้เดินตามแรงดึงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ พอร์ชที่ยังตั้งสติไม่ทันจึงทำได้แค่ก้าวเท้าตามแรงลากกึ่งจูงฝ่าฝูงชนออกไปที่ลานจอดรถด้านนอก
ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวแก้ว แต่ดูเหมือนอุณหภูมิในรถยนต์สปอร์ตคันหรูจะร้อนระอุเสียยิ่งกว่าเตาไฟ คินน์เหวี่ยงประตูรถปิดดังปัง ล็อคทันทีก่อนจะหันมาประจันหน้ากับคนที่นั่งหน้าม่อยอยู่ฝั่งข้างคนขับ
บรรยากาศในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พอร์ชเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคินน์ที่ตอนนี้ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคมมองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงความเงียบที่ทำหน้าที่ตอกย้ำความผิดที่เจ้าตัวไม่ได้ก่อ
"นี่..." พอร์ชตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน "คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย? อยู่ ๆ ก็ไปต่อยคนอื่นเขา ทำไม? กลัวผมโดนคาบไปกินรึไง ถึงได้สติหลุดขนาดนั้น"
คินน์หันขวับมามองทันที ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานขึ้นขีดสุด มือหนาเอื้อมมากระชากไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้ากันตรง ๆ ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้ม
"ใช่! ฉันหึง!"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและหยิ่งยโสที่สุด ทำให้พอร์ชถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง
"หึงจนแทบจะฆ่าไอ้เวรนั่นให้ตายคามืออยู่แล้ว!" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจและความหวงแหนที่ล้นทะลักออกมาจนปิดไม่มิด "นายคิดว่าตัวเองมีค่าแค่ไหน ถึงกล้าไปยืนอ่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาขายขนจีบหน้าตาเฉยฮะพอร์ช? นายเห็นฉันเป็นตัวอะไร ถึงทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวเวลาที่มีไอ้พวกแมลงหวี่แมลงวันมารุมตอมแบบนั้น!"
"ผมไม่ได้อ่อยนะ!" พอร์ชเถียงกลับทันควัน หน้าหวานแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเคือง "ผมปฏิเสธมันไปแล้วต่างหากเล่า! คุณต่างหากล่ะที่เอาแต่ใจตัวเอง หึงบ้าบออะไรไม่เข้าเรื่อง!"
"ไม่เข้าเรื่องตรงไหน!" คินน์สวนกลับเสียงดังลั่นรถ มือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบปลายคางมนเบา ๆ บังคับให้พอร์ชเงยหน้าขึ้นสบตา "ของ ๆ ฉัน... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะ! จำใส่สมองของนายเอาไว้พอร์ช ถ้านายยังกล้าปล่อยให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวนายอีก คราวหน้าฉันไม่ได้ต่อยแค่หน้ามันแน่..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความจริงจังและอันตรายจนพอร์ชไม่กล้าแม้แต่จะกลืนน้ำลาย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เคมีที่พวยพุ่งระหว่างคนทั้งสองร้อนแรงเสียจนกระจกรถเริ่มขึ้นฝ้า
คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของกันและกัน ริมฝีปากหยักสวยอยู่ห่างจากริมฝีปากบางเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตของพอร์ชหลุบมองริมฝีปากคู่นั้นโดยไม่รู้ตัว ความเย้ายวนและแรงดึงดูดประหลาดทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันเพื่อเติมเต็มความรู้สึกที่ค้างคา
**ก๊อก ๆ ๆ!**
เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานปนความดุจนพอร์ชสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งออกทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัด
คินน์สบถออกมาอย่างหัวเสียด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากระชากกระจกไฟฟ้าลงด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมที่จะด่าไอ้คนไร้มารยาทที่กล้ามาขัดเวลาความเป็นส่วนตัว
แต่เมื่อหันไปมองบุคคลภายนอกที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างรถ ร่างกายของคินน์ก็แข็งค้างไปชั่วขณะ
รินยืนกอดอกพิงรถคันข้าง ๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาคู่คมกวาดตามองคนทั้งสองในรถก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
"อุ๊ย... ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่รึเปล่าคะคินน์? ดูท่าทาง... ฉันมาผิดเวลาสินะ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — หิมะแรกในโตเกียว
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 16
ความหึงที่ไร้ขีดจำกัด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!