เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เกิดเสียงทึบหนักหน่วงจนน่าตกใจ ดวงตากลมโตของพอร์ชเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหมั่นไส้ เมื่อร่างสูงโปรดของคินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยเข้าเตะจมูก ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาไว้ไม่ใช่ความหล่อเหลาบาดใจของเจ้าพ่ออสังหาฯ ผู้นี้ หากแต่เป็นใบหน้าบึ้งตึงที่ถมึงทึงราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย
"เอกสารบ้าอะไร ส่งมาผิดเวลาไม่พอ ยังสะสะรอนเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวโดยไม่เคาะประตูอีกเหรอพอร์ช!" คินน์ตวาดเสียงต่ำ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ปากว่า สันกรามคมกริบขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ขณะที่มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางของพอร์ชเอาไว้โดยอัตโนมัติ—เป็นสัญชาตญาณการหวงของและปกป้องที่เจ้าตัวมักจะปฏิเสธหัวชนฝา
พอร์ชสะบัดข้อมือออกเบาๆ แต่คินน์กลับยิ่งออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้น ร่างโปรดเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยแรงปะทะจากอوراที่ร้อนรุ่มของคนตรงหน้า
"อุ๊ย! ขอโทษทีครับ... อ๊ะ! ฉันหมายถึง ขอโทษทีค่ะคุณคินน์ พอดีฉันรีบ กลัวว่าเอกสารด่วนนี่จะทำให้โปรเจกต์ 'เดอะ แกรนด์' ของคุณพังไม่เป็นท่าซะก่อน" พอร์ชตั้งใจเปลี่ยนสรรพนามกะทันหันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดมองมา พร้อมกับยักคิ้วให้อย่างกวนประสาท
"ปากดีนักนะ" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ—ความรู้สึกที่ว่า อยากจะปิดปากช่างเจรจานี่ด้วยวิธีที่รุนแรงและแนบแน่นกว่าการต่อปากต่อคำ
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางถูกความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่วิ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่ คินน์ถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยมือจากข้อมือบางก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองนายเอกที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะอย่างถือดี
"ดึกป่านนี้แล้ว ยังไม่กลับห้องอีกหรือไง?" คินน์เปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะยังคงความกระด้างไว้ตามฟอร์มของคนซึน
"ห่วงฉันเหรอคะ?" พอร์ชเลิกคิ้วถาม ยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "นึกว่าคุณคินน์จะไล่ให้ออกไปนอนนอกตึกซะอีก เห็นทำหน้ายักษ์ใส่ตั้งแต่บ่าย"
"ใครห่วงนาย อย่าหลงตัวเองให้มากนักพอร์ช ฉันแค่รำคาญเสียงเดินยุ่มย่ามแถวหน้าห้องต่างหาก" คินน์เบือนหน้าหนีไปมองวิวยามค่ำคืนของมหานครที่สะท้อนผ่านกระจกใสบานยักษ์ ซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่เผลอหลุดออกมาไว้อย่างมิดชิด
"ปากแข็งชะมัด" พอร์ชพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมเดินเลี่ยงไปหยิบถุงกระดาษที่วางอยู่บนโซฟาออกมา "ในเมื่อไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว งานก็ดึก ดิวลับอะไรนั่นก็เคลียร์เรียบร้อยแล้ว ฉันซื้อนี่มา... ข้าวต้มป็อบอัพข้างตึก อร่อยเหาะ การันตีโดยกระเพาะของฉันเอง กินรองท้องซะก่อนที่คุณจะธาตุไฟแตกตายคาโต๊ะทำงาน"
ถุงพลาสติกบรรจุกล่องข้าวต้มร้อนๆ ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างถือวิสาสะ ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของขضรข่าและเนื้อปลาสดใหม่ คินน์เหลือบมองกล่องข้าวต้มสลับกับใบเนียนใสของคนที่ยืนส่งยิ้มแป้นให้อย่างท้าทาย
"ของแบบนี้ฉันไม่กิน..." คินน์เอ่ยเสียงแข็ง ขยับตัวหนีราวกับมันเป็นสิ่งแปลกปลอม
"เชเชเช... อย่ามาทำเป็นคุณชายกินยากหน่อยเลยค่ะคุณคินน์ คนเราท้องหิวต่อให้เป็นไฮโซตระกูลดังมาจากไหน ก็หิวเป็นเหมือนกันนั่นแหละ ลองชิมดูก่อนเถอะน่า ถ้าไม่อร่อยค่อยเอามาปาใส่หัวฉันเลยเอ้า!" พอร์ชไม่พูดเปล่า จัดการเปิดฝากล่องพลาสติกแล้วดันมันเข้าไปใกล้ข้อศอกของอีกฝ่าย พร้อมกับส่งช้อนพลาสติกสีขาวสะอาดไปให้อย่างเสร็จสรรพ
คินน์จ้องมองช้อนในมือสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของพอร์ช ความเย็นชาที่เคยสร้างเป็นเกราะกำบังมาตลอดทั้งวันค่อยๆ ละลายหายไปทีละน้อย ราวกับละอองหิมะที่สัมผัสกับไออุ่นของเปลวไฟ ร่างสูงถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ยอมพ่ายแพ้ให้กับความดื้อรั้นที่แสนจะน่ารักของคนตรงหน้าอย่างจำยอม
มือหนาหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มคำเล็กเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อประเมินรสชาติ ขณะที่พอร์ชลุ้นจนตัวเกร็ง แอบกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ
"เป็นไงคะ? ไม่อร่อยเหรอ?" พอร์ชถามเสียงอุบอิบ เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปนาน
"อืม... ก็พอใช้ได้" คินน์ตอบสั้นๆ แต่ตักคำที่สองเข้าปากตามอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนตัวโตโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดและกดดัน กลับกลายเป็นความอบอุ่น ละมุนละไม และเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
พอร์ชลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองคนปากแข็งซดข้าวต้มร้อนๆ จนหมดกล่อง แววตาของคินน์ที่มองตอบกลับมาในตอนนี้ไม่มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความไหววูบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นมานาน
"มองอะไรนักหนา หน้าฉันมีข้าวติดอยู่หรือไง" คินน์เอ็ดเบาๆ เมื่อเห็นสายตาแพรวิบวับที่มองมาไม่วางตา
"เปล่าค่ะ แค่คิดว่า... เวลาคุณคินน์กินข้าวแบบนี้ ดูเป็นมนุษย์ขึ้นมาเยอะเลย" พอร์ชหัวเราะคิกคัก
"พอร์ช..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ความหวานชื่นจากมื้อค่ำเมื่อครู่กำลังถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในอก คินน์วางช้อนลง ชันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพอร์ชที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้
เงาสูงทอดทับร่างโปรดจนมิด พอร์ชเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่พราวระยับไปด้วยประกายความต้องการบางอย่าง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันและกัน
"นายรู้ไหมพอร์ช..." คินน์โน้มใบลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนให้ขนลุกซู่ "ความลับอีกอย่างที่ฉันยังไม่เคยบอกใคร... คือฉันเกลียดการกินข้าวคนเดียวที่สุดในโลก แต่ตอนนี้..."
นิ้วเรียวของคินน์เอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของพอร์ชแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้พอร์ชสะท้านไปทั้งร่าง สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนวิ่งมาราธอน
"...ฉันชักจะเริ่มเสพติดการมีนายมานั่งป่วนเปี้ยนตอนดึกๆ แบบนี้เข้าซะแล้วสิ"
พอร์ชเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ คำพูดกำกวมกับสายตาที่สื่อความหมายชัดเจนทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิดกระเจิง ร่างโปรดอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรือหาทางแก้เก้อ แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในยามวิกาลนี้
"คินน์คะ... รินเองค่ะ พอดีรินผ่านมาแถวนี้ เลยเอาของโปรดมาฝาก..."
เสียงหวานหยดย้อยของ 'ริน' แฟนเก่าที่พยายามกลับมาทวงคืนพื้นที่ในชีวิตคินน์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวล้ำเข้ามาในห้อง รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าโฉบเฉี่ยว ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับต้องแข็งค้างเมื่อสายตาคู่สวยกวาดไปเห็นภาพบาดตา—คินน์ที่กำลังโน้มตัวคร่อมร่างของพอร์ชไว้ในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าลมหายใจแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันบนโต๊ะทำงานตัวนั้น!
—โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ—
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับละอองความฟินในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะคะ นักอ่านที่น่ารักของ "หิมะแรกในโตเกียว" ทุกคนค่ะ
ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา•ตอนที่ 5
อาหารมื้อดึกกับความลับที่ถูกเปิด
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับขยับหัวใจนายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!