"ถ้าคิดจะใช้มารยาเรียกร้องความสนใจแบบนี้..." ปลายนิ้วเรียวของคิมหันต์ลูบไล้อยู่ที่สะโพกมนเบาๆ ก่อนจะออกแรงรั้งเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของปั้นสิบแนบชิดกับอกแกร่ง "บอกเลยว่า... มันได้ผลเกินคาดซะด้วยสิ ปั้นสิบ"
สัมผัสอุ่นจัดผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงทำให้ปั้นสิบแทบสะดุ้ง เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาท่ามกลางความมืดสลัวหลังมุมเสาของแกลเลอรีชื่อดัง แสงไฟนีออนดัดสีส้มแดงจากภายนอกสาดส่องเข้ามาทาบทับใบหน้าคมคายของคนตัวสูงที่โน้มลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ปล่อยเลยนะคุณคิม นี่มันงานเลี้ยงเปิดตัวบริษัทนะ คนพลุกพล่านจะตายไป ถ้าใครมาเห็นเข้า..." ปั้นสิบเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกอีกฝ่ายออกแต่มีหรือที่แรงนักศึกษาปีสี่จะสู้แรงสถาปนิกหนุ่มผู้บ้าออกกำลังกายได้
"เห็นแล้วยังไง ใครจะกล้าทำอะไรทายาทคิมหันต์ สถาปนิก..." คิมหันต์จงใจเว้นวรรค ดวงตาคมกริบทอประกายพราวระยับอย่างคนเหนือกว่า "หรือว่ากลัวคนอื่นเขาจะรู้ว่า... นายกำลังเขินจนหูแดงหมดแล้ว?"
"ใครเขิน บ้าหรือเปล่า!" ปั้นสิบรีบยกมือขึ้นจับใบหูที่ร้อนผ่าวของตัวเองทันทีโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนึกเจ็บใจตัวเองที่ดันเสียท่าให้อีกฝ่ายจับไต๋ได้อีกจนได้ "ปล่อยผมได้แล้ว ผมต้องไปดูความเรียบร้อยโซนจัดแสดงภาพสถาปัตยกรรมต่อ ภาคินตามหาแย่แล้วมั้ง"
พอได้ยินชื่อเพื่อนสนิท คิมหันต์ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่เคยพราวเสน่ห์แปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยทันที ทว่ามือที่โอบเอวอยู่กลับไม่ได้คลายออกแต่อย่างใด กลับกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
"ภาคินมันดูแลแขกฝั่งนู้น นายมีหน้าที่อยู่ข้างๆ ฉัน ในฐานะ... ผู้ช่วยพิเศษ" คิมหันต์เน้นเสียงคำว่าผู้ช่วยพิเศษด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะยอมปล่อยมือออกอย่างนึกเสียดาย พร้อมกับจัดปกเสื้อสูทเข้ารูปให้คนตัวเล็กกว่าด้วยความใส่ใจที่เจ้าตัวมักจะกลบเกลื่อนด้วยท่าทางเย็นชาเสมอ "ตามมา อย่าเดินเร็วนักล่ะ ขาสั้นซะเปล่า"
"ปากคอเราלעיรעהนี่มันน่าเอาคัตเตอร์กรีดจริงๆ ให้ตายสิ" ปั้นสิบพึมพำงุบงิบตามหลัง แต่ก็ยอมเดินตามร่างสูงโปร่งที่ก้าวฉับๆ ออกไปยังห้องโถงใหญ่จัดเลี้ยงที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ราคาแพงและแสงไฟระยิบระยับ
งานเลี้ยงค่ำคืนนี้คลาคล่ำไปด้วยเซเลบริตี้ นักธุรกิจชื่อดัง และบรรดาสถาปนิกแถวหน้าของเมืองไทย ปั้นสิบในชุดสูทสากลสีเทาอ่อนตัดเย็บอย่างประณีตกลายเป็นจุดสนใจไม่น้อยด้วยใบหน้าหวานคมและท่าทีคล่องแคล่วว่องไว แม้เจ้าตัวจะรู้สึกอึดอัดกับสายตาหลายคู่ที่มองมาทางนี้ก็ตามที
"อ้าว! น้องปั้นสิบ ทางนี้ครับ!"
เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูดังแทรกเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ เรียกให้ปั้นสิบหันไปมองตามต้นเสียง รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่คณะสถาปัตย์ปีเดียวกันที่เพิ่งเรียนจบและได้ทุนไปทำงานที่บริษัทระดับโลกอย่าง 'กรณ์' เดินถือแก้วแชมเปญตรงเข้ามาหา
"พี่กรณ์! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย ทำไมไม่บอกผมเลย" ปั้นสิบอุทานด้วยความดีใจ เดินเข้าไปทักทายรุ่นพี่สนิทอย่างเป็นกันเองตามประสาคนเคยร่วมหัวจมท้ายทำงานโปรเจกต์ส่งอาจารย์มาด้วยกันนับไม่ถ้วน
กรณ์หัวเราะร่วนในลำคอ ดวงตาคมกริมมองสำรวจรุ่นน้องตัวเล็กด้วยความเอ็นดู มือหนายื่นไปยีกลุ่มผมนิ่มของปั้นสิบเบาๆ อย่างที่ชอบทำสมัยเรียนอยู่คณะ "เพิ่งลงเครื่องเมื่อวานซืนนี้เองครับ เห็นว่ามีงานใหญ่ของบริษัทคุณคิมหันต์ พี่เลยแวะมาซะหน่อย... ไม่คิดว่าจะได้เจอน้องปั้นสิบในลุคเนี๊ยบขนาดนี้นะเนี่ย น่ารักเป็นบ้าเลยว่ะ"
สรรพนามและความสนิทสนมเกินเบอร์นั้นทำเอาปั้นสิบลอบหัวเราะ "พี่กรณ์ก็ชมเกินไป ผมอึดอัดจะตายอยู่แล้วเนี่ย ชุดสูทนี่ก็..."
ทว่า บทสนทนาระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องกลับต้องชะงักกึก เมื่อบรรยากาศรอบตัวบริเวณนั้นลดอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ราวกับมีใครเอาแช่แข็งมาเทราดลงกลางวง
คิมหันต์ที่เดินนำหน้าไปก่อนหน้านี้หยุดฝีเท้าลงโดยพลัน ร่างสูงหมุนตัวกลับมามองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนคนรอบข้างสัมผัสได้ มือหนาที่ถือแก้วไวน์แดงบีบก้านแก้วแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ดวงตาคู่คมกวาดมองมือของกรณ์ที่ยังคงค้างอยู่บนกลุ่มผมของปั้นสิบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก—ความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอด แต่มันกลับแสดงออกมาชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
"มือ... สมควรเก็บเอาไว้จับดินสอออกแบบงาน มากกว่าจะมาลูบหัวคนอื่นส่งเดชในงานทางการแบบนี้นะครับ คุณกรณ์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเฉียบขาดจนทุกคนรอบข้างเงียบกริบลงทันที คิมหันต์ก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องด้วยท่าทีคุกคามโดยไม่ปิดบัง ร่างสูงใหญ่บังปั้นสิบไว้ครึ่งตัวราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของทางอ้อม
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มชื่อดังผู้ได้ชื่อว่าเยือกเย็นและเข้าถึงยากที่สุดคนหนึ่ง "อ้าว คุณคิมหันต์... ผมแคทักทายน้องรหัสเก่าเฉยๆ ครับ ไม่คิดว่าจะเคร่งเรื่องมารยาทขนาดนี้"
"ผมไม่ได้เคร่งมารยาท..." คิมหันต์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ "แต่ผมเคร่งเรื่อง... คนของผม มากกว่า"
คำว่า 'คนของผม' หลุดออกมาจากปากคุณชายน้ำแข็งอย่างหน้าตาเฉย ทำเอาปั้นสิบที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความคาดไม่ถึง นายเอกหนุ่มรีบเอื้อมมือไปสะกิดชายเสื้อสูทของคนตัวโตทันที
"คุณคิม พูดอะไรเนี่ย เกรงใจแขกผู้ใหญ่บ้างสิ!" ปั้นสิบกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด
"ทำไม ฉันพูดความจริง" คิมหันต์ตอบหน้าตาย โดยไม่ละสายตาไปจากกรณ์ที่กำลังมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น ระหว่างสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้มาใหม่กับเจ้าภาพจอมเผด็จการที่ยืนขวางโลก ทว่าก่อนที่สงครามประสาทจะบานปลายไปมากกว่านั้น แสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือกลุ่มหนึ่งก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบของพริมโรส คู่หมั้นสาวสวยที่เดินเข้ามาพร้อมกับผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์
"คุณคิมคะ! ทางท่านทูตฝรั่งเศสอยากขอตัวไปแนะนำให้รู้จักกับนักลงทุนทางยุโรปหน่อยค่ะ ตอนนี้กำลังรออยู่ตรงโซน VIP เลย..." พริมโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมกับเอื้อมมือเรียวเข้ามาเกาะแขนแกร่งของคิมหันต์ไว้อย่างถือวิสาสะ
คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น ปัดแขนออกอย่างไม่ไยดีจนพริมโรสหน้าเสียเล็กน้อย "ผมยังไม่ว่าง..."
"คุณคิมไปเถอะครับ เดี๋ยวผมดูแลพี่กรณ์ต่อเอง" ปั้นสิบรีบพูดแทรกขึ้นทันทีด้วยความหวังดี ไม่อยากให้งานของอีกฝ่ายเสียเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง แถมยังอยากปลีกตัวออกจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ด้วย
คิมหันต์หันขวับมามองปั้นสิบด้วยแววตาตำหนิชัดเจน ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดระคนน้อยใจที่อีกคนดูจะผลักไสเขาให้ไปหาผู้หญิงคนอื่นเสียเหลือเกิน
"อย่าแม้แต่จะคิดหนีไปไหนเด็ดขาด ปั้นสิบ" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูจนปั้นสิบขนลุกซู่ "ยืนรออยู่ตรงนี้ ห้ามขยับไปไหนทั้งสิ้น... จนกว่าฉันจะกลับมาจัดการนาย"
พูดจบ คิมหันต์ก็สะบัดตัวเดินตามพริมโรสไปอย่างจำใจ ทว่าสายตาดุดันยังคงหันกลับมามองย้ำเตือนเป็นระยะ
ปั้นสิบลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้หันไปคุยอะไรต่อกับกรณ์ จู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่แสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาด
นิ้วเรียวกดรับสายด้วยความสงสัย ทว่าเสียงที่ดังลอดมาจากปลายสายกลับทำให้เลือดในกายของปั้นสิบเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบตอนนี้ค่า!
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 6
คุณชายจอมเผด็จการ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!