กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 7

คำเตือนจากเพื่อนสนิท

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าไม่อยากให้ฉันควักกระเป๋าจ่ายค่าปรับแทน ก็เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปฆ่าใครแล้วเดินมาเซ็นเอกสารตรงนี้ซะทีค่ะ คุณสถาปนิกหน้าหยก" เสียงหวานติดจะห้วนเล็กน้อยดังลอดมาจากปลายสาย พร้อมกับเสียงกระดาษพลิกดังแกรกกรากที่สะท้อนชัดเจนผ่านลำโพงโทรศัพท์ ปั้นสิบยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องทำงานที่เย็นเฉียบ เลือดในกายที่เคยแล่นพล่านด้วยความหงุดหงิดเมื่อครู่ กลับเย็นเฉียบลงในพริบตาเมื่อตระหนักได้ว่า ปลายสายไม่ใช่เสียงทวงหนี้หรือเสียงขู่กรรโชกจากเจ้าหนี้เงินกู้ที่ไหน แต่เป็นเสียงของ 'พี่ภาคิน' เพื่อนสนิทตัวแสบของท่านประธานหนุ่มน้ำแข็งก้อนนั้นต่างหาก ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังถูกแก๊งคุณชายพวกนี้ปั่นหัวเล่นอยู่ใช่ไหมคะ ปั้นสิบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง แม้ในใจจะอยากพ่นคำด่าสารพัดใส่คนฉลาดแกมโกงอย่างภาคินแค่ไหน แต่สถานะปัจจุบันของเขาในฐานะเลขาฯ จำยอม (ที่พ่วงตำแหน่งทาสเอกสาร) ก็ทำให้ต้องสงปากสงคำไว้ชั่วคราว "ผมไม่มีอารมณ์มาเล่นตลกกับคุณภาคินหรอกนะครับ ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร ผมขอ—" "อุ๊ย ใจร้อนจริงนะคะเด็กน้อย ระวังเถอะ... ขืนทำเสียงดุใส่ฉันแบบนี้ เดี๋ยวเจ้านายตัวดีของคุณเขาจะหูผึ่งแล้ววิ่งมาแย่งโทรศัพท์ไปซะก่อน" ภาคินหัวเราะร่วนในลำคอ น้ำเสียงเจ้าเล่ห์เปี่ยมด้วยความสนุกสนาน "แต่อันที่จริง ฉันไม่ได้โทรมาหาคุณเพราะเรื่องงานหรอกนะ... ปั้นสิบ" ทัศนียภาพรอบตัวของปั้นสิบเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกระแวงแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง "แล้วโทรมาทำไมครับ" "ก็แค่อยากจะเตือนด้วยความหวังดี ในฐานะที่เห็นคุณวิ่งวุ่นหัวหมุนอยู่กับไอ้คิมมาหลายวัน" น้ำเสียงของภาคินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เจือรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ชวนให้รู้สึกขนลุกแปลกๆ "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะ... ช่วงนี้มีคนเขากำลังจับตาดู 'อิทธิพล' ที่เลขาฯ คนใหม่อย่างคุณกำลังมีต่อท่านประธานอยู่ หึๆ ยิ่งกว่าตอนพริมโรสเข้ามาวุ่นวายซะอีกนะจะบอกให้" *ติ๊ด!* ปลายสายตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ปั้นสิบยืนถือโทรศัพท์ค้างไว้กลางอากาศ พร้อมกับสมองที่ประมวลผลคำพูดเหล่านั้นด้วยความเร็วสูง *อิทธิพลอย่างนั้นเหรอ? บ้าน่า... เขากับคิมหันต์กัดกันทุกครั้งที่เจอหน้ากันด้วยซ้ำ จะเอาอะไรมามีอิทธิพล!* ปั้นสิบสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธาน ทว่า... ทันทีที่ผลักบานประตูไม้เนื้อดีเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักกึกโดยอัตโนมัติ คิมหันต์ไม่ได้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างเคย ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งกอดอกไว้หลวมๆ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตาดุดันเย็นชาแบบที่เคยเป็น แต่มันมีความลึกล้ำบางอย่างซ่อนอยู่... ชนิดที่ทำให้คนที่สบตาต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล "คุยอะไรกับภาคินนานสองนาน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูห้องปิดลง บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความกดดันแปลกๆ คิมหันต์ปรายตามองโทรศัพท์มือถือในมือของปั้นสิบด้วยหางตา ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายกำลังไม่สบอารมณ์กับอะไรบางอย่าง ปั้นสิบกระพริบตาปริบๆ ตั้งสติกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มยั่วเย้าถูกจุดขึ้นที่มุมปากตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ปากเก่งๆ เริ่มทำงานทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมา "อ๋อ... คุณภาคินโทรมาเตือนผมน่ะครับ" ปั้นสิบแกล้งลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ดวงตาสดใสสบตาประสานกับคนตัวสูงอย่างไร้ความเกรงกลัว "เตือนว่า... ช่วงนี้ผมต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะมีใครบางคนกำลังแอบจับตาดูผมอยู่ ว่าแต่... ท่านประธานรู้เรื่องนี้หรือเปล่าครับว่าเพื่อนสนิทตัวเองปากมากขนาดไหน" คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างสูงผละออกจากขอบโต๊ะแล้วก้าวเข้าหาปั้นสิบช้าๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองเริ่มแคบลงทุกที แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ปั้นสิบเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับบานประตูห้องที่ปิดสนิทเสียแล้ว ซวยแล้ว... ชายหนุ่มร่างสูงก้มหน้าลงมามองเขาจากมุมสูง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้มจนปั้นสิบต้องกลั้นหายใจ มือหนายื่นออกไปวางทาบบานประตูกั้นขังร่างบางเอาไว้ตรงกลาง ไม่เปิดโอกาสให้ขยับหนีไปไหนได้เลย "ปากดีขึ้นทุกวันนะปั้นสิบ" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบaอยู่ชิดริมหูกลีบกุหลาบของคนตัวเล็ก แววตาคมปลาบไหวระริกด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายและชวนให้ใจสั่นสะท้าน "แล้วรู้ไหม... ว่าไอ้คำเตือนที่นายได้ยินมาน่ะ มันหมายความว่ายังไงจริงๆ" ปั้นสิบเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกออกมานอกอก ความซือซึนและเย่อหยิ่งในตัวคิมหันต์เวลานี้กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ ทว่า... ก่อนที่ปั้นสิบจะได้ทันอ้าปากตอกกลับอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ "คิมคะ! ทำไมคุณถึงปล่อยให้ข่าวลือเรื่องเลขาฯ คนนี้แพร่สะพัดไปทั่วบริษัทแบบนี้ล่ะคะ!" ร่างบางในชุดสูทแฟชั่นสีแดงเพลิงของ 'พริมโรส' ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตเฉี่ยวคมกวาดมองคิมหันต์และปั้นสิบที่ยืนแนบชิดติดกันในระยะประชิดด้วยความโกรธเกรี้ยว ปั้นสิบเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพของคู่หมั้นสาวไฮโซที่พุ่งเข้ามาประจันหน้า และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... คิมหันต์ก็ไม่ได้ถอยตัวออกห่างจากเขาเลยสักนิด ซ้ำร้าย... มือหนาที่กั้นประตูอยู่กลับยิ่งเลื่อนมาคว้าเอวบางของปั้นสิบเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ "ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอพริม... เธอจะได้รู้ซะที ว่าคนๆ นี้... ห้ามใครแตะต้องทั้งนั้น" หิมะแรกในโตเกียว (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความซึนของท่านประธานในตอนนี้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%