ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 14

เมื่ออดีตหวนคืน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงในมือของพอร์ชแทบจะร้าวคามือ เมื่อร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้านั้นสมบูรณ์แบบ ทว่ากลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... พอร์ช" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมาทำเอาบรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายสิบองศา ริน... ชื่อนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เศษซากอดีตในความทรงจำ แต่มันคือพายุลูกใหญ่ที่คินน์พยายามปกป้องเขามาตลอด และตอนนี้ พายุลูกนั้นกำลังยืนอยู่ตรงนี้ ส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้เขาอย่างท้าทาย พอร์ชวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยความนิ่งสงบเกินคาด แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินผู้มาใหม่ด้วยสัญชาตญาณดิบของคนสู้ชีวิต "ถ้ามาคุยเรื่องงาน เชิญแผนกต้อนรับด้านล่างค่ะ แต่ถ้ามาหาเรื่อง... บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมให้ใครมาเหยียบจมูกง่ายๆ" พอร์ชสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน รินหัวเราะในลำคอเบาๆ กิริยาท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคุ้นเคยกับพื้นที่นี้ดีเกินไป ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวของคินน์ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวานที่เริ่มตึงเครียดขึ้นทีละน้อย "ปากเก่งขึ้นนี่... สมแล้วล่ะมั้งที่คินน์ยอมลดตัวลงมาเล่นด้วย แต่คิดเหรอว่าเด็กกะโปโลอย่างนาย จะยืนข้างเขาไปได้ตลอดรอดฝั่ง?" รินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้นโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดัน "นายก็เป็นได้แค่... ตัวแทนแก้เหงาในวันที่เขาอยากหาความแปลกใหม่เท่านั้นแหละพอร์ช" คำพูดนั้นจี้เข้าที่จุดเปราะบางในใจอย่างจัง แม้พอร์ชจะพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจคำพูดของแฟนเก่าที่ถูกเขี่ยทิ้งไปแล้ว แต่ลึกๆ ปมเรื่องความไม่มั่นคงในสถานะก็ยังคงกรีดแทงความรู้สึกอยู่ดี มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งพล่าน ก่อนที่พอร์ชจะได้ตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบ เสียงเปิดประตูห้องทำงานอย่างแรงก็ดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่ว "ริน! ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาที่นี่!" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยตวาดลัดเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด คินน์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่แทบจะเผาผลาญทุกอย่างรอบตัว ร่างสูงพุ่งตรงเข้ามาดึงรินให้ออกห่างจากโต๊ะทำงานของพอร์ชทันที แรงกระชากนั้นรุนแรงจนรินเซถอยหลังไปหลายก้าว คินน์หันกลับมามองพอร์ชแวบหนึ่ง สายตาที่มักจะเย็นชาคู่นั้นฉายแววร้อนรนและหวาดกลัวอย่างที่พอร์ชไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ว่า ผู้ชายที่หยิ่งผยองคนนี้กำลังกลัว... กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด "คินน์... ใจเย็นน่า ฉันแค่แวะมาทักทายเด็กของคุณเอง ไม่เห็นต้องทำท่าทางเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันขนาดนั้นเลย" รินลูบแขนตัวเองเบาๆ แสร้งทำเป็นน่าสงสาร แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า "ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเรียก รปภ. มาโยนคุณออกไป" คินน์คำรามลั่น ดวงตาจ้องเขม็งไปยังรินราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินแค่นหัวเราะเบาๆ ยอมถอยหลังเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะก้าวออกไป รินก็หันกลับมามองพอร์ชด้วยสายตาที่มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ พร้อมกับทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้อง "ระวังตัวไว้ให้ดีนะพอร์ช... ของที่คินน์มันหวงแหนและรักษาไว้ ยิ่งพยายามเก็บซ่อนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแตกสลายง่ายเท่านั้น และสิ่งที่นายกำลังถืออยู่... มันก็เคยเป็นของฉันมาก่อนทั้งนั้น" ปัง! ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทันที คินน์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังพยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุด ร่างสูงรีบก้าวเข้ามาหาพอร์ชทันที มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปจับไหล่บางเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายวับไปกับตา "พอร์ช... ฟังฉันนะ อย่าไปฟังที่มันพูด รินมันก็แค่คนบ้าที่ชอบทำลายข้าวของที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ครอบครองแล้ว!" คินน์ละล่ำละลักอธิบาย น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเย็นชาบัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความร้อนรน พอร์ชเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้าม ดวงตากลมโตฉายแววไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำที่ถูกลมพัดผ่านเบาๆ เขาไม่ได้สะบัดมือคินน์ออก แต่ก็ไม่ได้ขยับเข้าไปหาเช่นกัน ระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรนี้กลับให้ความรู้สึกไกลออกไปเป็นโยชน์ "นายกลัวอะไรอยู่เหรอคินน์..." พอร์ชเอ่ยถามเสียงเบา ทว่าเฉียบคมบาดลึก "กลัวว่าฉันจะเชื่อคำพูดของเขา... หรือกลัวว่าสิ่งที่เขาพูด มันคือเรื่องจริงที่นายพยายามจะปิดบังฉันกันแน่?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกตรงเข้าที่ลิ้นปี่ของคินน์ ทำให้ลมหายใจของร่างสูงสะดุดกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปากหนาอ้าออกเพื่อจะปฏิเสธ แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความลังเลของคนตรงหน้า พอร์ชกำลังถอยหลังออกไปทีละก้าว... ในขณะที่คินน์กำลังจะสูญเสียการควบคุม บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งลงในพริบตา เมื่อจู่ๆ หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานของคินน์ที่เปิดค้างไว้ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าแบบกลุ่ม ซึ่งตั้งค่าแสดงตัวอย่างข้อความอัตโนมัติบนหน้าจอ **[ข้อความใหม่จาก: สานุศิษย์ตัวแสบ]** **ข้อความ:** *"พี่พอร์ช... รีบเปิดดูข่าวหน้าหนึ่งเร็วเข้า! ผู้ชายคนนั้น... คนที่ยืนอยู่กับพี่คินน์เมื่อกี้ กำลังปล่อยภาพลับตอนที่เขาอยู่กับพี่คินน์เมื่อปีที่แล้วว่อนอินเทอร์เน็ตแล้วนะ!"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ตัวละครของเรามาโดยตลอดนะคะ — **หิมะแรกในโตเกียว**
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%