ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 13

ความใกล้ชิดที่เกินเลย

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“เรื่องที่พูดเมื่อกี้... กลับมาเคลียร์ให้จบก่อนนะคินน์” เสียงของพอร์ชไม่ได้ดัง แต่กลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว แสงไฟนีออนสีส้มจากตึกสูงระฟ้าภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ทอดเงายาวทับร่างของคนทั้งคู่ ราวกับกำลังตีเส้นแบ่งอาณาเขตของความอดทนที่ถูกหลอมละลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี คินน์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะผละหนี ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมออกสองเม็ดหยุดนิ่งราวกับรูปปั้นสลัก เขายังไม่หันกลับมาทันที แผ่นหลังกว้างนั้นไหววูบเล็กน้อยด้วยจังหวะการหายใจที่กระชั้นขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันสมบูรณ์แบบฉายแววไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเยเย็นชาตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่พอร์ชที่ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น... มองเห็นรอยร้าวในเกราะกำบังนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด “นายอยากฟังอะไรอีกล่ะพอร์ช” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่ากว่าปกติ “ในเมื่อสิ่งที่ฉันพูดไป มันก็ชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว” “ชัดเจนเหรอ?” พอร์ชทวนคำ ก้าวเท้าเข้าไปหาทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นวาววับด้วยความท้าทาย “การที่นายเดินหนีทุกครั้งที่เราพูดถึงเรื่องริน หรือการที่นายทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแต่ปากแข็งบอกว่าเป็นแค่ ‘รูมเนท’ แบบนี้เนี่ยนะที่นายเรียกว่าชัดเจน?” “พอร์ช!” “อย่ามาขึ้นเสียงนะคินน์!” พอร์ชสวนกลับทันควัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศ ยิ่งทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ “ถ้านายคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นแค่เกม หรือการแก้แค้นที่นายต้องมารับภาระดูแลเด็กยากจนอย่างฉัน ทำไมแววตานายถึงเป็นแบบนั้นล่ะ... ทำไมเวลาที่มีผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้ฉัน นายถึงทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าคนให้ตายคามือแบบนั้นวะ” คำถามนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรที่อาบยาพิษ มันเจาะทะลวงผ่านกำแพงความเย็นชาที่คินน์สร้างขึ้นมาหลายปีจนพังครืน คินน์ไม่ตอบ เขาก้าวประชิดตัวพอร์ชอย่างรวดเร็วจนแผ่นหลังของร่างบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ สองมือหนายกขึ้นค้ำยันผนีกกั้นทางหน, ทุกทิศทางถูกปิดตายด้วยอ้อมแขนและร่างกายของคนที่สูงกว่า ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพอร์ช ราวกับต้องการจะกลืนกินวิญญาณคนตรงหน้าเข้าไปให้หมดสิ้น “อยากรู้มากใช่ไหม...” คินน์โน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมฝีปาก ไอร้อนจากลมหายใจเป่ารดพวงแก้มเนียนจนพอร์ชรู้สึกวابวับไปหมด “ว่าฉันคิดอะไรอยู่” “อะ...ไอ้คินน์ ถอยไปนะ นาย...” “นายมันดื้อ พอร์ช” คินน์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ความดุดดันในทีแรกแปรเปลี่ยนเป็นความอัดอั้นตันใจที่ถูกเก็บกดไว้มานาน “นายไม่รู้อะไรเลย... นายไม่รู้เลยสักนิดว่าการที่ฉันต้องทนเห็นนายยิ้มให้ไอ้พวกเวรตะไลพวกนั้น มันทรมานแค่ไหน การที่ฉันต้องห้ามตัวเองไม่ให้ดึงนายมากอดไว้แล้วประกาศให้โลกรู้ว่านายเป็นของใคร... มันแทบจะทำให้ฉันบ้าอยู่แล้ว!” พอร์ชเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งสองที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว นี่คือคำสารภาพเหรอ? จากปากของคินน์... ผู้ชายที่หยิ่งทะนงและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครเนี่ยนะ? “ถ้ารู้แล้ว... ทำไมถึงยังปล่อยให้รินเข้ามาวุ่นวายล่ะ” พอร์ชถามเสียงสั่น ความน้อยใจที่สะสมมานานหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น “ถ นายหวงฉันจริง ทำไมถึงไม่เด็ดขาดกับอดีตของตัวเองซะที” คินน์นิ่งงันไป เขาก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังเงยหน้าขึ้นสบตา ความรู้สึกผิดพาดผ่านแววตาคู่คมเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของพอร์ชแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยนั้นทำให้พอร์ชสะท้านเฮือก “เรื่องของริน... ฉันจัดการจบไปนานแล้ว” คินน์กระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาจริงจังไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลย “เขาเป็นแค่อดีตที่ไม่มีวันกลับมามีความหมายอะไรกับฉันได้อีก พอร์ช... สิ่งเดียวที่มีความหมายสำหรับฉันตอนนี้ คือไอ้เด็กดื้อที่กำลังยืนเถียงฉันอยู่นี่ต่างหาก” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ละอองความหวานและความตึงเครียดผสมผสานกันจนแทบหายใจไม่ออก ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะแนบชิด พอร์ชหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดมหาศาลที่เหนี่ยวรั้งพวกเขาเข้าหากัน สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคินน์แตะลงที่คางสอเพื่อเชยขึ้นรับจุมพิตที่รอคอย ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะสัมผัสกันนั้นเอง *กริ๊ก! แอ๊ดดดด—* เสียงปลดล็อกรหัสประตูกลอนดิจิทัลหน้าห้องดังขึ้น ตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท แสงไฟสว่างวาบจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่คุ้นเคยจนน่าหงุดหงิด “พี่คินน์คะ รินลืมกระเป๋าเอกสารไว้ในห้องรับแขก— อุ๊ย! ตายจริง...” ร่างโปร่งของรินยืนแข็งทื่ออยู่ตรงธรณีประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือผู้ชายสองคนที่กำลังยืนแนบชิดกันราวกับจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวในความมืด คินน์ผละออกจากพอร์ชอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความเย็นชาและดุดดันดั่งเดิมในเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยประกายเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า ส่วนพอร์ช... กัดริมฝีปากแน่นด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ พร้อมกับหันไปสบตากับรินที่กำลังยิ้มมุมปากด้วยแววตาท้าทาย (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ หลอมละลายของคินน์และพอร์ชามา ณ ที่นี้นะคะ — **หิมะแรกในโตเกียว**
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%