กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 10

ข้าวต้มก้นหม้อ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงเคาะประตูดังปังๆ แบบไม่มีมารยาทที่หน้าห้องพัก ทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างคนสองคนที่ยืนจ้องหน้ากันแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ปั้นสิวกวาดสายตาเลิกลั่กมองสลับระหว่างร่างสูงโปร่งของคิมหันต์ที่ยืนบังประตูอยู่ กับบานประตูไม้ที่สั่นสะเทือนเพราะแรงทุบจากด้านนอก "ใครมาวะดึกดื่นป่านนี้..." ปั้นสิบพึมพำเสียงเบา ขยับตัวจะลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความทุลักทุเลเพราะพิษไข้ แต่นิ้วเรียวยาวของคนตัวสูงกว่ากลับยื่นมาแตะลาดไหล่ กดให้นั่งลงตามเดิมอย่างออกคำสั่ง "อยู่เฉยๆ นายไข้ขึ้นอยู่ไม่ใช่หรือไง" คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกราบกรานฉายแววหงุดหงิดชัดเจนเมื่อเสียงเคาะยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด "แล้วถ้าเป็นเจ้าหนี้ หรือเจ้าของหอมาทวงค่าเช่าห้องล่ะคุณ หลบไปเลยนะ ฉันต้องออกไปเคลียร์เอง" ปั้นสิวยังดื้อรั้น จะดันอกอีกฝ่ายออก ทว่าคิมหันต์กลับถอนหายใจพรวดใหญ่ออกมาอย่างเหลืออด "ถอยให้ก็โง่ส-.. นายอยู่ในสภาพนี้เนี่ยนะจะออกไปรับแขก สภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด" คิมหันต์เอ่ยเสียงเข้ม พลางปรายตามองเสื้อยืดตัวโคร่งที่อีกฝ่ายใส่ซึ่งมันร่นขึ้นมาจนเห็นผิวเนียนขาวแถวเอวบางอย่างไม่ตั้งใจ สถาปนิกหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ใบหูเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อโดยที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยการทำหน้าดุ "เดี๋ยวฉันจัดการเอง รออยู่ตรงนี้ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด!" พูดจบ คุณชายไฮโซผู้ไม่เคยต้องมารับหน้าใครยามวิกาลก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปกระชากประตูห้องเปิดผางออกทันที "นี่คุณ! ทำไมเปิดช้าจัง ฉันเคาะจนมือจะหักอยู่แล้ว... อ๊ะ! ค-คุณคิมหันต์!" เสียงแหลมสูงที่โวยวายเมื่อครู่สะดุดกึกทันที ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของ 'พริมโรส' ชะתงงงัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าผู้ชายที่มาเปิดประตูห้องเช่าเก่าๆ กลางดึก ไม่ใช่ไอ้นักศึกษายากจนที่เธอตามรังควาน แต่เป็นคู่หมั้นหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลของเธอนั่นเอง! ปั้นสิวนั่งมองเหตุการณ์ผ่านพนักโซฟาด้วยความงุนงงไม่แพ้กัน เขาอ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแขกยามวิกาลคือใคร ก่อนจะรีบหุบปากฉับเมื่อสายตาคมกริบของพริมโรสพุ่งทะลุผ่านไหล่ของคิมหันต์ตรงมายังเขาที่นั่งอยู่ด้านใน "นี่คุณมาทำอะไรที่นี่คะคิม? แล้วนี่มัน... ห้องของเด็กนั่นไม่ใช่เหรอ!" พริมโรสแว้ดเสียงสูงด้วยความไม่พอใจ โทสะพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองเมื่อเห็นสภาพห้องที่ดูคุ้นเคยและกลิ่นอายความใกล้ชิดลอยอบอวลในอากาศ "คุณมาทำอะไรในห้องผู้ชายคนนี้ตอนตีสองคะ!" "มันไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องมาใส่ใจ พริมโรส" คิมหันต์ตอบเสียงเรียบเย็น น้ำเสียงราบ 18 องศาไร้ซึ่งเยื่อใย ร่างสูงก้าวเท้าออกมาปิดกั้นไม่ให้หญิงสาวมองลอดผ่านเข้าไปข้างในได้อีก แต่ความไวของพริมโรสมีมากกว่า เธอยื่นมือผลักอกแกร่งเบาๆ แล้วแทรกตัวพรวดพราดเข้ามาในห้องทันทีอย่างเสียมารยาท "ว피้! นี่เธอถือวิสาสะอะไรเข้ามาห้องคนอื่นเนี่ย" ปั้นสิบดีดตัวขึ้นยืนอัตโนมัติ ถึงแม้ขาจะสั่นพับๆ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ปากเก่งๆ จึงสวนกลับทันควัน "มารยาททางสังคมที่ไฮโซอบรมกันมานี่คือบุกรุกเคหสถานยามวิกาลสินะครับคุณพริมโรส" "หุบปากไปเลยนะนายเด็กจนตรอก! นายใช้มารยาอะไรถึงทำให้คิมต้องมาอยู่ที่นี่ได้ตอนดึกดื่นแบบนี้!" พริมโรสกรีดเสียงแหลม ชี้หน้าปั้นสิบด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น บรรยากาศในห้องแคบๆ คุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนสันชัด ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกคนตรงหน้าล้ำเส้นและมารยาททรามใส่คนในพื้นที่ของเขา "พอได้แล้วพริมโรส!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวคู่หมั้นสาว กระชากแขนเรียวให้ถอยหลังออกไปทางประตูลั่นๆ "กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเธอถาวร" "คิมไล่ฉันเหรอคะ? เพราะไอ้เด็กนี่ใช่มั้ย คุณถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้!" พริมโรส น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจและเสียหน้า เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม หันไปมองปั้นสิบด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ "แกจำไว้เลยนะไอ้ปั้นสิบ แกไม่มีทางเทียบชั้นฉันได้หรอก!" พูดจบ หญิงสาวก็กระแทកส้นสูงเดินฮึดฮัดออกจากห้องไป ปิดประตูเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนผนังห้องแทบสะเทือน ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ปั้นสิวยืนเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกพะอืดพะอมทั้งจากพิษไข้และบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากสบตากับร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง "กลับไปซะสิครับคุณ จะยืนรอให้ใครมาไล่อีกรอบหรือไง" ปั้นสิบเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่เนื้อตัวร้อนรุ่มจนแทบยืนไม่ไหว คิมหันต์ถอนหายใจยาวนาน เดินตรงดิ่งกลับเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าคนดื้อรั้นที่ตอนนี้หน้าตาซีดเซียว ดวงตาคู่สวยฉายแววอ่อนล้าอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปแตะหน้าผากมนทันทีโดยไม่ฟังเสียงทักท้วง "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ ยังจะมาปากดีใส่ฉันอีกนะ" คิมหันต์เอ่ยดุๆ น้ำเสียงเจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด ปลายนิ้วสัมผัสความร้อนจากผิวอีกฝ่ายทำให้เขาขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม "ไปนอนซะ อย่าดื้อ" "ผมไม่ใช่เด็ก... อ๊ะ!" ปั้นสิบจะถอยหนี แต่ด้วยอาการวิงเวียนทำให้ขาอ่อนแรงทรุดฮวบล้มลงไปตรงหน้า คิมหันต์ไวกว่าคว้าตัวไว้ทัน ร่างทั้งร่างจึงเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมอกแกร่งของสถาปนิกหนุ่มพอดิบพอดี ใบหน้าของปั้นสิบแนบชิดกับแผงอกกว้าง ได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้กันจนรู้สึกได้ คิมหันต์โอบเอวบางไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ ดวงตาคมก้มมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นมาสบตากพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ หัวใจของปั้นสิวเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดที่อันตรายเกินไป "ปล่อยได้แล้วคุณ..." กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่คิมหันต์กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน "บอกให้รออยู่เฉยๆ ทำไมไม่เคยเชื่อฟังเลยนะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูกลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้สติของปั้นสิบกระเจิดกระเจิง ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอกนั้นเอง... กริ๊งงงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานข้างเตียงของปั้นสิบก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นทำลายความเงียบ คิมหันต์ชะתงเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตาไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้ดวงตาคมกริบของคิมหันต์หรี่แคบลงในทันที พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่กลับมาเยือกเย็นยะเยือกขึ้นอีกครั้งอย่างน่าประหลาด! "ภาคิน..." (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%