“ถ้าคุณคิมหันต์ยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกเรื้อรังแบบนั้น ฉันเกรงว่าแฟ้มโครงการ ‘The Heritage’ ฉบับนี้ อาจจะกลายเป็นกระดาษรองกรงหนูภายในเวลาสามนาทีนะคะ”
เสียงใสๆ ที่ติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดภายในห้องทำงานโทนสีโมโนโครม ปั้นสิบยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานกระจกใสอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ว่าเจ้าของห้องจะแผ่รังสีความเย็นชาออกมาหนาเตอะจนอุณหภูมิแอร์ในห้องแทบจะติดลบ
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแววหงุดหงิดระคนระอา เขาป้องปากถอนหายใจยาวเหยียดราวกับต้องอดทนอดกลั้นกับเด็กดื้อระดับสิบห้ากะโหลก
“นี่วันแรกของการทำงานของคุณนะ ปั้นสิบ ไม่ใช่การมาทัศนศึกษาในสวนสัตว์ แล้วดูที่คุณจัดเอกสารนี่สิ...” คิมหันต์โยนแฟ้มเล่มหนาลงบนโต๊ะดังปึก จนกระดาษข้างในปริออกมา “หมวดวิศวกรรมโครงสร้างไปกองรวมอยู่กับงบประมาณการตลาดเนี่ยนะ? สมองคุณทำด้วยอะไร หรือว่าใช้เศษกากกาแฟที่ชงมาให้ผมเมื่อเช้าคิดงานแทนรึเปล่า?”
ปั้นสิบไม่ยอมลดละ เขายืดตัวตรงแล้วก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ชนิดที่เรียกว่าระยะประชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ จากตัวอีกฝ่าย
“อุ๊ปส์... มือมันลั่นไปหน่อยค่ะ พอดีฉันเห็นตัวเลขงบประมาณมันน่าเบื่อเกินไป เลยอยากหากลิ่นอายความตื่นเต้นเร้าใจให้คุณคิมหันต์ได้ลุ้นเล่นๆ ว่าวันนี้บริษัทจะเจ๊งก่อนเที่ยงไหมไงคะ” นายเอกคนเก่งลอยหน้าลอยตาเถียงฉอดๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวทายาทเจ้าของบริษัทสถาปนิกชื่อดังเลยสักนิด
คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา เขาเกลียดคนปากเก่ง... โดยเฉพาะคนปากเก่งที่หน้าตาดีจนน่าหมั่นไส้แถมยังกวนประสาทได้โล่แบบนี้ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับ ‘คุณชายน้ำแข็ง’ แห่งวงการสถาปนิกอย่างเขาแบบนี้มาก่อนเลยสักคน
แต่สิ่งที่ทำให้คิมหันต์ปวดหัวยิ่งกว่าเอกสารสลับที่ ก็คือแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทที่วางอยู่มุมโต๊ะ แก้วที่ปั้นสิบอ้างนักอ้างหนาว่าเป็น ‘สูตรพิเศษปลุกพลังวิญญาณสถาปนิก’ เมื่อเช้านี้
“แล้วไอ้นี่ล่ะ...” คิมหันต์ใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงข้างแก้วกาแฟเบาๆ “อธิบายมาสิว่ามันคืออะไร กลิ่นเหมือนยาจีนบดผสมน้ำต้มขิงแก่จัดแถมยังมีรสชาติเปรี้ยวปะแล่มเหมือนน้ำมะนาวบูด คุณตั้งใจจะวางยาพิษผมทางอ้อมเพื่อฮุบบริษัทใช่ไหม?”
ปั้นสิบหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความขบขัน “แหม... จินตนาการล้ำเลิศสมเป็นสถาปนิกออกแบบตึกระฟ้าจริงๆ เลยนะคะ นั่นคือ ‘เอสเพรสโซ่สูตรดีท็อกซ์ลำไส้และขับสารพิษในสมอง’ ต่างหากล่ะคะ ฉันเห็นคุณคิมหันต์นั่งหน้าดำคร่ำเครียดจ้องจอคอมฯ จนหน้าแก่ก่อนวัยอันควร เลยหวังดีผสมสูตรลับเฉพาะให้ดื่มเพื่อสุขภาพหรอกนะ”
“หวังดี?” คิมหันต์ทวนคำเสียงสูง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนปั้นสิบต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกดสายตามองลงมาด้วยความคุกคาม “ถ้าผมท้องเสียเข้าห้องน้ำไม่ได้ออกจากห้องประชุมบอร์ดบริหารตอนบ่ายโมง คุณต้องเป็นคนรับผิดชอบพรีเซนต์งานแทนผม เข้าใจไหมครับ... ท่านผู้ช่วยคนเก่ง”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ระอุขึ้นจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บ การปะทะคารมดำเนินไปอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใคร คิมหันต์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ปากร้าย ใจกล้า และดื้อรั้น... แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นสบู่เด็กอ่อนๆ จากตัวคนตรงหน้ากันนะ
ปั้นสิบเองก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเข้าใกล้เขตอันตรายเกินไปแล้ว เมื่อแผงอกกว้างของพระเอกหนุ่มอยู่ห่างจากปลายจมูกเขาไม่ถึงคืบ กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และความเย่อหยิ่งชวนหลงใหลทำเอาสติที่กำลังพายเรือรบอยู่เริ่มสั่นคลอน นายเอกของเราจึงแกล้งทำเป็นเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นมา
“ถ้าไม่มีอะไรให้ฉันแก้ตัว เอ๊ย... แก้ไขงานแล้ว ฉันขอตัวไปจัดเอกสารชุดใหม่ให้ ‘ถูกต้อง’ ตามที่คุณชายต้องการก่อนนะคะ” ปั้นสิบตัดบทเสียงห้วน รีบเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อจะปลีกตัวหนี
แต่ทว่า... ในจังหวะที่มือเรียวของทั้งคู่เอื้อมไปสัมผัสโดนสันแฟ้มเล่มเดียวกัน ปลายนิ้วของปั้นสิบก็บังเอิญแตะโดนหลังมืออุ่นจัดของคิมหันต์เข้าอย่างจัง
ไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ ราวกับประจุความรู้สึกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ทั้งสองคนชะงักกึก คิมหันต์ก้มลงมองมือของพวกเขาที่กุมทับกันอยู่บนแฟ้มเอกสาร ขณะที่ปั้นสิบรีบชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาปกคลุมทั่วห้องทำงาน กลิ่นอายความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงบรรยากาศความหวานปนความซึนที่อบอวลขึ้นมาเงียบๆ ชวนให้หัวใจเต้นรัว
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งทำลายภวังค์สีชมพูลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ประตูบานหรูเปิดผางออกโดยไม่รอให้อختของห้องอนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า
“คิมคะ! พริมแวะเอามาaronมาฝาก... อุ๊ย... เรากำลังคุยงานสำคัญกันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?”
พริมโรส คู่หมั้นสาวไฮโซหยุดยืนชะงัก ดวงตาคู่สวยกวาดตามองสถาปนิกหนุ่มสุดหล่อกับผู้ช่วยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ยืนตัวติดกันใกล้โต๊ะทำงานด้วยสายตาจับผิด ท่าทางสนתนาที่ดูสนิทสนมเกินขอบเขตเมื่อครู่ไม่รอดพ้นไปจากเรดาร์ความหึงหวงของเธอไปได้เลยแม้แต่น้อย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความฟินในตอนนี้นะคะ!
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 3
วันแรกก็มีเรื่อง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!