นิยายเรื่อง: ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา
ตอนที่ 9: คนปากไม่ตรงกับใจ
นามปากกา: หิมะแรกในโตเกียว
หน้าจอมือถือในมือของรินสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของมุมตึก นิ้วเรียวยาวกำลังจะกดปุ่มส่งไฟล์ภาพและข้อมูลลับที่อาจพลิกคว่ำดีลธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้าน รวมถึงทำลายสถานะระหว่างคินน์และพอร์ชให้พังครืนลงในพริบตา แววตาสสมเพชแกมเย้ยหยันของรินฉายชัดราวกับผู้กำชัยชนะ
“จะส่งภาพนั้นให้ใครเหรอคะ คุณริน หรือว่า... อยากให้ฉันช่วยกดส่งให้อีกแรงดีล่ะ”
น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเฉียบราวกับละอองหิมะโปรยปรายลงกลางฤดูร้อนดังขึ้นเหนือหัว รินสะดุ้งสุดตัว รีบเก็บมือถือแนบตัวแล้วหันขวับกลับไปมอง พอร์ชยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือยด้วยท่าทีสบายๆ ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับกวาดมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเยาะที่ไม่เป็นรองกันแม้แต่น้อย ไม่มีแววตื่นตระหนกแม้แต่นิดเดียว... มีเพียงความท้าทายที่พร้อมจะฟาดฟันทุกเมื่อ
“เธอ... พอร์ช นายกล้าดียังไงมาซุ่มอยู่ตรงนี้” รินกัดฟันกรอด หน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อแผนการถูกขัดจังหวะ
“ก็ไม่ได้อยากจะเสียเวลามาดูงิ้วโรงเล็กหรอกนะคะ แต่พอดีหูมันบังเอิญได้ยินเสียงคนพยายามจะเล่นตลกสกปรกหลังบ้าน ก็เลยต้องเดินมาดูให้เห็นกับตาว่า ‘หมาลอบกัด’ หน้าตาเป็นยังไง” พอร์ชลอยหน้าลอยตากล่าว ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิดจนรินต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว “คิดว่าทำลายดีลนี้ได้แล้วคินน์จะหันกลับไปมองเหรอคะ ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า ริน... คนที่เขี่ยทิ้งไปแล้วต่อให้คลานกลับมา เขาก็เห็นเป็นแค่เศษฝุ่นใต้รองเท้าเท่านั้นแหละค่ะ”
“ปากดีนักนะพอร์ช! นายคิดว่าตัวเองวิសेषมาจากไหน ถึงได้กล้ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคินน์ ดีลบ้าๆ นี่มันก็แค่เรื่องธุรกิจ นายกับเขาเป็นแค่ตัวหมากในเกมเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย!” รินระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความคับแค้นใจ นิ้วที่ถือมือถือสั่นเทาด้วยความโกรธ
“ตัวหมากเหรอคะ? อืม... ก็อาจจะใช่ค่ะ” พอร์ชยัก
ไหล่เบาๆ แววตาทอประกายลึกล้ำชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นความมั่นใจเต็มเปี่ยม “แต่ก็นั่นแหละค่ะ ถึงจะเป็นแค่ตัวหมาก ฉันก็เป็นตัวหมากตัวโปรดที่ต่อให้คุณดิ้นรนแทบตาย ก็ไม่มีวันเขี่ยออกจากกระดานได้หรอกนะคะ”
“นาย...!”
“พอได้แล้วมั้งคะ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด คินน์ก้าวออกมาจากเงามืดของทางเดิน สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบลง ดวงตาคมกริบเหลือบมองรินแวบหนึ่งด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะเบนสายตามาหยุดอยู่ที่พอร์ชด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
รินหน้าถอดสี รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารทันที “คินน์คะ รินแค่... รินแค่มาคุยกับน้องเขาเฉยๆ ค่ะ แต่น้องพอร์ชเขาพูดจาดูถูกรินก่อน...”
“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วริน ว่าอย่ามาล้ำเส้นผม” คินน์ตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด บาดลึกจนรินหน้าชา “แล้วก็เก็บมือถือของคุณซะ อย่าให้ผมต้องใช้มาตรการเด็ดขาดกับคนที่ผมเคยคิดว่า ‘เคยรู้จัก’ มากกว่านี้”
ประโยคสั้นๆ แต่ทรงพลังทำเอารินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความเจ็บใจ รินส่งสายตาอาฆาตมาที่พอร์ชเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายไปในความมืดทันที
บรรยากาศบริเวณนั้นเหลือเพียงความเงียบงัน พอร์ชถอนหายใจเบาๆ ปลดแขนที่กอดอกออกแล้วเตรียมจะหมุนตัวเดินหนีบ้าง ขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับคนประเภทนี้ต่อหน้าคินน์ให้หงุดหงิดเล่น แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าไว้ด้วยมือหนาอย่างรวดเร็ว แรงดึงที่ไม่มากไม่น้อยทำให้พอร์ชต้องเซถลาเข้าไปประชิดแผงอกกว้างของคนตัวสูงโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความเย็นจากตัวคินน์ลอยเข้าแตะจมูก
“จะรีบเดินหนีไปไหน?” คินน์เอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำนั้นติดจะหงุดหงิดนิดๆ
“แล้วฉันต้องอยู่รอรับคำชมจากคุณหรือไงคะ?” พอร์ชเชิดหน้าขึ้น สบตาคู่คมอย่างไม่เกรงกลัว “ปล่อยค่ะ ฉันจะกลับห้อง เหนื่อยจะเคลียร์ปัญหาเรื้อรังของคุณเต็มทีแล้ว”
คินน์ไม่ยอมปล่อย ข้อมือถูกรั้งแน่นขึ้นอีกนิดจนพอร์ชต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย ดวงตาคมของคินน์หรี่ลง จ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงไม่ยอมหยุดด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งหงุดหงิด... และที่สำคัญคือ *หวง* จนแทบคลั่งตั้งแต่เห็นรินยืนประชิดตัวอีกฝ่ายเมื่อครู่แล้ว
“เก่งนักนะเมื่อกี้ ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน ถึงได้กล้าไปยืนท้าทายคนแบบรินตัวคนเดียว หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยินที่ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาใกล้ผู้หญิงคนนั้น” คินน์พ่นคำพูดประชดประชันออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรุ่มในใจ น้ำเสียงติดจะกระแทกกระทั้นเล็กน้อยตามนิสัยปากร้ายที่แก้ไม่หาย
“อ้าว! นี่ฉันกลายเป็นคนผิดเหรอคะเนี่ย?” พอร์ชย้อนถามเสียงสูง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความเหลืออด “นี่คุณ... ฉันช่วยกู้หน้าคุณไว้ไม่ให้ดีลพัง แถมยังตบหน้าแฟนเก่าคุณซะหงายเงิบ แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมาคือคำต่อว่าเนี่ยนะ? คินน์! สมองคุณคิดด้วยอะไรคะ ถึงได้ย้อนมาแว๊ดใส่ฉันแบบนี้!”
“ฉันไม่ได้แว๊ด!” คินน์เถียงทันควัน สีหน้าบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิม “แต่ฉันกำลังเตือนสติเธอต่างหาก พอร์ช... เธอคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหน ถึงชอบเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ แบบนั้น อยากโชว์เท่ให้ใครดู หรือว่า... กลัวฉันจะเสียท่าให้รินจนต้องรีบวิ่งแจ้นเข้าไปปกป้องฉันกันแน่ล่ะ?”
ประโยคหลังคินน์จงใจโน้มใบหน้าลงมาหา กระซิบด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่เจือความเย่อหยิ่ง ทว่าแววตาที่มองกลับเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความคาดหวังบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้
พอร์ชชะงักไปชั่ววินาที หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติที่เคยแข็งแกร่งเริ่มสั่นคลอน ทว่าริมฝีปากบางก็ยังไม่วายที่จะสวนกลับทันควัน
“หลงตัวเองขั้นสุดยอดเลยนะคะคุณคินน์! ปกป้องคุณเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ ฉันแค่ไม่อยากให้ดีลธุรกิจร้อยล้านมันพังเพราะความไร้น้ำยาของพวกคุณต่างหาก กลัวว่าฉันจะไม่ได้เงินค่าจ้างตามสัญญามากกว่าจะมาห่วงหน้าตาของคุณหรอกนะ!”
“ปากแข็ง...” คินน์พึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่รั้นสุดฤทธิ์อย่างหมั่นไส้ มืออีกข้างที่ไม่ได้จับข้อมือ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของพอร์ชออกให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับวาจาร้ายกาจโดยสิ้นเชิง “ปากบอกว่าไม่ห่วง แต่ตอนที่รินเข้าใกล้ เธอนี่แหละที่พุ่งเข้าไปหาเรื่องก่อนเพื่อนเลยนะพอร์ช”
พอร์ชรู้สึกเหมือนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ กับสัมผัสแผ่วเบานั้น รีบปัดมือคินน์ออกแล้วถอยหลังเว้นระยะห่าง “ก็... ก็รินมันน่ารำคาญนี่คะ ฉันแค่ทนดูไม่ได้หรอกน่า”
“หึ ปากไม่ตรงกับใจเอาซะเลยนะ” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาให้เห็น ทำเอาพอร์ชถึงกับกะพริบตาปริบๆ ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในท้อง “ถ้าปากแข็งนัก... เดี๋ยวฉันจะลงโทษให้หายปากดีซะดีไหม”
“จะ... จะทำอะไร ถอยไปนะ!” พอร์ชถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนเย็นเฉียบ ทางหนีถูกปิดตายเมื่อคินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้แขนสองข้างยันผนังกักขังร่างของพอร์ชไว้ตรงกลาง ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างลดลงเหลือน้อยนิด ลลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนหัวใจเต้นโครมคราม
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง ท่ามกลางความเงียบของมุมตึกที่ไร้ผู้คน เคมีบางอย่างพุ่งพล่านจนแทบจะจับต้องได้ คินน์จ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ลึกล้ำและดุดันขึ้นเรื่อยๆ ความอดกลั้นที่สะสมมานานเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
“บอกมาก่อนสิ ว่าเมื่อกี้หึงฉันหรือเปล่า... พอร์ช” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ทิ้งช่วงให้คนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
พอร์ชเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมองตื้อตันคิดคำพูดประชดประชันไม่ออกอีกต่อไป ดวงตากลมโตหลบสายตาคมกริบคู่นั้นวับด้วยความเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อนสุดชีวิต
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของคินน์กำลังจะก้มลงมาปิดกั้นคำตอบทั้งหมดด้วยสัมผัสที่รอคอย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาทางมุมตึก พร้อมกับเสียงตะโกนทุ้มดังลั่น
“คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ! เอกสารสัญญาฉบับจริงในห้องประชุมใหญ่... หายไปครับ!”
คำขอบคุณจากใจนักเขียน:
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "หิมะแรกในโตเกียว" มาโดยตลอดนะคะ!
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 9
คนปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!