"ถ้ายังทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งแบบนั้น ฉันจะถือว่านายปฏิเสธคำสารภาพเมื่อกี้ เป็นโมฆะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววหงุดหงิดนิดๆ ของคิมหันต์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องนั่งเล่นที่อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้อง ปั้นสิบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ทันทีว่าบ่วงหนามที่คิดว่าหลุดพ้น กลับรัดตรึงพวกเขาแน่นหนาเสียยิ่งกว่าเดิม
แต่ในวินาทีนี้... กำแพงทิฐิที่ก่อตัวมานับปีพังทลายลงไม่เป็นท่า
"ใครทำหน้าเป็นปลาทูตากแห้งกันคุณ!" ปั้นสิบสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณความปากเก่ง ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงกว่าอย่างเอาเรื่อง ทั้งที่สองแก้วبر้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย "คุณต่างหากล่ะที่พูดอะไรไม่เข้าหู... จู่ๆ ก็โยนระเบิดใส่คนอื่นแบบนี้ ใครเขาจะตั้งรับทันกันเล่า"
"ก็ไม่ต้องรับ แค่ตอบมาสิว่า... จะเอายังไงต่อ"
คิมหันต์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย แววตาคมกริบที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาอันร้อนแรงและจริงจังจนน่ากลัว สถาปนิกหนุ่มทายาทตระกูลดังผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากแข็งและฟอร์มจัด บัดนี้กลับสลัดภาพคุณชายน้ำแข็งทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าที่ก้าวถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโซฟา
"ผม... ผมก็..." ปั้นสิบอึกอัก ดวงตาหลบวูบไปมองทางอื่นอย่างคนเสียฟอร์ม มือเรียวขยำชายเสื้อยืดของตัวเองจนยับยู่ยี่ หัวใจในอกเต้นโครมครามรากระรัวราวกับกลองเพล "นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคิมหันต์ ทางครอบครัวคุณ พริมโรส แล้วก็... สัญญาระหว่างบริษัทพวกนั้นอีก ถ้าเราก้าวพลาดก้าวเดียว ทุกอย่างพังหมดนะเว้ย"
"รู้" คิมหันต์สวนกลับเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่น ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับต้องการสลักความจริงใจลงไปในห้วงความรู้สึก "ฉันรู้ดีกว่าใครทั้งหมด... ปั้นสิบ"
มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือบาง ลากจูงให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างไร้การขัดขืน แรงโอบกอดที่มั่นคงและอบอุ่นทำให้ร่างโปร่งชะงักงัน ไอร้อนจากกายแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนหัวใจสั่นสะเทือน
"ฉันเหนื่อยกับการต้องมานั่งปั้นหน้าเย็นชาใส่คนที่อยากกอดที่สุดเต็มทีแล้ว" คิมหันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเว้าวอนที่หาดูได้ยากยิ่งจากคุณชายสายซึน "เลิกทำเป็นเก่ง เลิกผลักไสฉันสักที... ยอมรับเถอะน่า ว่านายเองก็คิดเหมือนกัน"
ปั้นสิบลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของคิมหันต์ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง ความหวาดกลัวต่ออุปสรรคภายนอกที่เคยถมทับจนน่ากลัว บัดนี้กลับเบาบางลงเมื่อเทียบกับความอบอุ่นตรงหน้า ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบตา ช1ายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างยอมจำนน
"ให้ตายเถอะ... คุณนี่มันร้ายกาจเป็นบ้าเลย คิมหันต์" ปั้นสิบพึมพำเสียงเบา ยอมยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของอีกฝ่ายอย่างจำนนต่อหัวใจ "เออ! ยอมรับก็ได้วะ... ว่าคิดเหมือนกัน! พอใจหรือยัง คุณชายจอมเอาแต่ใจ!"
สิ้นคำสารภาพที่หลุดออกจากปากคนปากแข็ง บรรยากาศรอบตัวคล้ายถูกจุดประกายไฟสว่างวาบ รอยยิ้มหายากปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีแค่ความเจ้าเล่ห์ แต่เต็มไปด้วยความโล่งใจและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
"หึ... กว่าจะยอมปริปากนะเด็กดื้อ"
แปะ แปะ แปะ!
เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากมุมห้องชุดหรู เรียกให้ทั้งสองคนที่กำลังเคลิบเคลิ้มต้องสะดุ้งสุดตัว ปั้นสิบรีบผลักอกคิมหันต์ออกทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ก่อนจะหันไปมองต้นตอของเสียง
ภาคินยืนพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยท่าทางสบายๆ ในมือถือแก้วกาแฟพร้อมรอยยิ้มกริ่มล้อเลียน ด้านข้างมีร่างบางของเพื่อนสนิทในกลุ่มอีกสองคนยืนปิดปากหัวเราะคิกคักด้วยความหมั่นเขี้ยว
"โอโห จบฉากรักหวานซึ้งแบบไม่แคร์สื่อเลยนะครับคุณชายน้ำแข็ง ยอมรับตรงๆ แบบนี้ เท่เป็นบ้าเลยว่ะเพื่อน!" ภาคินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาเจ้าชู้กวาดมองคู่รักป้ายแดงที่ยืนตัวติดกัน "แบบนี้สค่อยสมกับเป็นโปรเจกต์ใหญ่ปลายปีหน่อย ชนะขาดลอยทุกบริษัทแน่ๆ"
"ถ้าแกยังไม่หุบปากแล้วไสหัวกลับห้องไป ฉันจะให้แกไปแก้แบบแปลนตึกAใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง ภาคิน" คิมหันต์หันไปตวัดสายตาดุใส่เพื่อนสนิททันที แม้ใบหน้าจะขึ้นสีจางๆ แต่ก็ยังไม่วายฟอร์มจัดใส่เพื่อน
"อุ๊ย น่ากลัวจังเลยครับท่านประธาน... ไปเถอะพวกเรา ปล่อยให้เขาสวีทกันสองคนเถอะ เดี๋ยวโดนสถาปนิกใหญ่สั่งรื้อตึกทิ้งจริงๆ จะหาว่าไม่เตือน" ภาคินหัวเราะร่วน โบกมือลาเพื่อนสนิทก่อนจะกวาดต้อนคนอื่นๆ เดินเลี่ยงออกไปจากห้อง ปล่อยให้ความเป็นส่วนตัวกลับคืนสู่คนทั้งคู่ในพริบตา
ความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม ความอึดอัดขัดเขินเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นละมุนละไมที่แผ่ซ่านในหัวใจ ปั้นสิบยืนกอดอกมองคิมหันต์ด้วยหางตา ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันอย่างพยายามซ่อนรอยยิ้ม
"เพื่อนคุณนี่น่ารำคาญชะมัด" ปั้นสิบเอ่ยปากแซะเบาๆ
"แต่เมื่อกี้ ใครนะที่บอกว่ายอมรับแล้ว?" คิมหันต์สวนกลับทันควัน พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน "หือ... ปั้นสิบ?"
ปั้นสิบชะงัก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อระยะห่างลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง นัยน์ตาสีเข้มของคนตรงหน้าสะท้อนภาพใบหน้าของตนเองอย่างชัดเจน ความกล้าที่มีเมื่อครู่เริ่มระเหิดหายไป เหลือเพียงความหวามไหวที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
มือหนาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้ปั้นสิบหลับตาลงรับรู้ถึงความทะนุถนอมที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายปากร้ายคนนี้
"ขอบคุณนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปาก "ที่ยอมเชื่อใจกัน"
"อื้ม..." ปั้นสิบครางรับในลำคอ ดวงตากลมโตเปิดขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรักและความตั้งมั่น "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าคุณกล้าทำตัวงี่เง่าใส่ผมอีก ผมเอาคุณตายแน่"
"ไม่มีทาง..." คิมหันต์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากแผ่วเบาลงบนหน้าผากเนียนอย่างรักใคร่ "ต่อจากนี้ ไม่มีทางปล่อยให้ไปไหนอีกแล้ว"
ทว่า ในขณะที่ความหวานกำลังโรยตัวปกคลุมบรรยากาศรอบกาย เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูตัวดีกลับดังขึ้นแทรกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
กริ่ง... ติ๊งด่อง!
คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ส่วนปั้นสิบสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ร่างโปร่งรีบผละออกจากอ้อมกอดอุ่นทันทีด้วยสัญชาตญาณ
"ใครมาวะตอนนี้..." คิมหันต์สบถเบาๆ อย่างไม่สบอารมณ์ ขณะหันไปมองทางประตูกระจกบานใหญ่
ปั้นสิบเดินไปส่องช่องมองแมวที่ประตูห้อง หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อในพริบตาเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนยิ้มหวานรออยู่หน้าห้องอย่างชัดเจน
ไม่ใช่ภาคิน... ไม่ใช่เพื่อนคนไหนในกลุ่ม
แต่เป็นพริมโรส... คู่หมั้นทางธุรกิจที่ถือวิสาสะหอบกระเป๋าเดินทางใบโตมายืนยิ้มระรื่น พร้อมกับกุญแจสำรองที่ผู้ใหญ่ทางบ้านมอบให้ในมือ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางความรักของสองคนนี้มาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินจิกหมอนกันถ้วนหน้าค่ะ!
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 29
ยอมจำนนต่อหัวใจ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!