หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของคินน์สั่นระรัว ตัวเลขยอดวิวทะยานผ่านหลักล้านในเวลาไม่ถึงสิบนาที ภาพใบหน้าเปื้อนน้ำตาของรินที่กำลังก้มหน้าสารภาพความจริงทุกอย่างผ่านไลฟ์สด—ทั้งเรื่องแผนการจัดฉาก, การว่าจ้างคนปล่อยข่าว, และการแอบอ้างความสัมพันธ์เก่าเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพอร์ช—กำลังฉายซ้ำราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิตของเขา
ทว่าสิ่งที่น่าสมเพชยิ่งกว่า ไม่ใช่กลตื้นๆ ของผู้หญิงคนนั้น... แต่เป็นความโง่เขลาของตัวเขาเอง
"คุณจะยืนเป็นหินอยู่อีกนานไหมคะ หรือสมองคุณกำลังประมวลผลไม่ทันว่าตอนนี้ตัวเองกลายเป็นตัวตลกของสังคมไปแล้ว"
เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าดังขึ้นจากริมห้อง พอร์ชในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งกำลังยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายในทุกครั้งที่ปะทะฝปากกัน บัดนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่าและความผิดหวังระคนอยู่เต็มเปี่ยม มันเป็นความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่าการถูกตบหน้าฉาดใหญ่เสียอีก
คินน์สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ความเย่อหยิ่ง ทิฐิ และมามาดนักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่เคยค้ำคอเขามาตลอดชีวิต พังทลายลงในวินาทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวร่างบาง
"พอร์ช..." เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาแหบพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ถอยไปค่ะ" พอร์ชเบือนหน้าหนีทันทีที่ปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายทำท่าจะเอื้อมมาแตะแขน "อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือคู่นี้... มือที่คุณใช้ปกป้องผู้หญิงคนนั้น มือที่คุณใช้เซ็นเช็คไล่ฉันออกจากชีวิตเมื่อสัปดาห์ก่อน จำไม่ได้เหรอคะว่าคุณพูดอะไรไว้บ้าง 'อย่าสำคัญตัวผิด' จำประโยคนี้ได้ดีไหมล่ะ"
คำพูดเชือดเฉือนที่ย้อนกลับมาแทงใจดำ ทำเอาสันจاوของคินน์กระตุกเกร็ง ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชามาตลอดฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกหน่วงหนับในอกราวกับถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็กทำให้เขาหายใจแทบไม่ออก นี่สินะ... ผลของการดื้อรั้นและไม่ยอมฟังคำอธิบาย นี่คือราคาที่เขาต้องจ่ายสำหรับการทำลายความเชื่อใจของคนที่เขารักจนหมดหัวใจ
กึก—
เสียงเข่ากระแทกกับพื้นห้องนอนเนื้อดีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พอร์ชสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อสายตา เมื่อร่างสูงโปร่งของทายาทอสังหาฯ หมื่นล้าน—ผู้ชายที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยคำขอโทษใครก่อนในชีวิต—กำลังคุกเข่าลงแทบเท้าของเขาอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี
"คุณ... คินน์ คุณทำบ้าอะไรเนี่ย! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!" พอร์ชร้องเสียงหลง สัญชาตญาณทำให้เขาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนติดกับชั้นหนังสือ
"ไม่ลุก..." คินน์เงยหน้าขึ้นสบตา น้ำเสียงที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่งบัดนี้สั่นเครือเล็กน้อย ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "ถ้าฉันลุก... พอร์ชอาจจะหายไปจากชีวิตฉันจริงๆ เหมือนในไลฟ์นั้น... ให้ฉันได้ชดใช้เถอะนะ"
"ชดใช้? คุณคิดว่าเงินหรือการคุกเข่าแบบนี้มันจะลบคำดูถูกทั้งหมดที่คุณปาใส่หน้าฉันได้หรือไงคะ!" พอร์ชกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาขอบตา หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรุนแรงกับภาพตรงหน้า ผู้ชายที่แสนเย็นชาและใจร้ายคนเดิม กำลังนั่งคุกเข่าขอร้องเขาด้วยแววตาของหมาตัวใหญ่ที่กำลังจะสูญเสียเจ้าของไปตลอดกาล "คุณมันใจร้าย... คุณไม่เคยเชื่อใจฉันเลยสักครั้ง!"
"ฉันโง่เอง... ฉันมันโง่ที่ปล่อยให้ความระแวงและอีโก้บ้าๆ มาทำลายเรา" คินน์เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อฮู้ดของอีกฝ่ายไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ร่างตรงหน้าจะสลายหายไปกับอากาศ "รินเป็นแค่อดีต... แต่พอร์ชคือปัจจุบันและอนาคตของฉัน ฉันยอมรับความผิดทุกอย่างแล้ว... อยากให้ฉันทำอะไร เพื่อแลกกับการให้อภัยจากเธอ บอกมาคำเดียว พอร์ช... จะให้ฉันเอาชีวิตเข้าแลกก็ได้"
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบไม่เป็นจังหวะ เคมีที่คุตกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเปราะบางที่ชวนให้ใจสั่นระทึก พอร์ชนิ่งงันไป มองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างแท้จริง มือบางที่กำเข้าหากันแน่นค่อยๆ คลายออกทีละน้อย
"ถ้าฉันบอกว่า... เกลียดคุณล่ะคะ" พอร์ชกระซิบแผ่วเบา หยาดน้ำตาเม็ดใสไหลรินอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น "ถ้าฉันบอกว่าความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีมันพังทลายไปหมดแล้วล่ะ..."
คินน์ชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบดิ่งลงเหวลึก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือจากชายเสื้อของอีกฝ่าย กลับกัน เขากลับขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากมนแนบชิดลงกับหน้าท้องอุ่นของอีกฝ่ายอย่างยอมจำนนทุกอย่าง
"ต่อให้พอร์ชเกลียดฉันจนแทบอยากจะฆ่าให้ตาย..." เสียงทุ้มสั่นเครือเอ่ยชิดกับเนื้อผ้า "ฉันก็จะทนอยู่ตรงนี้... คุกเข่าขอโทษเธอซ้ำๆ จนกว่าพอร์ชจะหายโกรธ หรือต่อให้เธอไล่ ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น... เพราะชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้อีกแล้ว พอร์ช"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด พอร์ชก้มมองคนตัวโตที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อรั้งเขาไว้ หัวใจที่พยายามปิดตายกลับถูกทุบทำลายด้วยความจริงใจที่ดื้อรั้นเกินเยียวยา ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาค่อยๆ ยกขึ้น สัมผัสเส้นผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่มือบางกำลังจะลูบหัวปลอบโยนความรู้สึกผิดนั้น เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุบประตูรัวเร็วดังปังๆ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว
"ไอ้คินน์! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! กล้าดียังไงถึงส่งคนมาอุบแม่ฉันเข้าสถานบำบัดหบุดโลกนั่น! แกมันสารเลว!"
สีหน้าสำนึกผิดของคินน์แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ขณะที่พอร์ชเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ
...เสียงของริน!
ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของคินน์ในตอนนี้นะคะ
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 26
ตามง้อแบบหมาโบ้
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!