หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพหัวข้อข่าวจากเว็บไซต์ซุบซิบไฮโซตัวโต พาดหัวแรงจนแทบไม่ต้องขยับเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างใน... *“ท่านประธานหนุ่มไปป์ & อดีตคู่หมั้นสาวตระกูลดัง ถ่านไฟเก่ารื้อฟื้นกลางงานการกุศล?”* พร้อมภาพถ่ายระยะไกลของภาคินที่กำลังยืนเคียงข้างหญิงสาวหน้าตาคุ้มหน้าคุ้มตา รอยยิ้มมุมปากที่ปกติมักจะส่งให้เลขานุการส่วนตัวอย่างเธอกลับถูกแปะไว้บนหน้าจอข้างกายผู้หญิงคนอื่น
ปั้นกวาดสายตามองมันนิ่งสนิท ไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ปาของใส่กำแพง และไม่ได้วิ่งแจ้นไปโวยวายให้อับอายขายหน้า นิ้วเรียวยาวเพียงแค่เลื่อนหน้าจอปิดมันลงอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังปิดอ่านบทความไร้สาระชิ้นหนึ่ง แต่หัวใจข้างในกลับเต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ
ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก... มันไม่ใช่ความโกรธเคืองแบบเด็กๆ แต่เป็นความอึดอัดที่คล้ายกับมีก้อนสำลีจุกอยู่กลางลำคอ ปั้นเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดความอยากรู้อยากเห็นที่กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของตัวเองทีละน้อย
"นั่งทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองขาดน้ำมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะปั้น แกเป็นอะไรเนี่ย"
เสียงของกรณ์ดังขึ้นพร้อมกับแรงตบเบาๆ ที่ไหล่บาง ปั้นเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนผมหน้าที่ปรกลงมาเคลียร์ดวงตารำไรต้องขยับมือปัดออกอย่างหงุดหงิด
"เปล่า... แค่รู้สึกว่าอากาศช่วงนี้มันหายากชอบกล" ปั้นตอบเสียงเรียบ พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดแต่สายตากลับเหลือบไปมองประตูห้องทำงานท่านประธานที่ปิดสนิท
"แหม อากาศไม่น่าหายากเท่าไหร่หรอกมั้ง แต่คนข้างในโน่นต่างหากที่น่าจะทำให้แกหายใจไม่ทั่วท้อง" กรณ์หรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะโน้มตัวกระซิบ "เรื่องข่าวลือของเฮียไปป์กับคุณรัญิดาล่ะสิ? เห็นแชร์กันว่อนกรุ๊ปเลขาฯ แล้วนะเว้ย แกไหวป่ะเนี่ย"
"ไหวอะไรล่ะ ฉันไม่ใช่เมียเขาสักหน่อย จะไปมีสิทธิ์อะไรไม่ไหว" ปั้นสวนกลับทันควัน น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อยแต่แววตากลับไหววับ "เขาจะไปกินข้าว ดูหนัง หรือรื้อฟื้นความหลังกับใคร มันก็เรื่องของท่านประธานบริษัท ไม่ใช่เรื่องของเลขาฯ อย่างฉัน"
"ปากแข็งชะมัด" กรณ์ส่ายหัวเบาๆ "ระวังเถอะ ปากดีแบบนี้ สักวันถ้าเขาเตลิดไปกับถ่านไฟเก่าจริงๆ แกนั่นแหละที่จะมานั่งน้ำตาดตกใน"
"ไม่มีทาง" ปั้นตัดบทเสียงแข็ง ดวงตาสองชั้นฉายแววรauรั้นไม่ยอมแพ้ "คนอย่างภาคิน ถ้าเขาจะแคร์ใครสักคนจริงๆ เขาคงไม่ปล่อยให้มีข่าวกับคนอื่นตั้งแต่แรกหรอก... อีกอย่าง คนซึนปากร้ายแบบนั้น ใครเขาจะอยากไปเอาใจใส่กัน"
พูดจบประโยค ประตูห้องทำงานใหญ่ก็เปิดผับออกอย่างแรง
ร่างสูงโปรดของภาคินก้าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบออฟฟิศก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเลขานุการส่วนตัว รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนรอบข้างต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา
"ปั้น เข้ามาพบผมที่ห้องเดี๋ยวนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำห้วนสั้นออกคำสั่งเด็ดขาด ภาคินไม่รอให้คนฟังได้เอ่ยปากทักท้วง เขากลับหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับกระแทกประตูปิดตามหลังดังปังใหญ่
กรณ์เลิกคิ้วสูงส่งสัญญาณเตือนภัยให้เพื่อนรักทันที ส่วนปั้นสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะหยิบสมุดโน้ตกับปากกาขึ้นมาแล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องเสือ
แอด... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ ปั้นก้าวเข้าไปข้างในแล้วปิดประตูลงกลอนเรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย
ภาพที่เห็นคือภาคินกำลังยืนหันหลังให้อยู่ตรงกระจกบานใหญ่ มือหนาสองข้างเท้าขอบหน้าต่างเอาไว้ ไหล่กว้างไหวริกเล็กน้อยด้วยความเครียด
"มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ ท่านประธาน" ปั้นเปิดฉากด้วยน้ำเสียงทางการ รักษาระยะห่างอย่างที่เคยทำมาตลอด
ภาคินหันขวับกลับมามอง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ร่างบางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "นายเป็นอะไร"
"ผม? ผมก็ปกติสุขดีครับ งานเอกสารก็เคลียร์ครบ งบประมาณไตรมาสหน้าก็ส่งให้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานมีตรงไหนไม่พอใจอีกเหรอครับ" ปั้นเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมหลบตาคมคู่นั้นแม้แต่น้อย
"เปล่า... นายไม่ได้ปกติ" ภาคินสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว จนปั้นต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ "ตั้งแต่เช้า นายหลบหน้าผม ไม่มองตาผม แถมยังทำเสียงประชดประชันใส่ตอนที่ผมเดินผ่าน... เป็นบ้าอะไรของนาย ปั้น?"
"ผมไม่ได้เป็นบ้า!" ปั้นเผลอตะคอกกลับเสียงดังด้วยความโมโหที่ถูกกล่าวหา ร่างบางพยายามดันอกแกร่งให้ออกห่างแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาไว้ด้วยมือเดียวแน่นราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยนะเฮีย! มาจับผมทำไม"
"ไม่ปล่อย จนกว่านายจะพูดความจริงออกมา" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มเนียน "หึง?"
คำถามสั้นๆ แต่กระแทกใจเต็มแรง ทำให้ปั้นชะงักค้าง สมองที่เคยแล่นฉิวกลับตื้อตันขึ้นมาดื้อๆ
"ห... หึงอะไรเล่า! บ้าหรือเปล่าใครจะไปหึงเฮีย!" ปั้นปฏิเสธเสียงดังกลบเกลื่อนความพิรุธที่กำลังพุ่งพล่าน ร้อนไปหมดทั้งใบหน้ายันใบหู "อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยครับ ผมแค่รำคาญที่ท่านประธานทำตัวเป็นข่าวหน้าหนึ่งจนงานบริษัทเสียหายต่างหาก!"
"เหรอ?" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์แกมเอ็นดูกลายๆ "แล้วไอ้ข่าวที่นายอ่านเมื่อเช้าล่ะ อ่านไปกี่รอบแล้ว หืม? หน้าบึ้งเป็นตูดทอดปลาทูขนาดนั้น คิดอะไรอยู่บอกผมมาสิ"
ปั้นเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ชายหนุ่มพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการแต่ภาคินกลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น จนร่างกายแนบชิดกันไม่มีช่องว่าง
"ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น! ปล่อยผมนะเฮีย ปล่อย..."
"ถ้าไม่พูด ความอดทนของผมที่มีต่อปากเก่งๆ ของนายมันหมดลงแล้วนะปั้น" ภาคินกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู น้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความเว้าวอนลึกๆ ที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "รู้ไหมว่าข่าวบ้าๆ นั่นมันไม่ใช่เรื่องจริง... คนที่ผมอยากให้ความสนใจมีแค่คนเดียว แค่เลขาฯ ดื้อๆ แถวนี้คนเดียวเท่านั้นแหละ"
ปั้นนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำสารภาพแบบไม่ทันตั้งตัว
ก่อนที่ปั้นจะได้ทันอ้าปากเถียงหรือเอ่ยถามอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"ภาคินคะ! รัญญ์โทรหาทำไมไม่รับ... เอ๊ะ!"
ร่างบางของหญิงสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพงชะงักกึกทันทีที่ก้าวเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า ประธานหนุ่มร่างสูงกำลังกักขังเลขานุการส่วนตัวไว้แนบชิดกับขอบโต๊ะทำงานในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องทั่วไปจะทำกัน
ปั้นเบิกตากว้าง รีบออกแรงผลักอกภาคินเต็มแรงจนหลุดจากการเกาะกุม ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย ขณะที่ภาคินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คนปากแข็งอย่างคุณภาคินและน้องปั้นด้วยนะคะ รักรี้ดทุกคนเสมอค่ะ - หิมะแรกในโตเกียว
คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 18
ความลับที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!