“ถ้าคุณจะกรุณาเลิกทำหน้าซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราว แล้วยอมรับออกมาว่าคุณ ‘ทำลาย’ มันลงไป นี่อาจจะเป็นทางเดียวที่ผมจะยอมรับคำขอโทษ”
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคินน์ พอร์ชยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือไม้ที่สั่นเทาเล็กน้อยกำเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตจ้องมองเศษชิ้นส่วนของนาฬิกาพกโบราณที่วางระเกะระกะอยู่บนพรมหรูหรา ราคาของมันอาจจะซื้อชีวิตของเขาได้ทั้งชีวิต แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวเลขในบัญชี คือสายตาของเจ้าของห้องที่กำลังมองมาเหมือนจะควักหัวใจเขาออกมาบดขยี้ให้แหลกคามือ
“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้ตั้งใจ!” พอร์ชเถียงกลับ เสียงสั่นแต่มั่นคง “ผมแค่เดินสะดุด มันก็หล่นลงมาจากชั้นวางเอง! ใครใช้ให้คุณวางของรักของหวงไว้ตรงขอบโต๊ะแบบนั้นกันล่ะ!”
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหาเขา ความกดดันรอบตัวทำให้พอร์ชรู้สึกเหมือนอากาศในห้องกำลังถูกสูบออกไปจนหมด “ความประมาทของคุณสร้างความเสียหายที่เงินก็ชดใช้ไม่ได้ พอร์ช... นาฬิกานั่นเป็นของที่ผมให้ค่ามากกว่าชีวิตตัวเอง และตอนนี้ มันเป็นแค่เศษซาก”
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะ! จะให้ผมก้มกราบ หรือจะให้ชดใช้ด้วยชีวิตก็เอาเลยสิ!”
“ชีวิตคุณ... มันไม่ได้มีค่าขนาดนั้น” คินน์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของพอร์ชจนเจ้าตัวต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง “แต่ถ้าอยากจะชดใช้ ก็ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อย”
นิ้วเรียวยาวของคินน์เชยคางพอร์ชขึ้น บังคับให้คนตัวเล็กกว่าต้องสบสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอะไรบางอย่างที่ยากจะอ่านออก “นับจากวินาทีนี้ไป จนกว่าผมจะพอใจ... ทุกอย่างที่คุณต้องทำในบ้านหลังนี้ จะต้องผ่านการอนุมัติจากผมเพียงคนเดียว และการปรนนิบัติผม... จะเป็นหน้าที่หลักของคุณ”
พอร์ชเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองศึก ความโกรธปนความประหม่าตีรวนอยู่ในอก “ปรนนิบัติ? คุณจะบ้าหรือไง นี่มันยุคไหนแล้ว!”
“ผมไม่ได้บอกให้คุณไปรับใช้ด้วยวิถีทางยุคโบราณ แต่ในเมื่อคุณเป็นคนทำลายของรักของผม คุณก็ต้องเป็น ‘ของเล่น’ ให้ผมฆ่าเวลาไปก่อนจนกว่าผมจะหาทางลงโทษที่สาสมกว่านี้ได้” คินน์กระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยอันตราย “เริ่มจาก... คืนนี้ ห้ามไปไหนทั้งนั้น จนกว่าผมจะสั่ง”
พอร์ชพยายามจะเบี่ยงตัวหนี แต่ฝ่ามือหนากลับคว้าต้นคอเขาไว้แน่น ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้พอร์ชได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้จางๆ จากตัวชายหนุ่ม มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็เตือนสติเขาว่าคนคนนี้คือปีศาจในคราบสุภาพบุรุษ
“ปล่อยนะคินน์!”
“ทำไม? รังเกียจเหรอ?” คินน์เลิกคิ้ว แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพอร์ชราวกับจะค้นหาความลับบางอย่าง “หรือว่าจริงๆ แล้วคุณก็ชอบที่ผมเข้าใกล้แบบนี้?”
พอร์ชรู้สึกเหมือนถูกไฟลวก ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เขาเกลียดตัวเองที่หัวใจดันทรยศเต้นแรงผิดจังหวะกับคำพูดจาถากถางแบบนั้น “ไอ้คนหลงตัวเอง! ใครเขาจะไปชอบคนปากเสียอย่างคุณกัน!”
ในจังหวะที่พอร์ชกำลังจะสวนกลับ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง บานประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ดูสง่างามและเย่อหยิ่งในชุดเดรสแบรนด์เนม รินก้าวเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่เคลือบไปด้วยความหมายบางอย่าง
“ขอโทษนะคินน์ พอดีรินเห็นประตูเปิดอยู่เลยถือวิสาสะเข้ามา... อ้าว พอร์ชยังอยู่ตรงนี้อีกเหรอคะ?” รินปรายตามองพอร์ชด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนจะหันไปยิ้มให้คินน์ “รินว่าจะมาคุยเรื่องงานประมูลการกุศลคืนนี้เสียหน่อย คินน์พอจะมีเวลาไหมคะ?”
พอร์ชฉวยโอกาสตอนที่คินน์หันไปมองรินรีบผละออกจากพันธนาการ ทว่าเขายังไม่ทันได้ขยับตัวออกไปจากห้อง มือของคินน์กลับรั้งข้อมือเขาไว้แน่นและดึงให้กลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง
คินน์ไม่ได้มองพอร์ช แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่รินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นเย็นชาจนน่าขนลุก “ริน... ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่า ‘ห้องทำงาน’ ของผม ไม่ใช่ที่ที่คุณจะเดินเข้ามาได้ตามใจชอบ”
รินชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงรอยยิ้มหวานหยด “โถ่คินน์ รินก็แค่เป็นห่วงเห็นว่าคุณยุ่งๆ... นี่คุณยังไม่ได้เคลียร์เรื่องหนี้สินของเด็กนี่อีกเหรอคะ? อย่าบอกนะว่าคุณจะเก็บไว้เป็นของเล่นแก้เหงาจริงๆ?”
คำว่า ‘ของเล่น’ ทำให้พอร์ชรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมๆ ทิ่มแทงใจ เขาเงยหน้ามองคินน์ที่ยังคงจับข้อมือเขาแน่น คินน์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำให้พอร์ชรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก
“ของเล่นชิ้นนี้... ผมยังเล่นไม่เบื่อหรอก” คินน์พูดพลางกระชับมือที่จับข้อมือพอร์ชแน่นขึ้น “และที่สำคัญ... ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของผม”
รินหน้าซีดเผือดลงทันทีที่ได้ยินคำประกาศนั้น ส่วนพอร์ชได้แต่ยืนอ้าปากค้าง สมองหมุนวนด้วยความสับสนและหัวใจที่เต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก คินน์กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่? หรือนี่จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเกมที่ไม่มีวันจบสิ้น?
เสียงประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับชายชุดดำร่างยักษ์ที่รีบร้อนวิ่งเข้ามาหน้าห้องด้วยท่าทางตื่นตระหนก เขาหยุดยืนหน้าประตูแล้วค้อมหัวต่ำ “นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีคนแอบเอาเอกสารลับของบริษัทไปขายให้กับฝ่ายตรงข้าม และข้อมูลทั้งหมด... เชื่อมโยงไปถึงบุคคลในห้องนี้ครับ”
คินน์ปล่อยข้อมือพอร์ชทันที ดวงตาคมกริบตวัดมองไปที่รินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมามองพอร์ชด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวท่ามกลางพายุอารมณ์นะคะ! - หิมะแรกในโตเกียว
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 3
เมื่อความซวยมาเคาะประตู
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!