"ถ้าคิดว่าความเงียบในรถคันนี้จะช่วยกลบเกลื่อนความจริงได้ คุณก็คงประเมินสมองตัวเองสูงเกินไปหน่อยแล้วล่ะค่ะ คุณคิมหันต์"
น้ำเสียงของปั้นสิบไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนคอนโซลหน้ารถจะเพิ่งสว่างวาบด้วยชื่อของ 'คุณหญิงมณฑา' เป็นรอบที่สี่ติดต่อกัน ความกดดันในห้องโดยสารแคบๆ นี้ไม่ได้มาจากเสียงเรียกเข้า แต่มันมาจากบรรยากาศรอบตัวที่เย็นยะเยือกเสียจนเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิยี่สิบสององศากลายเป็นของตกแต่งไร้ค่า
คิมหันต์กัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบมองตรงไปเบื้องหน้าบนถนนยามค่ำคืนที่แสงไฟนีออนจากตึกสูงสะท้อนเข้ามาวับวาม เขายังไม่ได้แตะต้องหน้าจอนั้นตั้งแต่ตอนที่มันระเบิดข้อความขู่แกมบังคับส่งตรงมาจากมารดาแท้ๆ ของตนเอง—*‘ถ้ายังไม่อยากให้เด็กนั่นหมดอนาคตในวงการสถาปัตย์ ก็ไ्सถอนตัวแล้วกลับมาเคลียร์ที่บ้านเดี๋ยวนี้’*
"ฉันบอกให้เงียบ" คิมหันต์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากคุณชายผู้เยือกเย็น
"หึ เงียบเหรอคะ? ทั้งๆ ที่แม่ของคุณกำลังส่งข้อความมาขู่ว่าจะเฉือนอนาคตฉันทิ้งเนี่ยนะ" ปั้นสิบหัวנסในลำคอ ดวงตากลมโตหันไปมองคนข้างกายด้วยแววตาท้าทายที่ซ่อนความเจ็บแปลบไว้ลึกๆ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่ปกป้องฉันได้ทุกเรื่องเหรอคุณคิม? ตื่นค่ะ! นี่ไม่ใช่ละครหลังข่าวที่มีฉากจบแบบแฮปปี้แอนดิงง่ายๆ หรอกนะ"
รถยุโรปคันหรูหักเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองด้วยแรงเหวี่ยงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย แรงเบรกกระชากจนร่างทั้งสองเอนไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย ก่อนที่ความเงียบงันจะเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ ดับลงพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่พ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด
คิมหันต์ไม่ได้หันมามองหน้าเขา ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของปั้นสิบไว้แน่น บีบกระชับราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปตรงนั้น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักหน่วงพอที่จะสื่อถึงความว้าวุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนของสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร
"ฉันจัดการเองได้" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่ายังคงความดื้อรั้น "นายไม่ต้องไปสนใจข้อความบ้าๆ นั่น..."
"แล้วจะให้ฉันทำเป็นมองไม่เห็นเหรอคะว่าแม่คุณเกลียดฉันเข้าไส้?" ปั้นสิบดึงข้อมือกลับอย่างแรง ดวงตาคู่สวยรื้นหยดน้ำใสด้วยความอัดอั้น "ท่านมองว่าฉันเป็นแค่เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า เป็นกาฝากที่เกาะลูกชายตระกูลดังกิน ท่านไม่ได้มองว่าฉันเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ! และที่สำคัญ..." นายเอกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในน้ำเสียง "...คุณเองก็กำลังลังเลไม่ใช่เหรอคะ?"
คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนกลางใจของคิมหันต์ ดวงตาสีเข้มไหววูบไปชั่วขณะ เขาไม่ได้ลังเลเพราะรังเกียจปั้นสิบ แต่เขาลังเลเพราะรู้ดีว่าอำนาจมืดในครอบครัวตระกูลวรภัทรนั้นน่ากลัวเพียงใด และเขาไม่อยากลากคนที่เขารักเข้ามาเสี่ยงกับสงครามประสาทที่ไม่มีวันชนะ
"ปั้นสิบ..."
"พอเถอะค่ะ" ปั้นสิบเอื้อมมือไปบิดเปิดประตูรถ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าลงไปสัมผัสกับพื้นคอนกรีต เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทั้งสองชะงัก คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาดึงกระจกไฟฟ้าลงอย่างช้าๆ เตรียมจะเอ่ยปากไล่รบกวนยามหรือนิติบุคคลที่ไร้มารยาท ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่ววินาที
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์แบรนด์เนมระดับโลก เส้นผมดัดลอนสลวยถูกรวบเก็บไว้อย่างเนียบกริบ ใบหน้าเชิ่ดรั้นที่ถอดแบบความเย่อหยิ่งมาจากคิมหันต์อย่างไร้ที่ติ... 'คุณหญิงมณฑา' ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมด้วยบอดี้าร์ดชุดดำอีกสองคนที่ยืนเว้นระยะห่างออกไป
ดวงตาคมปลาบของมารดาผู้ทรงอิทธิพลกวาดตามองผ่านไหล่ของบุตรชายเข้ามาในตัวรถ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของปั้นสิบที่นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของท่าน รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นของความเป็นแม่อยู่เลยแม้แต่น้อย
"ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องสิคะ... คุณปั้นสิบ" เสียงหวานฉ่ำแต่แฝงด้วยพิษร้ายเอ่ยขึ้น "หรือว่าเด็กหัวกะทิจากคณะสถาปัตย์ จะมีความกล้าแค่การเถียงลูกชายฉันไปวันๆ เท่านั้น?"
ปั้นสิบชะงักค้าง มือที่กำลังจะผลักประตูปลดล็อกหยุดนิ่ง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกผสมผสานกับความโกรธขึงที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ในขณะที่คิมหันต์ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เขาผุดลุกขึ้นเตรียมจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้าเพื่อปกป้องคนตัวเล็ก ทว่าปลายนิ้วเรียวกลับเอื้อมมาแตะที่ต้นแขนของเขาไว้เสียก่อน
ปั้นสิบหันมาสบตาเขา แววตาที่เคยสั่นไหวเมื่อครู่บัดนี้กลับมาเด็ดเดี่ยวและท้าทายยิ่งกว่าเดิม มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณคิม..." ปั้นสิบกระซิบเสียงเบาแต่เฉียบคม บาดลึกถึงโสตประสาท "ในเมื่อคุณแม่ของุณุตส่าห์ลงทุนมาหาถึงที่นี่ด้วยตัวเองทั้งที... ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลบหน้าผู้หญิงที่กลัวแม้กระทั่งความรักของลูกชายตัวเองหรอกนะคะ"
พูดจบ ปั้นสิบก็ผลักประตูรถเปิดออกก้าวลงไปยืนเผชิญหน้ากับความมืดและคุณหญิงมณฑาอย่างไม่เกรงกลัว ทิ้งให้คิมหันต์นั่งมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยหัวใจที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลางสังหรณ์กรีดร้องเตือนว่าศึกครั้งนี้... ไม่มีทางจบลงด้วยน้ำตาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 21
ความลับที่ถูกเปิดโปง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!