"ถ้าคิดว่าการยืนจ้องหน้าผมจะช่วยแก้ปัญหาแบบร่างโปรเจกต์นี้ได้ ก็เชิญยืนต่อไปเถอะครับคุณคิมหันต์ แต่บอกไว้ก่อนว่า... น้ำลายของคุณไม่ได้ช่วยให้เส้นดราฟต์มันตรงขึ้นมาหรอกนะ"
น้ำเสียงแหบพร่าที่เจือกระแสประชดประชันดังขึ้น ท่าوسطบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานของสำนักงานสถาปนิกชื่อดัง ปั้นสิบพยายามฝืนทรงตัวให้ตรง แม้ว่าขาทั้งสองข้างจะเริ่มสั่นเทาจนแทบรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวซีดที่ตอนนี้ถูกย้อมด้วยพิษไข้จนแดงก่ำ
จากเหตุการณ์ที่พริมโรสปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหนือกว่าในตอนที่แล้ว บีบคั้นให้ปั้นสิบต้องเร่งเคลียร์งานชิ้นสำคัญเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนร่างกายที่อดนอนติดต่อกันหลายวันประท้วงเสียงดังลั่น เขาฝืนกลืนยาแก้ปวดพาราเซตามอลลงคอไปถึงสามเม็ด แต่อุณหภูมิในร่างกายกลับพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนโลกทั้งใบเริ่มหมุนควอน
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องร่างบางที่เซถลาจนเกือบล้มพับไปกับโต๊ะทำงาน สัญชาตญาณดิบของความเป็นสถาปนิกหัวรั้นสั่งให้เขาทำเป็นเมินเฉย แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับกระตุกวูบด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วงจนแทบคลั่ง
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะปั้นสิบ" คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยความเร็วสูง มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวเล็กที่ผอมโซจนแทบเหลือแต่กระดูก "สภาพนายตอนนี้ ต่อให้เป็นเด็กอนุบาลมาเป่าลมใส่ก็ปลิวแล้ว ยังจะมีหน้ามาอวดเก่งปากดีใส่ฉันอีกเหรอ"
"ปล่อย... ผมเดินเองได้" ปั้นสิบสะบัดแขนหนีด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ดวงตากลมโตตวัดมองคิมหันต์อย่างไม่ยอมแพ้ แม้แพขนตางอนจะเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ "อย่ามาแตะตัวผม... คุณมีคู่หมั้นไฮโซรอรับส่งอยู่โน่นไม่ใช่เหรอครับ จะมาใส่ใจเด็กฝึกงานจนๆ อย่างผมทำไม เดี๋ยวภาพลักษณ์คุณชายน้ำแข็งจะแปดเปื้อนเอาเปล่าๆ"
คำพูดประชดประชันที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ยิ่งทำให้คิมหันต์โมโหจนเลือดขึ้นหน้า ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นไปอีก เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ตัดสินใจรวบร่างโปร่งบางนั้นขึ้นอุادแนบอกในท่าเจ้าสาวท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพนักงานคนอื่นๆ ที่ยังคงทำงานล่วงเวลาอยู่ในออฟฟิศ
"นี่! คุณ! ปล่อยผมลงนะ! บ้าหรือไง คนมองกันหมดแล้ว!" ปั้นสิบดิ้นรนสุดกำลัง ฝ่ามือเรียวระดมทุบลงบนลาดไหล่กว้างของอีกฝ่าย แต่แรงอันน้อยนิดนั้นแทบไม่ต่างจากการนวดตัวให้คิมหันต์เลยแม้แต่น้อย
"ถ้าไม่อยากให้คนมองมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ ซะ" คิมหันต์กดเสียงต่ำคาดโทษ ดวงตาสีเข้มฉายแววดุเดือดแต่ลึกๆ กลับซ่อนความกังวลไว้มิดชิด เขาสกิดบอกภาคินที่ยืนอ้าปากค้างให้จัดการเรื่องงานที่เหลือแทน ก่อนจะกึ่งอุעםกึ่งลากตัวเด็กดื้อคนนี้ออกจากออฟฟิศตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูทันที
ตลอดการเดินทาง บรรยากาศภายในห้องโดยสารอวลไปด้วยความอึดอัด ปั้นสิบนั่งขดตัวซุกอยู่กับมุมเบาะฝั่งตรงข้าม ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาทางริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นแผล คิมหันต์เหลือบมองอาการของคนข้างๆ เป็นระยะ ความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงตีรันวนอยู่ในอกจนเขาต้องเหยียบคันเร่งให้พุ่งทะยานไปยังจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น
รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าคอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมืองของปั้นสิบ คิมหันต์จัดการอุעםร่างที่หมดเรี่ยวแรงขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่ฟังเสียงทักท้วง ลิฟต์พาขึ้นมาถึงชั้นบนสุด ปั้นสิบพยายามควaหาคีย์การ์ดในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตด้วยมืออันสั่นเทา แต่ยังไม่ทันจะได้ไขประตู ร่างกายก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหน้าห้องเสียก่อน
"โธ่เว้ย!" คิมหันต์สบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบย่อตัวลงช้อนร่างนั้นขึ้นมาอีกรอบ แล้วใช้ข้อศอกดันประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกสนิทให้เปิดออก
ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดแต่สะอาดสะอ้านสะท้อนตัวตนของเจ้าของ คิมหันต์วางร่างของปั้นสือลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ ปั้นสิบส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความทรมานจากพิษไข้ ใบหน้าหวานซบลงกับหมอนหนุน ดวงตาปิดสนิท
คิมหันต์ยืนมองสำรวจห้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดสูทและพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเหนือข้อศอก เขาเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ หยิบกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนนุ่มออกมา
ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณชายน้ำแข็ง ผู้ไม่เคยหยิบจับงานบ้านหรือดูแลใครในชีวิต ต้องมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงนอนของเด็กดื้อที่ปากเก่งใส่เขาไม่เว้นแต่ละวัน มือหนาบิดผ้าหมาดๆ ก่อนจะบรรจงเช็ดไล่ตามกรอบหน้าเรียว ลำคอระหง และไล่ลงมาตามลาดไหล่บางอย่างเบามือ
สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนผิดกับนิสัยปากร้าย ทำให้ปั้นสิบขมวดคิ้วเล็กน้อย แพขนตากระพริบถี่ๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองภาพตรงหน้าอย่างเลือนราง
"คุณ... มาทำไม..." เสียงแหบพร่าเอ่ยถามอย่างยากลำบาก ขณะที่มือเรียวพยายามจะปัดป้องผ้าขนหนูออก "ผมไม่ได้... เป็นอะไรสักหน่อย..."
"นอนเงียบๆ ไปเลยน่า นายไข้ขึ้นสูงจนสมองเพี้ยนไปใหญ่แล้วมั้งเนี่ย" คิมหันต์ดุกลบเกลื่อนความรู้สึกวูบไหวในอก มือหนาเปลี่ยนมาทาบหลังมือลงบนหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ ความร้อนที่แผดเผาออกมาทำให้เขาต้องถอนหายใจยาว "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรอีกเหรอ ปั้นสิบ นายจะดื้อไปถึงไหน"
"ผม... ต้องทำงาน..." ปั้นสิบยังคงพึมพำเสียงเบา ดวงตาคู่สวยฉายแววรั้นจนหยดสุดท้าย "ถ้างานไม่เสร็จ... พริมโรส... คนนั้น... เขาก็จะหาว่าผม..."
คำพูดที่หลุดออกมาพร้อมน้ำเสียงน้อยใจ ทำให้คิมหันต์ชะงักกึก ความริษยาและอารมณ์บางอย่างวูบไหวผ่านนัยน์ตาคมกริบ เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาซึมจากพิษไข้ หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักว่าเด็กดื้อคนนี้แบกรับแรงกดดันมากมายแค่ไหนไว้บนบ่า
"เรื่องพริมโรส... ฉันจัดการเองได้" คิมหันต์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นํ้าเสียงที่ปกติมักจะกระด้างและเย่อหยิ่ง กลับเจือความอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่งในวินาทีนี้ "เลิกเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่นสักที... นายมีค่ามากกว่าที่นายคิด ปั้นสิบ"
ปั้นสิบเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่อยากเชื่อว่าประโยคนี้จะหลุดออกมาจากปากของคนอย่างคิมหันต์ ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างพังทลายลงจนหมดสิ้น ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเขาไว้แน่น ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
คิมหันต์ขยับเข้าไปใกล้เตียงนอนมากขึ้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นไอร้อนของไข้หวัด สายตาคมกริบมองริมฝีปากแห้งผากนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนให้ถอยห่าง แต่แรงดึงดูดประหลาดกลับผลักดันให้โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ
"ถ้าดื้ออีก... ฉันจะลงโทษนายด้วยวิธีของฉันแน่..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย เสียงทุ้มนุ่มพร่าเลือนจนหัวใจคนฟังเต้นรัวผิดจังหวะ
ปั้นสิบเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนลืมความเจ็บป่วยไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
ทว่า ในจังหวะที่ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน เสียงกริ่งประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศสีชมพูพาสเทลให้แตกกระเจิง!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังติดต่อกันสามครั้ง ตามด้วยเสียงหวานใสคุ้นหูที่ตะโกนเรียกชื่อดังลั่นห้องจากด้านนอก
"คุณคิมคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ? พริมมาเยี่ยมค่ะ!"
คิมหันต์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงในพริบตาเดียว แววตาคมกริบฉายประกายความหงุดหงิดขีดสุดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ในขณะที่ปั้นสิวนอนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลนี้!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่คิมด้วยกันนะคะ!
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 9
ไข้หวัดกับความใส่ใจ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!