ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 27

พิสูจน์รักด้วยชีวิต

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
...เสียงของริน! มันกรีดแทรกผ่านความมืดและกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างแห่งนี้ราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี รินยืนอยู่ตรงนั้น เงาร่างเพรียวระหงทาบทับอยู่ใต้แสงไฟกะพริบสลัวจากหลอดนีออนด้านบน รอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ระบายอยู่บนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเยือกยิ่งกว่าละอองหิมะโปรยปรายในคืนเดือนมืดเสียอีก ในมือของรินไม่ใช่ช่อดอกไม้หรือของขวัญต้อนรับการกลับมา แต่มันคือด้ามจับโลหะสีดำสนิทของอาวุธร้ายที่สะท้อนแสงไฟวับวับ แววตาของอดีตคนรักที่เคยขึ้นชื่อว่าอ่อนหวานและบอบบาง บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยความบ้าคลั่งและความริษยาจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม “ถ้าฉันไม่ได้คินน์... ก็ไม่มีใครหน้าไหนได้มันไปทั้งนั้น!” เสียงกรีดร้องนั้นลั่นสะท้อนก้องผนังปูนเปลือย พอร์ชยังไม่ทันได้ประมวลผลคำพูดและสถานการณ์ตรงหน้า สมองและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ถูกแทนที่ด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นประกายไฟวาบขึ้นจากปลายกระบอกปืนในมือของริน นิ้วเรียวสวยเหนี่ยวไกส่งกระสุนแหวกอากาศพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูงเกินกว่าจะหลบพ้น! *ปัง!* เสียงระเบิดก้องสะท้อนบาดแก้วหู ดับทุกลมหายใจรอบตัวในเสี้ยววินาทีนั้น แต่ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ วิ่งเข้าสู่ร่างของพอร์ช... สิ่งที่พอร์ชสัมผัสได้กลับเป็นแรงปะทะหนักหน่วงที่กระชากร่างของเขาให้เซถอยหลังไปตามแรงเหวี่ยงอันทรงพลัง อ้อมแขนกว้างที่คุ้นเคยโอบรัดเอวเขาไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง กลิ่นน้ำหอมผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กของเลือดอุ่นๆ ที่ซึมทะลุเสื้อเชิ้ตสีขาวของคนตรงหน้า โจมตีประสาทสัมผัสของพอร์ชจนหัวใจแทบหยุดเต้น คินน์... ร่างสูงใหญ่ของทายาทอสังหาริมทรัพย์ผู้รักความสมบูรณ์แบบและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร บัดนี้กำลังทรุดตัวลงน้ำหนักมาที่ร่างของเขา ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอและเต็มไปด้วยความถือดี บัดนี้ติดขัดและร้อนผ่าว ร่างกายของคินน์สั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่ศีรษะจะได้รูปจะซบลงตรงลาดไหล่ของพอร์ชอย่างหมดแรง “คินน์! คุณ... คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” พอร์ชหวีดร้องออกมาเสียงหลง มือเรียวรีบคว้าจับไหล่กว้างไว้ทันท่วงทีก่อนที่ร่างของอีกฝ่ายจะล้มพับลงไปกองกับพื้น ความเย็นเยียบจากความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วปลายนิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นและเหนียวเหนอะหนะที่แผ่นหลังของคนตัวโต เมื่อดึงมือกลับมา... ปลายนิ้วของเขากลับอาบย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมโกดังร้าง รินยืนนิ่งค้าง เปลือกตากะพริบถี่ด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ปืนในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น ดลความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจของหญิงสาวทันทีเมื่อเธอตระหนักว่าเป้าหมายที่เธอตั้งใจจะกำจัดให้พ้นทาง กลับกลายเป็นคนที่เธอเคยรักสุดหัวใจเป็นคนเอาตัวเข้ามารับกระสุนแทน “คินน์... ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” รินละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ ก้าวเท้าถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะหันหลังวิ่งหนีหายไปในความมืดของเงาตึกอย่างไร้ทิศทาง แต่พอร์ชไม่ได้สนใจเสียงหรือการหลบหนีของรินอีกต่อไปแล้ว โลกทั้งใบของเขาในนาทีนี้หดแคบเหลือเพียงร่างที่กำลังหมดสติในอ้อมแขน “คินน์! ได้ยินผมไหม? คินน์! ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้คนบ้า!” เสียงของพอร์ชสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาและร่วงเผาะลงกระทบพวงแก้มของคนเจ็บ ความอีโก้ ความเกรี้ยวกราด และความเย่อหยิ่งที่คินน์มักจะใช้สร้างกำแพงกั้นระหว่างพวกเขามลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางของลมหายใจที่รวยรินอย่างน่าใจหาย พอร์ชคุกเข่าลงประคองร่างของคินน์แนบอกอย่างไม่นึกรักตัวกลัวตาย เลือดสีสดไหลซึมผ่านรอยขาดของเนื้อผ้าออกมาไม่ขาดสาย ย้อมแผ่นหลังสีขาวสะอาดให้กลายเป็นสีแดงฉาน ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจของพอร์ชจนเจ็บปวดราวกับถูกบีบอัด ทำไม... ทำไมคนอย่างคินน์ที่ปากร้าย เย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง ถึงได้ยอมเอาชีวิตของตัวเองมาแลกกับความปลอดภัยของเขาคนนี้? “อย่า... อย่าทำหน้าแบบนั้น” เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือกของคินน์ เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก นัยน์ตาคู่คมที่เคยดุดันและมองโลกด้วยความเหินห่าง บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด “คุณฟื้นแล้ว! ห้ามพูดนะ ห้ามตายเด็ดขาดนะไอ้คุณคินน์!” พอร์ชพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันกลับยิ่งฟ้องชัดถึงความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจ มือข้างหนึ่งกดแผลที่หลังของอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อห้ามเลือด แม้จะรู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรมากนักก็ตาม “อดทนไว้สิ รถพยาบาลต้องมาแล้ว... ฮือก, คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ” คินน์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ฝืนเต็มทน นิ้วเรียวที่เคยหยิบจับแต่เอกสารธุรกิจมูลค่ามหาศาล เอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มเปื้อนคราบน้ำตาของพอร์ช สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเขาจะสลายหายไปต่อหน้า “ฉัน... ฉันไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนาย... ต่อให้ต้องแลกด้วย...” คินน์เว้นวรรคช่วงหายใจ หอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความเจ็บปวด “...ด้วยชีวิตของฉันก็ตาม” “ใครใช้ให้คุณมาปกป้องเล่า! ผมดูแลตัวเองได้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาผมก็อยู่ได้โดยไม่มีใคร...” พอร์ชสวนกลับด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู “แต่ถ้าคุณเป็นอะไรไป... แล้วผมจะอยู่ยังไงล่ะไอ้คนโง่!” คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้แววตาของคินน์ทอประกายลึกล้ำขึ้นอีกนิด มือที่แตะแก้มพอร์ชเลื่อนลงมาโอบท้ายทอยของคนตรงหน้าไว้เบาๆ เป็นเชิงบังคับให้อีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ในเสี้ยววินาทีที่ความตายและการมีชีวิตอยู่ทาบทับกันอย่างหมิ่นเหม่ ริมฝีปากของคินน์เคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรินรดกันและกัน แววตาของคนเจ็บสื่อความหมายชัดเจนว่าต่อให้โลกใบนี้จะพังทลายลงตรงหน้า สิ่งเดียวที่เขายังยึดเหนี่ยวไว้คือคนในอ้อมแขนนี้ พอร์ชสะท้านเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดที่บีบหัวใจ ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแนบสนิทกันเพื่อยืนยันความรู้สึกที่แท้จริง ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากปากทางเข้าโกดัง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืดมิด! “อยู่นั่น! ล้อมเอาไว้ทั้งหมด อย่าให้ใครหนีรอดไปได้!” เสียงตะโกนก้องอันคุ้นเคยของบอดี้การ์ดคนสนิทดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขานั่งอยู่ทุกที แต่ทว่า... ในเงาสลัวของมุมอับสายตาที่ซ่อนอยู่หลังกองลังไม้เก่า ฝั่งตรงข้ามกับที่กลุ่มบอดี้การ์ดกำลังวิ่งเข้ามา ปลายกระบอกปืนอีกกระบอกหนึ่งกลับค่อยๆโผล่พ้นออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงขึ้นไกปืนที่ดังชัดเจนท่ามกลางความโกลาหล! 'หิมะแรกในโตเกียว' ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%