คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 6

ห้องทำงานยามวิกาล

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ฉันไม่ได้อยากกินกาแฟ... แต่ฉันอยากกินนายต่างหากล่ะ, ปกรณ์” ประโยคกำกวมที่ทิ้งไว้เมื่อตอนปลายของความอดทน ยังคงแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับละอองไอความร้อนที่ลอยขึ้นมาจากแก้วกาแฟดำบนโต๊ะทำงาน ปกรณ์กระตุกยิ้มมุมปาก เผลอเลียริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววพยศอยู่เสมอกวาดมองร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานของเขาอยู่ ภาคินในยามนี้นอกจากจะดูน่าเกรงขามแล้ว ยังแผ่ไอความอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้อย่างน่าประหลาด “ถ้าหมายถึงกาแฟดำแก้วนี้ ผมเกรงว่ามันคงขมเกินกว่าที่ท่านประธานจะถูกใจนะคะ” ปกรณ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าดวงตากลับพราวระยับ ท้าทายอำนาจมืดที่อีกฝ่ายจงใจแผ่ขยายออกมา “ปากเก่งนักนะ ปั้น” ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างคาดโทษ ร่างสูงขยับเข้าประชิดโต๊ะทำงานไม้สักทองเข้ามาอีกก้าว จนพื้นที่ส่วนตัวของเลขานุการหนุ่มถูกรุกรานอย่างสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากร่างกายของคนตรงหน้า ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่ยามวิกาลแคบลงถนัดตา นาฬิกาแขวนผนังบอกเวลาเที่ยงคืนตรง ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองเงียบสงัด เสียงพัดลมแอร์ตัวใหญ่ทำงานเบาหวิว ทว่าเสียงหัวใจของคนทั้งสองกลับดังกลบทุกสรรพเสียง “ผมก็แค่วิจารณ์ตามเนื้อผ้า... เหมือนที่ท่านประธานชอบทำเวลาตรวจงานผมนั่นแหละครับ” ปกรณ์จงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ครับ’ เพื่อกวนประสาทคนตรงหน้าโดยเฉพาะ “นี่คุณ...” ภาคินกัดกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าคางมนให้เงยขึ้นมารับบทลงโทษทางวาจาสักฉอดสองฉอด แต่ปกรณ์กลับไวกว่า เอนตัวหลบพร้อมกับเอี้ยวเอกสารในมือขึ้นมาบังไว้พอดี “ถ้าหมดเรื่องงานแล้ว เชิญท่านประธานกลับห้องทำงานไปเถอะค่ะ เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ผมต้องเคลียร์ให้จบก่อนตีสอง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าคุณมีนจากบริษัทพาร์ทเนอร์คงได้มาโวยวายใส่ผมอีกแน่” ชื่อของ ‘มีน’ ถูกหยิบยกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ทันที ภาคินชะงักมือที่ค้างกลางอากาศ ดวงตาคมเข้มวาบขึ้นด้วยประกายความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “คุณเอาเวลาไหนไปคิดถึงเรื่องมีน หืม?” ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดเจือกลิ่นอายความหึงหวงที่เจ้าตัวมักจะปฏิเสธหัวชนฝาเสมอ “หน้าที่เลขาฯ คือจัดการงานของผม ไม่ใช่ไปใส่ใจว่าใครจะมาโวยวายตอนไหน” “อ้าว... ก็คุณมีนเขาสนใจท่านประธานจะตายไม่ใช่เหรอคะ ตามตื๊อ ตามส่งข้าวส่งน้ำ ยิ่งกว่าผมที่เป็นเลขาฯ ซะอีก” ปกรณ์ลอยหน้าลอยตาพูด ทั้งที่ในใจแอบลุ้นระทึกกับปฏิกิริยาของคนหวงก้างตัวยง “ปกรณ์!” ภาคินทุบโต๊ะเสียงดังปัง! จนแก้วกาแฟสั่นสะเทือน ร่างสูงหมดความอดทนที่จะเล่นเกมลิ้นพันกันแล้ว ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวเลขานุการจอมดื้อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุน ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างยันท้าวพนักพิงกักขังอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของปกรณ์จนขนลุกซู่ ความนิ่งสงบที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความดุดันที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้จนล้นปรี่ของประธานหนุ่ม “หึงเหรอ?” ภาคินกระซิบชิดริมหู เสียงทุบต่ำพร่าสั่นสะท้านอารมณ์ “พูดออกมาสิว่าหึง... แล้วผมจะเลิกยุ่งกับยัยนั่นทันที” ปกรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ถึงปากจะเก่งแค่ไหน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ประชิดตัวระดับ 0 เซนติเมตรแบบนี้ สมองที่เคยประมวลผลรวดเร็วกลับขาวโพลนไปหมด “ใคร... ใครจะไปหึงคุณกัน ประธานบ้าอำนาจ” ปกรณ์หลบสายตาคู่นคมที่มองมาอย่างมีความหมาย พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงบัณฑิตจบใหม่จะสู้แรงนักบริหารหนุ่มออกกำลังกายอย่างภาคินได้ “ปากแข็งจริงนะ...” ภาคินแค่นหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมไปแตะที่ปลายคางของปกรณ์อย่างแผ่วเบา บังคับให้ใบหน้าที่พยายามเบี่ยงหนายอมหันกลับมาสบตา “ถ้าปากแข็งนัก... งั้นผมคงต้องหาทางทำให้ปากคู่นี้พูดความจริงออกมาให้ได้ซะแล้วล่ะ” สายตาของภาคินในวินาทีนั้น เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบัง ปรารถนาที่สั่งสมมาตลอดหลายสัปดาห์ของการทำงานร่วมกัน ความซึนเดระที่เคยมีพังทลายลงเหลือเพียงความคลั่งรักที่พร้อมจะระเบิดออกมา ปกรณ์เบิกตากว้างเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ริมฝีปากหยักสวยกำลังจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดกวนประสาททั้งหมดของเขา กริ๊ดดด! / ปัง! เสียงประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างทรงพลังของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ โดยไม่แม้แต่จะเคาะขออนุญาต “ท่านประธานครับ! ตายละ... ผมไม่ได้ขัดจังหวะอะไรใช่ไหมเนี่ย!” ภาคินผละออกจากตัวปกรณ์ด้วยความหงุดหงิดสุดขีด นัยน์ตาคมกริบหันไปถลึงมองผู้บุกรุกยามวิกาลที่ยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าเหวอสนิท และคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือกรณ์ เพื่อนสนิทของปกรณ์ที่ถือวิสาสะหอบเอกสารด่วนเข้ามาส่ง พร้อมกับสีหน้าตกใจราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%