เซฟเฮาส์หัวใจของเชฟมือฉมังกับนักวิจารณ์ปากร้าย•ตอนที่ 2

สนามรบกลางโต๊ะอาหาร

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าจะกรุณา ช่วยเช็ดคราบกาแฟบนเสื้อสูทราคาหลักแสนของคุณออกเสียก่อนจะมาทำตัวเป็นผู้มีพระคุณค้ำหัวผม จะดูน่าเกรงขามกว่านี้เยอะเลยนะครับ... คุณภากร" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธอย่างไม่ปิดบังดังแทรกบรรยากาศอึมครึมในห้องอาหารส่วนตัวทันที อคินก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังรวินท์ ร่างโปร่งในชุดเชฟสีดำสนิทแผ่รังสีความฮึดฮัดราวกับพายุย่อมๆ สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยยามที่ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองผู้มาใหม่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ระดับสิบ ภากร อดีตสามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบกริบและรอยยิ้มเคลือบยาพิษ ชะูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขามองหน้าอคินสลับกับรวินท์ที่ยังคงยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นปูนปั้น "แหม, อคิน... เสียงดังฟังชัดสมกับเป็นเชฟเจ้าของร้านอารมณ์ร้อนจริงๆ นะครับ" ภากรปรายตามองอดีตภรรยาทางพฤตินัยด้วยแววตาพราวระยับ "ผมไม่ได้มาในฐานะสามีเก่าของคุณเสียหน่อย ผมมาในฐานะ 'ผู้ให้เช่า' ที่หวังดีอยากจะมาเตือนเรื่อง... สัญญาเช่าตึกที่ใกล้จะหมดอายุลงในอีกสามเดือนข้างหน้านี้ต่างหากล่ะ" คำพูดนั้นทำให้อคินหน้าตึงขึ้นมาทันที มือเรียวที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ ส่วนรวินท์ที่ตั้งสติได้หลังจากโดนช็อคฟีลไปชั่วขณะ ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และไร้อารมณ์ตามสไตล์นักวิจารณ์อาหารชื่อดัง เขาขยับแว่นสายตา เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไว้ท่าที แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความเหน็บแนม "ถ้าเรื่องสัญญาเช่าตึกคือธุระสำคัญที่ทำให้คุณต้องบุกเข้ามาถึงห้องอาหารส่วนตัวของผมและคุณอคิน... เกรงว่าคุณจะเสียเที่ยวแล้วล่ะครับคุณภากร เพราะพวกเรากำลังคุยเรื่อง 'งาน' ที่จริงจังกว่าเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวของคุณเยอะ" ภากรหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากยังคงอยู่ แต่แววตากลับไหววูบด้วยความไม่พอใจที่ถูกนักวิจารณ์ปากร้ายอย่างรวินท์ขัดจังหวะ "โอ๊ะ... ขอโทษทีครับที่เข้ามาขัดจังหวะการ 'วิจารณ์' งานศิลปะบนจานอาหารของคุณรวินท์เขา" ภากรเน้นเสียงคำว่าวิจารณ์เสียจนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกอคินจนเชฟหนุ่มต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด "แต่พอดีผมบังเอิญอ่านคอลัมน์รีวิวชิ้นล่าสุดของคุณรวินท์ ที่เขียนถึงร้าน 'Akin's Table' พอดี... และต้องบอกตามตรงว่า ในฐานะเจ้าของตึก ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะครับว่าธุรกิจร้านอาหารที่กำลังจะเจ๊งจากการโดนสับเละแบบนี้ จะมีปัญญาจ่ายค่าเช่าตึกแพงๆ ให้ผมได้อีกนานแค่ไหน" เปรี้ยง! ประโยคเดียวเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางโต๊ะอาหาร อคินรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว ความเกลียดชังที่มีต่ออดีตสามีพุ่งทะยานจนแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่ก่อนที่เชฟหนุ่มจะทันได้พ่นคำด่าทออะไรรุนแรงออกไป มือเรียวของรวินท์ก็ยกขึ้นแตะแขนเสื้อของเขาไว้เบาๆ เป็นเชิญชิงห้ามปราม อคินชะงัก หันไปมองรวินท์ด้วยความประหลาดใจ นักวิจารณ์หนุ่มไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นกลับประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา เย็นเยียบ และทรงพลังพอกับน้ำแข็งขั้วโลก "คุณภากรครับ..." รวินท์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายต้องหันมามอง "ในฐานะนักวิจารณ์อาหาร ผมมีหน้าที่วิจารณ์รสชาติอาหารตามความเป็นจริง และในจานเมื่อครู่... เชฟอคินก็ทำได้แค่ระดับ 'เกือบจะสมบูรณ์แบบ' แต่ยังขาดจิตวิญญาณบางอย่างที่ผมเพิ่งจะค้นพบเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง" รวินท์เว้นจังหวะ ปรายตาคมกริบมองอคินที่ยืนกัดริมฝีปากล่างด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะหันกลับไปสบตาตรงๆ กับภากร "แต่ในฐานะ 'คนนอก' ที่มองเข้ามา..." รวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสมเพชระคนเย้ยหยันฉายชัดเจน "ผมว่าคนที่มีปัญหาเรื่อง 'สภาพจิตใจ' และใกล้จะเจ๊งทางการงานและชื่อเสียง น่าจะเป็นคุณมากกว่าเชฟอคินนะคร้าบ... อ้อ ขอโทษที ผมเผลอพูดความจริงออกไปเสียงดังไปหน่อย" อคินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก นี่รวินท์... กำลังปกป้องเขาอยู่หรือเปล่า? นักวิจารณ์ปากร้ายที่เพิ่งจะสับอาหารของเขาจนเละเป็นโจ๊กเมื่อชั่วโมงก่อนเนี่ยนะ กำลังยืนหยัดต่อปากต่อคำกับอดีตสามีเฮงซวยของเขาอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม? ภากรหน้าเสียไปถนัดตา รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกตบหน้ากลางอากาศโดยนักวิจารณ์ชื่อดัง "คุณรวินท์! คุณกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ!" ภากรตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความโมโห "คุณก็แค่นักวิจารณ์ปากจัดที่อาศัยชื่อเสียงหากินไปวันๆ มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้ใส่ผม!" "ผมมีสิทธิ์เต็มที่ครับ ในเมื่อตอนนี้โต๊ะอาหารตัวนี้ และจานอาหารตรงหน้าผม คือพื้นที่ส่วนตัวที่ผมจองเอาไว้เพื่อ 'ทำงานร่วมกัน' กับเชฟอคิน" รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะไล่เลี่ยกับภากร แต่รัศมีกดดันและความเย่อหยิ่งถือดีกลับเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "และถ้าคุณยังไม่ยอมไสมือออกไปจากห้องนี้ภายในสามวินาทีนี้ ผมจะใช้สิทธิ์ความเป็นแขกวีไอพีของโรงแรมเครือนี้... แบล็กลิสต์ชื่อบริษัทของคุณทุกสาขา ไม่ให้ได้มาเหยียบยำห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์แห่งนี้อีกเลยตลอดชีวิต!" น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิต ทำให้ภากรถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใครๆ ก็รู้ว่าอิทธิพลของรวินท์ในวงการอาหารและโรงแรมนั้นกว้างขวางแค่ไหน การมีปัญหากับนักวิจารณ์คนนี้เท่ากับการฆ่าตัวตายทางธุรกิจชัดๆ ภากรขบกรามแน่น ส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้อคินแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทកเท้าออกจากห้องอาหารส่วนตัวไปอย่างหัวเสีย ประตูไม้บานใหญ่ปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนมาอีกครั้ง ห้องอาหารทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ อคินยืนนิ่งค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ เชฟหนุ่มกะพริบตาปริบๆ หันไปมองรวินท์ที่กำลังทิ้งตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอย่างใจเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "มองอะไรครับเชฟ หน้าผมมีคราบซอสติดอยู่หรือไง" รวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวหยิบแก้วน้ำอุ่นขึ้นจิบเบาๆ "ทำไม..." อคินขยับปากถามเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสับสนระคนซาบซึ้งใจลึกๆ ที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับ "ทำไมคุณต้องช่วยผมด้วยล่ะครับ? ไหนว่าเกลียดอาหารฝีมือผมนักไม่ใช่เหรอ" รวินท์วางแก้วน้ำลง ช้อนสายตาขึ้นสบตากับอคินตรงๆ แววตาคู่คมที่เคยเย็นชาคราวก่อน บัดนี้กลับฉายประกายบางอย่างที่ทำเอาหัวใจของเชฟหนุ่มกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง "ใครบอกว่าผมเกลียดอาหารของคุณล่ะครับเชฟอคิน..." รวินท์ลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วก้าวเข้าไปประชิดร่างโปร่งของอคินทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังของเชฟหนุ่มชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ "ผมแค่วิจารณ์ตามเนื้อผ้า... แต่ถ้าพูดถึงเรื่อง 'รสชาติ' ของความดื้อรั้นและความอวดดีของคุณล่ะก็..." รวินท์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มใส อคินตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ ยามที่ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบของผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการวิจารณ์อาหาร เอื้อมขึ้นมาแตะไล้ที่กรอบหน้าของเขาเบาๆ อย่างถือวิสาสะ "...ผมชักจะติดใจรสชาตินี้เข้าเสียแล้วสิครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความแซ่บและฟินจิกหมอนในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของเชฟมือฉมังกับนักวิจารณ์ปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%