“นายคิดว่าฉันเป็นตัวอะไรกันแน่ พอร์ช? ของเล่นที่นายจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ หรือเป็นแค่ทางผ่านในชีวิตที่ไร้ค่า?”
น้ำเสียงของคินน์เย็นเยียบจนน่าขนลุก มันไม่ใช่ความโกรธที่ระเบิดออกมาเป็นเปลวเพลิง แต่มันคือความนิ่งสนิทที่กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้งราวกับพื้นโลกกำลังจะถล่มลงมาตรงหน้า พอร์ชยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายสั่นเทาโดยไม่ตั้งใจ ความกลัวที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากปากกล้าค่อยๆ ปริแตกออก
“ผม... ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น” พอร์ชกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ความทรงจำเลวร้ายในอดีตเรื่องการถูกหักหลังและทอดทิ้งฉายซ้อนเข้ามาในหัว ทำให้เขาก้าวถอยหลังไปจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้องเย็นเฉียบ
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นกึกก้องไปทั่วคฤหาสน์ ตามด้วยเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาเหมือนพายุคลั่ง ลมพายุพัดเอาละอองฝนสาดเข้ามาทางระเบียงที่ปิดไม่สนิท คินน์ก้าวเข้ามาหาพอร์ชด้วยท่วงท่าที่ดุดันเหมือนเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม แต่เมื่อเขาเห็นสีหน้าซีดเผือกและแววตาที่สั่นระริกราวกับลูกกวางหลงทางของอีกฝ่าย ฝีเท้าของเขาก็ชะงักกึก
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะที่ฟังดูหม่นหมอง
“กลัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?” คินน์ลดระดับเสียงลง เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือพอร์ชเบาๆ แต่สัมผัสได้ถึงแรงขัดขืนเพียงเล็กน้อยก่อนที่คนตรงหน้าจะยอมนิ่งให้เขาจับ
“ผม... ผมกลัวว่าถ้าวันหนึ่งผมให้ใจคุณไปหมดแล้ว คุณจะทิ้งผมเหมือนคนอื่นๆ” พอร์ชยอมหลุดปากพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงสั่นพร่าเผยให้เห็นด้านที่เปราะบางที่สุดที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น “รินกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ? คุณกับเขามีอดีตกันตั้งเท่าไหร่ แล้วคนอย่างผม... จะไปสู้คนที่เขารู้จักคุณดีกว่าใครได้ยังไง”
คินน์ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบค่อยๆ อ่อนแสงลง ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันค่อยๆ พังทลายลงต่อหน้าความจริงใจที่พอร์ชหยิบยื่นให้โดยไม่ตั้งใจ เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่มีเหลือ กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของคินน์ผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ทำเอาพอร์ชใจสั่นจนแทบหายใจไม่ออก
“ฉันไม่เคยคิดจะเอาชีวิตใครมาเป็นของเล่น และไม่เคยมีพื้นที่ให้รินกลับเข้ามาในใจอีกต่อไปแล้ว” คินน์ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยข้างแก้มของพอร์ชแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนพอร์ชรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า “ไอ้กำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาเนี่ย... จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีไว้เพื่อกันคนอื่นหรอกนะ แต่มันมีไว้เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บปวดต่างหาก และนาย... นายคือคนเดียวที่ทำให้ฉันอยากพังมันทิ้งด้วยตัวเอง”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเคืองก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่รุนแรง คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาแตะกับหน้าผากของพอร์ช ลมหายใจอุ่นร้อนประสานกันในความมืดสลัว
“อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับใคร เพราะในฐานะของ 'คินน์' คนนี้... นายไม่ได้อยู่ตรงไหนในชีวิตฉัน แต่นายคือ 'ชีวิต' ของฉันไปแล้ว”
พอร์ชแทบลืมวิธีหายใจ หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอก ความหวาดกลัวที่เคยเกาะกินใจมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาที่พุ่งพล่านเข้มข้น คินน์เชยคางพอร์ชขึ้นอย่างแผ่วเบา สายตาของเขาจดจ้องที่ริมฝีปากของพอร์ชอย่างหลงใหล มันเป็นจังหวะที่เปราะบางและเร้าอารมณ์ที่สุดเท่าที่ทั้งคู่เคยมีร่วมกัน
ทว่า ในขณะที่ระยะห่างกำลังจะหายไปจนหมดสิ้น...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นรัวและเร่งเร้า ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนที่คินน์จะทันได้เอ่ยปากห้าม
“คินน์คะ! คุณอยู่ในนี้ใช่ไหม? รินรู้ว่าคุณโกรธเรื่องเมื่อเย็น แต่รินแค่อยากจะอธิบาย...”
ร่างของรินปรากฏขึ้นที่หน้าประตูในสภาพที่เปียกปอนจากการฝ่าฝนเข้ามา เธอมองเห็นภาพคินน์และพอร์ชที่ยืนกอดก่ายกันแนบชิดในความมืด สายตาของเธอเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้นที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด
คินน์ผละออกห่างจากพอร์ชช้าๆ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาและเรียบเฉยในทันทีที่หันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เขาจ้องมองรินด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง
“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องนี้?”
รินอึ้งไปกับน้ำเสียงที่กดต่ำและเต็มไปด้วยความรังเกียจ ขณะที่พอร์ชยืนตัวชาไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ความรู้สึกผิดที่เหมือนจะก่อตัวขึ้นในใจทำให้เขาเบือนหน้าหนีจากสายตาที่คินน์ส่งผ่านมาให้ก่อนหน้านี้
“คินน์... คุณจะทำแบบนี้กับรินจริงๆ เหรอคะ? เรายังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันนะ!” รินก้าวเท้าเข้ามาหาคินน์อีกก้าว แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ “และดูเหมือนว่าเด็กนี่... จะยังไม่รู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับคุณและครอบครัวของคุณด้วยสินะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่โรแมนติก แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยอันตราย
คินน์หันกลับมามองพอร์ช สายตาของเขามีความกังวลฉายชัดอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับไปหาผู้มาใหม่พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก “ความลับงั้นเหรอ? ถ้าอยากจะพูดมากนัก ก็พูดมาเลยริน... ก่อนที่ฉันจะโยนเธอออกไปนอกคฤหาสน์นี้ตั้งแต่วินาทีนี้!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ หิมะแรกในโตเกียวรักรี้ดทุกคนค่ะ
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 11
คืนฝนตกกับกำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!