“พูดอีกทีสิครับ... เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ”
เสียงของคิมหันต์ต่ำพร่า ราวกับเสียงคำรามที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้อนน้ำแข็งที่กำลังจะแตกกระจาย เขาไม่ได้หันมามองพริมโรส แต่ดวงตาคมกริบนั้นจดจ้องเพียงร่างโปร่งของปั้นสิบที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างรถ
ปั้นสิบแค่นยิ้ม ฝืนความสั่นไหวในอกด้วยการเชิดหน้าขึ้น “ผมบอกว่า... ผมกับคุณคิม เราไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจาก ‘ลูกน้องกับเจ้านาย’ และผมก็ไม่ใช่ของเล่นที่คุณจะเอาไว้ใช้แก้ขัดเวลาคู่หมั้นตัวจริงมาตามจิกหรอกนะ”
“ปั้นสิบ!”
คิมหันต์ก้าวพรวดเดียวถึงตัว มือหนาคว้าข้อมือคนปากเก่งไว้แน่น แววตาดุดันนั้นไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความพ่ายแพ้ต่อคำพูดที่ทำร้ายตัวเองนั่นแหละ ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาไม่บอกกล่าว ทัศนวิสัยข้างหน้ามืดมิดจนมองไม่เห็นทาง ความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฟ้าร้องสลับกับเสียงน้ำตกกระทบหลังคารถสปอร์ตหรูที่ตอนนี้กำลังจมลึกอยู่ในหล่มโคลนข้างทาง
“ปล่อยผม” ปั้นสิบสะบัดมือออก แต่แรงคนตัวใหญ่กว่ากลับดึงเขาเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังติดกับตัวถังรถที่เย็นเฉียบ “ไหนๆ ก็ติดแหง็กกันอยู่กลางป่าแบบนี้แล้ว คุณจะตะคอกใส่ผมไปทำไมครับ? ในเมื่อคุณเลือกเองที่จะพาผมหนีมาให้ไกลจากงานหมั้นนั่น”
“ฉันไม่ได้หนี” คิมหันต์เน้นเสียง ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “ฉันแค่กำลังหาที่ส่วนตัว... เพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าสิ่งที่พริมโรสพูดเมื่อกี้ มันเป็นแค่เรื่องตลกที่น่ารำคาญ”
ท่ามกลางสายฝนที่บ้าคลั่ง ทั้งคู่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินฝ่าโคลนไปขอความช่วยเหลือจากรีสอร์ทไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเนินเขา รีสอร์ทที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากยุคโชวะ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง มีเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวที่ป้าเจ้าของที่พักยื่นให้พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ห้องสุดท้ายแล้วนะพ่อหนุ่ม... เตียงเดี่ยว แต่ห้องกว้างนะ นอนเบียดกันหน่อยละกัน”
ประตูไม้ถูกปิดลงพร้อมเสียงลงกลอนที่ฟังดูเหมือนเสียงดังกังวานในหัวใจ ภายในห้องมีเพียงเตียงไม้ขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าป่านเนื้อหยาบ กลิ่นอายของไม้เก่าและฝนทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นอย่างประหลาด
คิมหันต์ถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกโชกออก เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยสมกับคนออกกำลังกาย ปั้นสิบเบือนหน้าหนี หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก
“มองอะไร” เสียงคิมหันต์แหบพร่า “ไม่เคยเห็นหรือไง?”
“เห็นจนเบื่อแล้ว” ปั้นสิบสวนกลับทันควัน แม้ใบหน้าจะแดงซ่าน “เลิกทำท่าทางเหมือนหมาหวงก้างสักทีคุณคิม ผมไม่ได้พิศวาสหุ่นคุณขนาดนั้นหรอก”
“งั้นเหรอ?” คิมหันต์ขยับตัวเข้าใกล้ ช้าๆ แต่กดดันเหมือนเสือที่ต้อนเหยื่อจนมุมบนเตียงกว้าง “ถ้าไม่ได้พิศวาส... แล้วทำไมเสียงหัวใจคุณถึงดังกว่าเสียงฝนข้างนอกนั่นล่ะ หืม?”
คิมหันต์คว้าเอวบางรวบเข้ามาหาตัว ปั้นสิบเสียหลักล้มลงไปบนฟูกนุ่มโดยมีร่างหนาคร่อมทับไว้ ปลายผมเปียกชื้นของคิมหันต์หยดน้ำลงบนใบหน้าของเขา ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ความเย็นจากพายุด้านนอกดูเหมือนจะถูกแผดเผาด้วยไอความร้อนจากร่างกายของคนบนร่าง
“คุณมันบ้า” ปั้นสิบกระซิบ ปลายเสียงสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่
“ใช่... ฉันบ้าที่ต้องทนอยู่กับความปากแข็งของคุณมาตั้งหลายเดือน” คิมหันต์ไล้นิ้วหัวแม่มือไปตามริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายเบาๆ สัมผัสที่แฝงไปด้วยความปรารถนาล้ำลึก “ถ้าคืนนี้เราไม่ได้ออกไปจากที่นี่... คุณคิดว่าผมจะทำแค่ 'พิสูจน์' เฉยๆ หรือเปล่า?”
ปั้นสิบกลืนน้ำลายลงคอ ความกล้าที่มีเหมือนถูกดูดหายไปหมดสิ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะนั่น มือบางที่ตั้งใจจะผลักอกอีกฝ่ายออก กลับเปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อที่เปียกปอนของอีกคนไว้อย่างลืมตัว
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเดือดพล่านจนแทบจะละลาย รอยร้าวเล็กๆ ที่บานหน้าต่างไม้ก็สั่นไหว พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างแรง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“คุณคิมหันต์คะ! ฉันรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น! เปิดประตูให้พริมเดี๋ยวนี้!”
เสียงของพริมโรสดังทะลุผ่านความเงียบเข้ามา คิมหันต์ชะงัก ร่างหนาเกร็งตัวขึ้นทันที ปั้นสิบอาศัยจังหวะนั้นผลักคนบนร่างออกด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่คิมหันต์จะลุกขึ้น ประตูไม้เก่าๆ ที่ลงกลอนไว้อย่างลวกๆ ก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงของใครบางคนที่ยืนรออยู่ข้างนอก
ร่างเพรียวระหงของพริมโรสในชุดเดรสแบรนด์เนมที่เปียกชุ่มยืนอยู่หน้าประตู เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่ข้างหลังยังมีภาคินที่ยืนทำหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ด้วย
“พริมบอกแล้วไงว่าฉันไม่มีวันปล่อยให้คุณทำแบบนี้” พริมโรสประกาศกร้าว ดวงตาจ้องเขม็งมาที่ปั้นสิบที่นั่งหน้าซีดอยู่บนเตียง “เพราะคุณไม่มีวันได้เป็นเจ้าของคิมหันต์... ตราบใดที่ฉันยังอยู่ที่นี่”
คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงจนน่ากลัว เขาหันไปมองปั้นสิบแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคู่หมั้นสาวด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจนคนในห้องต้องหยุดหายใจ
“พริม...” คิมหันต์เอ่ยเสียงเย็น “เธอทำแบบนี้... แปลว่าเธอรู้อยู่แล้วใช่ไหม ว่าฉันจะตัดสินใจเรื่องอะไรในคืนนี้”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มจะเกินควบคุมของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะคะ
"หิมะแรกในโตเกียว"
กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 16
ติดฝนกลางป่า
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!