"ถ้าคุณคิดว่าการเดินเข้ามาทำหน้าอาลัยอาวรณ์ในพื้นที่ส่วนตัวของผม จะช่วยรื้อฟื้นอะไรขึ้นมาได้... ผมเกรงว่าคุณคงต้องคำนวณตัวเลขในบัญชีความทรงจำใหม่ทั้งหมดแล้วล่ะครับ ริน"
น้ำเสียงของคินน์ไม่ได้ดัง แต่มันเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกอาบด้วยน้ำแข็งขั้วโลก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งของอดีตคนรักที่ยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตูด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้เยื่อใย ต่างจากภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้เพียบพร้อมโดยสิ้นเชิง รินหน้าเสียลงในเสี้ยววินาที ริมฝีปากที่เคลือบลินสเตนสีระเรื่อสั่นระริกเล็กน้อย ยามเมื่อก I ก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีความกดดันที่คินน์แผ่ออกมา
พอร์ชที่ยืนพิงสะโพกอยู่กับเคาน์เตอร์ครัวกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก นัยน์ตากลมโตคู่สวยฉายแววขบขันระคนหมั่นไส้ในความเด็ดขาดของเจ้าพ่ออสังหาฯ ปากร้ายคนนี้ ถึงปากจะบอกว่ารำคาญ แต่การที่คินน์เลือกจะจัดการปัญหาด้วยตัวเองทันทีโดยไม่ต้องให้เขาออกโรงทวงสิทธิ์ มันก็ทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเด็กหนุ่มสู้ชีวิตอย่างเขาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่
"คินน์... เราแค่อยากคุยกันดีๆ เรื่องโปรเจกต์ที่คั่งค้าง..." รินพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความอับอาย ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมมือไปจับขอบประตู
"โปรเจกต์นั้นถูกยกเลิกไปตั้งแต่คุณเลือกเซ็นสัญญาฉบับอื่นลับหลังผมแล้ว และตอนนี้..." คินน์เว้นจังหวะ ปรายตามองพอร์ชที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก่อนจะหันกลับมาสบตารินตรงๆ "พื้นที่ส่วนตัวของผม ไม่มีที่ว่างสำหรับคนไร้สัจจะ เชิญครับ"
ประโยคไล่อย่างสุภาพแต่ไร้เยื่อใยนั้นหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าการตบหน้า รินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยคลหน่วยด้วยหยาดน้ำใสด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะหันหลังขวับแล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูปังใหญ่ที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องชุดหรู
ปัง!
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ ตรงกันข้าม... มันกลับเต็มไปด้วยเคมีบางอย่างที่ฟุ้งกระจายจนร้อนรุ่ม คินน์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างนึกหงุดหงิด ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาพอร์ชที่ยังคงยืนยิ้มเยาะกวนประสาทเขาไม่เลิก
"ยิ้มอะไร หืม?" คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนหลังของพอร์ชชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว มือหนาทั้งสองข้างวางค้ำยันขอบเคาน์เตอร์กักขังร่างโปร่งเอาไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าหวานที่เงยขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "เห็นเรื่องชาวบ้านเป็นเรื่องตลกนักหรือไงพอร์ช"
"เปล่าสักหน่อย แค่คิดว่า... คนปากร้ายแถวนี้เวลาเอาจริงก็น่ากลัวใช่ย่อยแฮะ" พอร์ชลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงเจือความหยอกเย้าอย่างจงใจยั่วโมโห "เกือบสงสารคุณรินเขาเหมือนกันนะเนี่ย โดนสายตาน้ำแข็งเฉือนซะเนื้อแทบจะหลุดร่อนออกเป็นชิ้นๆ"
"หึง?" คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนพอร์ชต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเก้อเขิน "หรือแค่สะใจที่เห็นฉันไล่ตะردแฟนเก่าแบบไม่ไว้หน้า?"
"ใครเขาจะไปหึงคุณกัน เลิกหลงตัวเองได้แล้วคุณคินน์" พอร์ชเอื้อมมือไปดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง ทว่าอีกฝ่ายกลับลócตัวแน่นราวกับกำแพงเหล็กแถมยังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแทบจะไม่มีช่องว่าง "ปล่อยเลยนะ หนักจะตายอยู่แล้ว"
"ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะตอบคำถามฉันให้เคลียร์" คินน์กดเสียงต่ำลง ทุ้ม นุ่ม และเต็มไปด้วยความจริงจังจนพอร์ชต้องชะงัก นัยน์ตาคมคายที่มักจะฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชาเมื่อครู่ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงเหลือเพียงประกายความเว้าวอนและคาดคั้นในเวลาเดียวกัน "เรื่องระหว่างเรา... ตกลงว่ายังไง"
พอร์ชเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ผสานกันอย่างแนบเนิด เขารู้ดีว่าคินน์หมายถึงอะไร... เรื่องสถานะที่ค้างคา เรื่องความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นคำว่าเจ้านายกับลูกจ้าง หรือแม้แต่คำว่า "คนคุย" ไปไกลโขแล้ว
"แล้วคุณอยากให้มันเป็นยังไงล่ะ?" พอร์ชตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาคู่คมนั้นตรงๆ แววตาซุกซนเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังและจริงใจที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ "คนอย่างคุณคินน์ ทายาทอสังหาฯ หมื่นล้าน ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบเป็นที่หนึ่ง... จะมารู้สึกอะไรกับเด็กสู้ชีวิตอย่างผมไปได้นานแค่ไหนกันเชียว"
"พอร์ช" คินน์เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเข้ม น้ำเสียงเจือความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด มือหนาเลื่อนขึ้นกอบกุมแก้มเนียนทั้งสองข้างด้วยความทะนุถนอม บังคับให้ดวงตากลมโตคู่นั้นมองสบเข้ามารuในนัยน์ตาของเขา "ฉันไม่เคยสนใจเรื่องสถานะทางสังคม ไม่เคยสนใจว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน และไม่เคยคิดจะเอาความรู้สึกของตัวเองมาล้อเล่น"
"..."
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าฉันเป็นคนยังไง" คินน์เว้นจังหวะ ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆ บนโหนกแก้มใสอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนนี้มีให้พอร์ชแค่คนเดียวเท่านั้น "เราไม่ต้องมีสัญญาบ้าๆ อะไรมาผูกมัด ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ตีกรอบความสัมพันธ์ให้มันน่ารำคาญ... คบกันด้วยความรู้สึกล้วนๆ คบกันแบบที่ใจเราสองคนมันยอมรับซึ่งกันและกัน... เธอโอเคไหม?"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งและฟอร์มจัดอย่างคินน์ ทำให้พอร์ชถึงกับพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด ความหวาดระแวงและปมในอดีตที่เคยปิดกั้นหัวใจค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ภายใต้แรงดึงดูดอันมหาศาลจากแววตาที่จริงจังคู่นั้น
ไม่มีสัญญา ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีเงื่อนไขใดๆ มีเพียงหัวใจสองดวงที่พร้อมจะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน...
พอร์ชหลุบตาลงมองริมฝีปากหยได้รูปที่ระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่คินน์เคยเห็นมา
"ถ้ากล้าพูดขนาดนี้แล้ว... ใครจะกล้าปฏิเสธล่ะครับคุณแฟน"
คำตอบรับแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ทำให้รอยยิ้มของคินน์กว้างขึ้นจนแทบจะปิดไม่มิด ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของคนตรงหน้าทันที เป็นจูบที่ไม่มีการบังคับฝืนใจ มีแต่ความหวานล้ำ ความโหยหา และความคลั่งรักที่ทะลักล้นออกมาจนแทบจะกลั้นไว้ไม่อยู่ พอร์ชสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยอมเผยริมฝีปากออกรับสัมผัสวาบหวามที่อีกฝ่ายมอบให้ แขนเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยอัตโนมัติ ดึงรั้งร่างสูงให้เข้ามาชิดแนบแน่นยิ่งขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักและความสุขที่อบอุ่นหัวใจ
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและเคมีฟุ้งกระจายจนถึงขีดสุดนั้นเอง
กริ๊งงงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักหรูดังขึ้นแทรกกลางความเงียบสงบอย่างไม่รู้กาลเทศะ คินน์ผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธขึ้นมาทันที พอร์ชเองก็หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบดันอกคินน์ให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"ใครมาวะเนี่ย... ขัดจังหวะชะมัด" พอร์ชพึมพำเบาๆ
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาสบถในลำคอก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูหน้าห้องด้วยใบหน้าบึ้งตึงหมายจะจัดการคนที่กล้ามาขัดเวลาสวีทของเขาให้รู้รอด มือหนากระชากประตูเปิดออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด
"มีธุระอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย...!"
คินน์ชะงักกึก กลืนคำพูดทั้งหมดลงคอทันที เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้องไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นบุคคลที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด และการปรากฏตัวครั้งนี้กำลังจะพลิกผันทุกอย่างให้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม!
***
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความรักของคินน์และพอร์ชเสมอนะคะ มาลุ้นตอนจบไปด้วยกันในตอนหน้าค่ะ! - หิมะแรกในโตเกียว
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 29
สัญญาฉบับใหม่หัวใจเดิม
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!