เซฟเฮาส์หัวใจของเชฟมือฉมังกับนักวิจารณ์ปากร้าย•ตอนที่ 5

กลิ่นอายความทรงจำ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวสไตล์โมเดิร์น ร่างสูงโปร่งของ "ปกรณ์"—เพื่อนสนิทในวัยเด็กผู้กุมความลับบางอย่างไว้—ยืนนิ่งสนิทอยู่ที่กรอบประตู ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อสายตา เมื่อภาพเบื้องหน้าคือเชฟหนุ่มจอมหยิ่งยโสอย่าง "อคิน" กำลังยืนประชิดตัวนักวิจารณ์ปากร้ายอย่าง "รวินท์" ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกันบนเคาน์เตอร์หินอ่อน อคินสะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังราวกับโดนไฟลวก สองมือแกร่งปัดป่ายเสื้อผ้าของตัวเองอย่างไร้ทิศทางเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบตึงบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู ขณะที่รวินท์เองก็เสียอาการไปชั่วขณะ ดวงตาสีเข้มไหวระริกอย่างหาได้ยากยิ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะกระแอมออกมาเบาๆ แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย่อหยิ่ง และถือดีได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที "นาย... มาทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียง ปกรณ์" อคินเอ่ยเสียงเข้ม พยายามกดน้ำเสียงให้ต่ำเพื่อซ่อนความสั่นพร่าในลำคอ สายตาดุๆ หันไปถลึงใส่เพื่อนสนิทที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ฉันก็มาตามนัดไง หรือว่ารบกวนเวลา 'สวีท' อะไรกันอยู่" ปกรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตากวาดมองจานเซรามิกบนเคาน์เตอร์สลับกับใบหน้าที่ยังแดงก่ำของทั้งคู่ "แล้วนี่... กลิ่นอะไรเนี่ย หอมตลบอบอวลไปถึงหน้าปากซอย นายยอมเปิดตำรลับของคุณยายแล้วรึไง อคิน" คำพูดนั้นทำให้อคินชะงักไป ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองจานอาหารตรงหน้า ซึ่งบรรจุสตูว์เนื้อตุ๋นสูตรโบราณที่เขาเพิ่งทำเสร็จ รวินท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เผลอเหลือบมองจานนั้นเช่นกัน บรรยากาศในห้องครัวที่เคยคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดและความใกล้ชิดเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยมวลอารมณ์ซับซ้อน อคินเม้มริมฝีปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ปมในใจเรื่องพ่อที่เป็นเชฟระดับตำนานและการปฏิเสธสูตรอาหารดั้งเดิมผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ เขาเกลียดการถูกมองว่าอ่อนแอ และเกลียดการพึ่งพาอดีต... แต่เมื่อครู่ เขากลับเป็นคนลงมือทำมันขึ้นมาเองต่อหน้านักวิจารณ์ลิ้นเทวดาผู้ขึ้นชื่อเรื่องการเคี่ยวกรำ รวินท์กวาดสายตามองปฏิกิริยาของเชฟหนุ่ม ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า จานนี้ไม่ใช่แค่อาหารธรรมดา แต่มันคือตัวตนและความเปราะบางที่อคินพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางปากร้ายและเย่อหยิ่ง "อร่อย..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของนักวิจารณ์หนุ่ม ทำเอาทั้งอคินและปกรณ์หันขวับมามองเป็นตาเดียว รวินท์ไม่ได้หลบสายตาคมกลาดเกรี้ยวคู่นั้น เขากลับก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกครั้ง ปลายเรียวลิ้นแตะริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งความกวนประสาทอย่างที่เคยเป็น "ฉันหมายถึงสตูว์นี่... มันอร่อยมาก อคิน" รวินท์พูดพล้องสบตาตรงๆ "รสชาติมันไม่ได้มีความจัดจ้านหรือล้ำยุคตามสไตล์เชฟมิชลินที่นายพยายามไขว่คว้าหรอกนะ แต่มันมีความนุ่มละมุนที่เคี่ยวกรอบด้วยความใส่ใจ... รสชาติแบบนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่คนมีความทิฐิสูงจะทำออกมาได้จากก้นบึ้งของหัวใจหรอก" อคินรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากออกจนหมดเปลือก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธที่ถูกอ่านทางออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และทั้งหวั่นไหวกับแววตาคู่สวยที่ฉายแววอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก ประโยคนั้นของรวินท์ราวกับค้อนที่ทุบทำลายกำแพงทิฐิอันหนาทึบที่เขาสร้างขึ้นมาหลายปีพังทลายลงในพริบตา "นายรู้อะไร... อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา "ลิ้นอย่างนายมันก็แค่นักวิจารณ์ปากจัดที่รู้เรื่องกิน แต่ไม่เคยรู้หรอกว่ากว่าจะทำมันออกมาได้ ฉันต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง!" "ฉันรู้ส" รวินท์สวนกลับทันควัน ดวงตาวาววับด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมลดละให้เช่นกัน "เพราะฉันคือนักวิจารณ์ที่กินฝีมือคนมาค่อนประเทศไง ถึงได้รู้ว่าจานไหนทำด้วยอีโก้ และจานไหนทำด้วย... ความรู้สึกที่แท้จริง" ปกรณ์ที่ยืนมองสงครามประสาทกลายๆ ระหว่างเพื่อนสนิทกับนักวิจารณ์หนุ่มถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับระบายกว้างขึ้นอย่างนึกสนุก เขารู้ดีว่าความลับที่เขาถืออยู่สามารถพลิกเกมทุกอย่างได้ แต่ก่อนที่ปกรณ์จะได้เอ่ยปากแทรกแซงอะไร เสียงกริ่งหน้าเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังระอุ *ติ๊งหน่อง!* ทั้งสามคนชะงัก อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เพราะวันนี้เขาไม่ได้นัดใครไว้ และระบบรักษาความปลอดภัยของเซฟเฮาส์แห่งนี้ก็มีเพียงไม่กี่คนที่รู้รหัสผ่าน ปกรณ์หันไปมองทางประตูหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าอคินด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความขี้เล่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเคร่งเครียดจริงจัง "ฉันลืมบอกไป..." ปกรณ์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อคินต้องช็อกค้าง "คนที่กดกริ่งอยู่นั่น... คือคนเดียวกับที่ส่งจดหมายขู่เรื่องสูตรอาหารโบราณของคุณยายเมื่อสัปดาห์ก่อน และเขาบอกว่า... เขามีหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปิดโปงความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตระกูลของนาย ที่นี่ และเดี๋ยวนี้" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานของพวกเขานะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของเชฟมือฉมังกับนักวิจารณ์ปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%