กับดักร้ายคุณชายสายซึน•ตอนที่ 25

อุปสรรคชิ้นสุดท้าย

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณคิดว่าการเงียบใส่คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการหนีปัญหา งั้นผมคงต้องบอกว่าคุณคิดผิดถนัดครับ คิมหันต์" ปั้นสิบแค่นยิ้มมุมปาก ความเย็นชาในแววตานั้นบาดลึกยิ่งกว่าคำพูด ประโยคที่หลุดออกมาจากปากคนตัวเล็กกว่าไม่ได้เพียงแค่ท้าทาย แต่มันกำลังสั่นคลอนอีโก้ที่คิมหันต์สั่งสมมาตลอดชีวิต "ผมไม่ได้หนี" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดของเขาพยายามกดดันให้คนตรงหน้ายอมถอย แต่ปั้นสิบกลับก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่เริ่มยับยู่ยี่จากการทำโปรเจกต์โต้รุ่งยืนจ้องตาสถาปนิกหนุ่มอย่างไม่ลดละ "ไม่หนีเหรอ? งั้นที่ทำเป็นเมินเฉย ที่ปล่อยให้พริมโรสเข้ามาวอแวในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ ทั้งที่รู้ว่ามันทำให้คนอื่นลำบากใจ คุณเรียกว่าอะไร?" คิมหันต์ขบกรามแน่น สันกรามคมกริบนั้นขยับตามแรงบดเคี้ยว ความอึดอัดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงจนบรรยากาศในสตูดิโอเงียบเชียบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทุกจังหวะการหายใจดูเหมือนจะเป็นเชื้อเพลิงที่พร้อมจะจุดไฟให้ความสัมพันธ์ที่กำลังพังทลายนี้มอดไหม้ลงไปอีก "มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ผมเลือกไม่ได้" "งั้นก็ไปแต่งงานกับธุรกิจของคุณซะสิครับ อย่าเอาเวลาที่ควรจะเอาไปจัดการชีวิตตัวเองมาขลุกอยู่กับผม" ปั้นสิบหมุนตัวเตรียมจะเดินหนี ความเสียใจที่พยายามกลบฝังไว้ใต้ท่าทีแข็งกระด้างเริ่มสั่นคลอนน้ำเสียงของเขา ทว่า... คิมหันต์ไวกว่านั้น มือหนาคว้าข้อมือของปั้นสิบเอาไว้ แรงดึงเพียงนิดเดียวส่งผลให้คนตัวเล็กกว่าเสียหลักถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของคิมหันต์ปะทะเข้ากับจมูกจนปั้นสิบชะงักงัน "ปล่อยนะครับคุณคิม" "ถ้าปล่อยไปตอนนี้ คุณก็จะหายไปจากชีวิตผมตลอดกาล... ใช่ไหม" เสียงของคิมหันต์แผ่วลง แฝงไปด้วยความรวดร้าวที่เจ้าตัวไม่เคยคิดจะเปิดเผยให้ใครเห็น แต่นาทีนี้ เขาสูญเสียเกราะป้องกันไปหมดสิ้น ปั้นสิบเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ดวงตากลมโตสั่นระริก "ที่ผ่านมาคุณเคยถามบ้างไหมว่าผมรู้สึกยังไง? หรือสำหรับคุณ ผมก็เป็นแค่ 'ของเล่น' ที่คุณอยากจะหยิบมาหยอกล้อตอนไหนก็ได้ พอเบื่อหรือมีอุปสรรคเข้ามา ก็แค่โยนทิ้งไว้ข้างทาง!" "สำหรับผม คุณไม่เคยเป็นของเล่น" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากของเขาสัมผัสกับปั้นสิบ "คุณคือคนเดียวที่ผมยอมลดทิฐิลงให้... แม้แต่วินาทีที่ผมรู้ว่าการทำตามหัวใจตัวเองมันอาจจะทำลายอนาคตที่ครอบครัวขีดไว้ให้ก็ตาม" คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำให้หัวใจของปั้นสิบกระตุกวาบ ความทิฐิที่เคยสร้างเป็นกำแพงหนาเริ่มร้าวราน แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังแทรกเข้ามาในโถงทางเดินด้านนอก คิมหันต์ชะงัก สายตาคมกริบเบนไปทางประตูสตูดิโอที่ปิดสนิท ทันใดนั้นบานประตูถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับร่างระหงของพริมโรสที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีถือดี ดวงตาคู่สวยกราดมองภาพตรงหน้าด้วยความชิงชังที่ปิดไม่มิด "หวังว่าฉันคงไม่ได้ขัดจังหวะอะไรที่สำคัญมากนะ... คิม" หญิงสาวเหยียดยิ้ม แต่สายตาที่จ้องมายังปั้นสิบนั้นดุจมีดโกน "แต่พอดีคุณพ่อของพี่คิมโทรศัพท์ตามให้ไปทานมื้อเย็นด่วน ท่านบอกว่ามีเรื่อง 'สำคัญ' เกี่ยวกับงานแต่งงานของเราที่จะต้องตกลงกันให้จบภายในคืนนี้" ปั้นสิบดึงมือออกจากการกอบกุมของคิมหันต์ทันที แรงดึงนั้นแรงพอที่จะทำให้คิมหันต์เซไปเล็กน้อย สายตาของเด็กหนุ่มที่เคยสับสนกลับมาเย็นชาและนิ่งสนิทอีกครั้งราวกับถูกแช่แข็ง "เรื่องของคุณแล้วครับ" ปั้นสิบก้มลงเก็บสมุดสเก็ตช์ภาพที่ตกอยู่ที่พื้น "เชิญคุณสองคนไปคุยกันให้สนุกนะครับ ส่วนงานของผม... ผมจะรีบทำให้เสร็จและขอลาออกจากการเป็นผู้ช่วยคุณทันทีที่ส่งงาน" "ปั้นสิบ! ฟังผมก่อน!" คิมหันต์พุ่งตัวไปขวางหน้าปั้นสิบไว้ แต่คราวนี้แววตาของเด็กหนุ่มที่มองมานั้นว่างเปล่าเสียจนเขารู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในเหวลึกที่ไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้ "อย่าทำให้มันยากกว่านี้เลยครับคุณคิม" ปั้นสิบกระซิบพลางเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงผ่านหน้าชายหนุ่มไป "ในเมื่อทางเดินของเรามันขนานกันไม่ได้... ก็แค่เลิกเดินตามกันก็จบ" คิมหันต์ยืนนิ่ง ท่ามกลางความเงียบที่หวนกลับมาปกคลุมอีกครั้ง เขาไม่ได้หันไปมองพริมโรสที่ยืนเกาะแขนอย่างถือสิทธิ์ เพราะในหัวของเขามีเพียงแผ่นหลังของปั้นสิบที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากสตูดิโอ ทว่าในจังหวะที่ปั้นสิบก้าวผ่านประตูไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความจากหมายเลขปริศนาที่ส่งภาพถ่ายชุดหนึ่งมาให้ เป็นภาพของพริมโรสที่ยืนคุยกับคนในครอบครัวของคิมหันต์ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของปั้นสิบเย็นเยียบจนสั่นไปทั้งร่าง 'ถ้าอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงต้องยอมแต่งงานกับฉัน... ก็ลองกลับมาที่สตูดิโอแล้วเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะทำงานเขาดูสิ แล้วเธอจะรู้ว่าความลับที่เขาปกป้องเธอน่ะ... มันราคาแพงแค่ไหน' ปั้นสิบหยุดเดิน มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นระริก ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มซึนๆ ของคิมหันต์กำลังจะถูกเปิดเผย และเขาก็ไม่แน่ใจเลยว่า... เมื่อเปิดลิ้นชักนั้นออกดูแล้ว ชีวิตของเขาจะยังคงเหมือนเดิมได้อีกหรือไม่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับความรักของคิมหันต์และปั้นสิบนะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายคุณชายสายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%