"ถ้าคิดว่าฉันจะยอมกลืนคำวิจารณ์แย่ๆ ของตัวเองลงคอไปพร้อมกับข้าวผัดจานนั้น คุณก็ประเมินนักวิจารณ์อย่างรวินท์ต่ำเกินไปแล้วล่ะค่ะ เชฟอคิน"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบในห้องแต่งตัวของสถานีโทรทัศน์เอสทีวีลงอย่างราบคาบ รวินท์ปัดเศษแป้งบางเบาที่ติดอยู่บนปกเสื้อสูทแบรนด์เนมสีชาร์โคลออกด้วยปลายนิ้ว ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบมองตรงไปยังร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ไม่ไกล
อคินขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบฉายแววท้าทายอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาขยับตัวเข้าใกล้รวินท์ทีละก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และมินต์ลอยปะปนกับกลิ่นสเปรย์เซ็ตผมจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้คนตรงหน้าต้องเผลอกลั้นหายใจ
"แล้วถ้าผมทำให้คุณ 'กลืน' อย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่คำวิจารณ์ล่ะครับ คุณรวินท์" อคินจงใจเน้นเสียงทุบหัวใจคนฟังเล่น ระดับความใกล้ชิดที่ลดลงจนเหลือเพียงคืบทำให้แอร์ในห้องที่ว่าเย็นจัด กลับอุ่นวูบวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
รวินท์ถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ยังเชิดหน้าสู้ด้วยสายตาคมกริบไม่แพ้กัน "ปากเก่งไม่เบานี่คะ สำหรับคนที่กำลังจะเสียท่าให้ฉันในรายการสดอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า"
ย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน ข้อความสั้นๆ จากโปรดิวเซอร์รายการ *'Kitchen Battle: ศึกเชฟท้าชนคนปากแซ่บ'* ทำเอาอคินเกือบปาทิ้ง หากไม่ใช่เพราะเงื่อนไขมัดตัวว่า หากเขาปฏิเสธ ทางสถานีจะยกเลิกสัญญาโปรโมทห้องอาหารใหม่ทั้งหมด และคนที่นั่งแท่นคอมเมนเตーターรับเชิญกิตติมศักดิ์ในเทปเปิดตัวซีซั่นนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น—รวินท์ นักวิจารณ์ลิ้นเทวดาผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นเชฟของเขาจนจมดิน
*“คุณอคินคะ เชิญหน้าเซ็ตค่ะ อีกห้านาทีเข้ารายการแล้วนะคะ!”* เสียงทีมงานะตะโกนแทรกผ่านประตูเข้ามาปลุกสติทั้งคู่
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ยื่นมือไปคว้าเนคไทสีดำสนิทบนโต๊ะมาถือไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของคนตัวบางที่ยังคงยืนกอดอกนิ่ง "จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีนะครับ คุณนักวิจารณ์... เพราะวันนี้ ผมจะทำให้คุณต้องยอมเปลี่ยนชื่อบทความรีวิวเป็น 'เชฟอคินคือสามีแห่งชาติ' แทนคำว่า 'อาหารไร้จิตวิญญาณ'"
รวินท์สะบัดหน้าหนีสัมผัสไอร้อนที่เป่ารดต้นคอ ใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือเรียวรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พร้อมกับพึมพำลอดไรฟัน "หลงตัวเองที่สุด..."
ไฟสตูดิโอสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือต้อนรับของผู้ชมในห้องส่ง กล้องตัวใหญ่หันมาจับภาพสองร่างที่ยืนอยู่คนละฝั่งของเคาน์เตอร์ทำอาหารสเตนเลสสตีลขนาดยักษ์ รวินท์นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงฝั่งคณะกรรมการ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววตาดุดัน ขณะที่อคินยืนถือมีดเชฟคู่ใจ รัศมีแห่งความมั่นใจแผ่ซ่านออกมาจนน่าหมั่นไส้
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ *Kitchen Battle* สัปดาห์นี้เราพบกับความเดือดที่รอคอยค่ะ!" พิธีกรสาวสวยเอ่ยเปิดรายการด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "โจทย์วันนี้คือ 'เมนูแห่งความทรงจำ' ที่ต้องทำให้อร่อยจนลืมไม่ลงภายในเวลาสามสิบนาที เชฟอคินพร้อมไหมคะ?"
"พร้อมยิ่งกว่าพร้อมครับ" อคินตอบเสียงดังฟังชัด สายตาคมกริบไม่ได้มองพิธีกร แต่กลับจ้องตรงไปยังรวินท์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้า "โดยเฉพาะเมื่อมีคอมเมนเตเตอร์ปากไวคอยจับผิด ผมยิ่งต้องทำให้ออกมา... สมบูรณ์แบบที่สุด"
รวินท์ขยับแว่นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มหยัน "หวังว่าจะไม่ทำให้อาหารหกเรี่ยราดเหมือนฝีมือการพูดนะคะ เชฟ"
สัญญาณเริ่มจับเวลาดังขึ้น อคินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ท่วงท่าการหั่นเนื้อ การซอยผัก และการควบคุมความร้อนแสดงให้เห็นถึงชั่วโมงบินที่สูงลิ่ว กลิ่นหอมของซอสสูตรพิเศษเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วสตูดิโอ เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมและคณะกรรมการคนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ทว่าสายตาของรวินท์กลับจับจ้องเพียงรอยเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมของเชฟหนุ่ม และความตั้งใจจริงที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้น—ความทุ่มเทที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเสน่ห์เหลือเกิน
เวลาถอยหลังเหลือเพียงห้าวินาทีสุดท้าย...
"สาม... สอง... หนึ่ง... หมดเวลาค่ะ!"
อคินยกจานอาหารเสิร์ฟความร้อนระอุลงตรงหน้าคณะกรรมการเป็นคนสุดท้าย ร่างสูงวางจานสเต๊กเนื้อซอสเบอร์รีสูตรพิเศษลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมเย้ายวนใจเตะจมูกจนกรรมการคนอื่นพากันพยักหน้ารัวๆ เหลือเพียงรวินท์คนเดียวที่ยังคงนิ่งเงียบ
รวินท์ใช้ส้อมตัดเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติ ความนุ่มของเนื้อที่ละลายในปากผสานกับความเปรี้ยวหวานกลมกล่อมของซอส สร้างความประทับใจจนดวงตาเรียวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—รสชาตินี้... มันไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่มันคือความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
บรรยากาศในสตูดิโอเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องมาที่นักวิจารณ์มือหนึ่งเพื่อรอฟังคำตัดสิน
รวินท์วางส้อมลงช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับอคินที่ยืนรอฟังคำพิพากษาด้วยรอยยิ้มมุมปาก ริมฝีปากบางขยับเตรียมเอ่ยคำวิจารณ์เชือดเฉือนตามสไตล์ถนัด
แต่ทว่า... ก่อนที่เสียงของรวินท์จะได้หลุดออกจากริมฝีปาก ประตูสตูดิโอฝั่งด้านหลังกลับถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงตบมือช้าๆ ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ ลูกชาย... แต่เสียดายที่รสชาติแบบนี้ มันก็แค่งานลอกเลียนแบบของฉันเมื่อยี่สิบปีก่อนเท่านั้นแหละ"
ร่างของเชฟระดับตำนานผู้เป็นพ่อของอคินก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนกลางเวที ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในกองถ่าย!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ หวังว่าตอนี้จะทำให้ทุกคนใจเต้นแรงไปพร้อมกับอคินและรวินท์ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของเชฟมือฉมังกับนักวิจารณ์ปากร้าย•ตอนที่ 3
โอกาสที่มาพร้อมเงื่อนไข
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของเชฟมือฉมังกับนักวิจารณ์ปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!