ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 8

ข้อตกลงที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ไปกันเถอะพอร์ช… เรามีเรื่องต้อง ‘เคลียร์’ กันต่อที่บ้าน” ประโยคคำสั่งที่เจือด้วยกระแสเสียงทุ้มต่ำและดุดันดังขึ้นในความมืดสลัวของลานจอดรถ คินน์ไม่ได้รอให้ฉัน—เอ๊ย ให้พอร์ชเอ่ยปากท้วงติบแม้แต่เสี้ยววินาที ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะส่งสัญญาณเตือนภัยว่า เขากำลังหมดความอดทนกับความพยายามในการ ‘เว้นระยะห่าง’ ของฉันเต็มทีแล้ว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคินน์ลอยมาแตะจมูก ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม “ปล่อยนะคินน์ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาแตะเนื้อต้องตัวสุ่มสี่สุ่มห้า” พอร์ชสะบัดข้อมือออกทันทีด้วยความหงุดหงิด ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง “เราทำตามสัญญาในดีลบ้าๆ นั่นครบทุกข้อแล้วนะ คุณจะเอาอะไรอีก อยากตามติดชีวิตฉันไปถึงไหน?” คินน์ชะงักฝีเท้า หันกลับมาเผชิญหน้ากันเต็มตา แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากเสาไฟลานจอดรถสาดกระทบใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าเวลานี้สันกรามคมสันกลับขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองพอร์ชราวกับสัตว์ป่ากำลังจ้องตะครุบเหยื่อ เหยื่อตัวดีที่ดื้อรั้นและชอบทำตัวออกนอกลู่นอกทางอยู่เรื่อย “ดีลบ้าๆ อย่างงั้นเหรอ?” คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน “ถ้าจำไม่ผิด พอร์ชเป็นคนเซ็นชื่อลงไปในสัญญาฉบับนั้นเองนะ… และในข้อที่เจ็ด วรรคที่สอง ระบุไว้ชัดเจนว่า ‘ผู้ร่วมสัญญาต้องให้ความร่วมมือในทุกกรณีที่อีกฝ่ายร้องขอ’ จนกว่าโปรเจกต์นี้จะจบลง” “นั่นมันแปลว่าเรื่องงานต่างหากเล่า! ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแบบนี้!” พอร์ชเถียงกลับเสียงแข็ง ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้เกินไปจนน่าอันตราย คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนพอร์ชต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตูกระจกฝั่งข้างคนขับของรถสปอร์ตคันหรู ไม่มีทางหนีแล้ว คินน์ยกมือข้างหนึ่งขึ้นยันกระจกรถไว้ กักตัวพอร์ชให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยปริยาย เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเกือบมิด รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้รุนแรงเสียจนพอร์ชต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวของฉัน… มันเป็นเรื่องเดียวกันตั้งนานแล้วพอร์ช” คินน์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพรายจนขนลุกซู่ ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาสติที่สะสมมาแทบกระเจิง “นายคิดว่าฉันโง่เหรอ ถึงไม่รู้ว่าช่วงนี้พยายามหลบหน้าฉัน หลบตา เดินหนีทุกครั้งที่มีโอกาส… กลัวอะไรอยู่หึ? กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว หรือกลัวว่าความรู้สึกมันจะเกินเลยกว่าคำว่าคู่ค้าทางธุรกิจกันแน่” “E...ไอ้บ้าคินน์! ใครกลัว นายต่างหากที่คิดไปเอง!” พอร์ชหน้าแดงก่ำ เถียงเสียงสั่นอย่างคนจนมุม พยายามใช้สองมือดันอกแกร่งให้ออกไปให้ห่าง แต่คนตัวโตกลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่รำไร กลิ่นอายความดื้อรั้นและดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความท้าทายของพอร์ช คือสิ่งที่ทำให้คินน์คลั่งไคล้ที่สุด… และเกลียดที่สุดในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มแบบที่พอร์ชเกลียดนักหนา เพราะมันหมายความว่าเขากำลังเป็นฝ่าย ‘พ่ายแพ้’ ให้กับเกมจิตวิทยาของอีกฝ่ายอีกแล้ว “ถ้าคิดว่าฉันคิดไปเอง… ทำไมใจนายถึงเต้นดังขนาดนี้ล่ะพอร์ช” มือหนาที่ว่างอยู่เลื่อนลงมาทาบเบาๆ บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของพอร์ช สัมผัสอุ่นผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตทำให้ทุกคำพูดติดอยู่ที่ลำคอ จังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนน่าอายทรยศคำพูดทั้งหมดในพริบตา พอร์ชเบิกตากว้าง หายใจติดขัด สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของคินน์ลูบไล้แผ่วเบาผ่านผิวเนื้อ “ปล่อยนะ…” เสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนยวบลงอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตไหวระริก ยามที่เงยขึ้นสบกับนัยน์ตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความลึกล้ำ คินน์ไม่ได้มองพอร์ชด้วยสายตาเยชาชาเย็นชาแบบที่เคยทำกับคนทั้งโลก สายตาคู่นั้นกำลังแผดเผา หลอมละลายกำแพงทั้งหมดที่พอร์ชสร้างขึ้นมานานนับปีจนพังทลาย ในเสี้ยววินาทีนั้น… ข้อตกลงที่เคยคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เกราะป้องกันหัวใจ กลับสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนแทบไม่เหลือชิ้นดี คินน์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว ความเย้ายวนที่ผสมผสานกับความดุดันทำให้พอร์ชหลับตาลงโดยอัตโนมัติ รอคอยสัมผัสที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้น แต่ร่างกายกลับปฏิเสธไม่ได้เลย กริ๊ก! เสียงปลดล็อกประตูรถฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่สาดวาบเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแทรกบรรยากาศโรแมนติกให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที “อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีรินทำของตกไว้แถวนี้… ไม่คิดว่าจะเจอ ‘ภาพบาดตาบาดใจ’ แบบนี้เลยนะคะเนี่ย คินน์… พอร์ช… พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่เหรอคะ?” รินยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ใต้แสงไฟสลัว แววตาคู่คมกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มสมเพชแกมเย้ยหยัน ข้อมูลบางอย่างในมือถือถูกกำแน่น พร้อมจะถูกส่งออกไปสร้างความพินาศให้ดีลลับนี้แตกเป็นเสี่ยงๆ ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านละอองความรู้สึกนี้ไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%