คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 7

ปากร้ายแต่ใจอ่อน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าจะมาเพื่อทำหน้าโง่อยู่ตรงนั้น ก็เชิญไสหัวกลับไปห้องประชุมใหญ่ซะ กรณ์" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้นท่าย์มกลางความเงียบงันของห้องทำงานเลขานุการ ปั้น (ปกรณ์) ละสายจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างช้าๆ แม้ปลายนิ้วจะยังคงกดแป้นพิมพ์รัวเร็ว แต่ความร้อนระอุที่แผ่ซ่านอยู่ใต้ผิวหนังทั่วร่างกลับบอกชัดเจนว่า ร่างกายของเขากำลังประท้วงอย่างรุนแรง พิษไข้ต่ำๆ จากการหักโหมงานติดต่อกันสามคืนเริ่มเล่นงานจนขอบตาร้อนผ่าว ทว่าศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีทางยอมให้เขาแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าเพื่อนสนิทที่อุตส่าห์คาบข่าวหรือหอบเอกสารบ้าๆ นี่มาให้เห็นหรอกค่ะ กรณ์กะพริบตาปริบๆ ตั้งสติจากอาการตกใจเมื่อครู่ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ แล้ววางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของปั้นเสียงดังปับ "โห ปั้น... หน้าแกซีดเป็นไก่ต้มโรงงานแล้วนะเว้ย อีกอย่าง... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะอะไรหรอก แต่ไอ้ชีทรายงานยอดขายไตรมาสล่าสุดเนี่ย ถ้าแกไม่ตรวจเอง มีหวังท่านประธานจอมโหดได้เรียกเข้าห้องเย็นไปเจาะยางแน่ๆ ว่าแต่... แกไหวเปล่าวะเนี่ย ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ยังฝืนทำเป็นเก่ง" "ฉันปกติทุกอย่าง" ปั้นสวนกลับทันควัน เสียงแหบพร่าเล็กน้อยแต่เจ้าตัวพยายามดึงเสียงให้ปกติที่สุด ดวงตากลมโตตวัดมองเพื่อนสนิทอย่างเอาเรื่อง "เอกสารแค่นี้ สมองฉันประมวลผลเร็วกว่าที่แกคิดเยอะ กลับไปนั่งโต๊ะแกไป๊ อย่ามาทำหน้าซากศพแถวนี้" "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะมึง..." กรณ์ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความระอุกึ่งAsymptote เป็นห่วง "เออๆ กูไปก็ได้วะ ฝากเคลียร์ให้เสร็จก่อนบ่ายสามนะ ไม่งั้นบอสใหญ่เขาเดินตรวจโซนนี้แล้วจะหาว่ากูไม่เตือน" ประตูกระจกห้องทำงานปิดลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวกลับมาอีกครั้ง ปั้นพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางปาก มือเรียวสวยยกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ อย่างแรง อาการปวดหัวเหมือนมีค้อนมาทุบซ้ำๆ เริ่มเล่นงานหนักขึ้นเรื่อยๆ จนตัวอักษรบนหน้าจอเริ่มเบลอซ้อนกันเป็นภาพเงา เขากัดริมฝีปากแน่นพยายามฝืนกดสติเพื่อเคลียร์ย่อหน้าสุดท้ายให้จบ แต่ทว่า... แกร็ก! เสียงเปิดประตูกระจกไม่ได้ถูกใช้อย่างนุ่มนวลนัก ปั้นชะงักเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด คิดว่ากรณ์คงลืมของอะไรอีก แต่ทว่าร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายน้ำหอมแบรนด์หรูคุ้นจมูก กลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ภาคิน... ประธานหนุ่มนักบริหารไฟแรงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายกวาดมองเอกสารกองโตสลับกับใบซีดเผือดของเลขานุการตัวแสบ รังสีความเย็นชาแผ่ซ้ำเติมบรรยากาศรอบตัวให้ยิ่งอึดอัด "ทำงานจนสมองกลับ หรือคิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่ไร้ขีดจำกัดกันแน่ คุณปกรณ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นเอ่ยขึ้น ภาคินกอดอกมองร่างบางที่นั่งหลังตรงราวกับหุ่นเชิด ทั้งที่ดวงตาคู่สวยคู่นั้นแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว พระเอกหนุ่มจอมซึนเดระขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกตั้งแต่เห็นอีกฝ่ายนั่งหน้าซีดเซียวผ่านกระจกใสเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ปั้นเชิดหน้าขึ้นทันที แม้เรี่ยวแรงจะเหลือน้อยเต็มที แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนยอมแพ้ไม่ได้ "ถ้าท่านประธานจะกรุณาใช้สายตาอันแหลมคมอ่านตารางงานให้ดี คุณน่าจะเห็นว่าเอกสารชุดนี้ต้องส่งภายในวันนี้ ไม่อย่างนั้นโปรเจกต์ที่เราคุยกันไว้เมื่อวานคงล่มไม่เป็นท่า... ผมแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ได้เรียกร้องความเห็นใจจากใครสักหน่อย" "ปากดี" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงานจนปั้นต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ความกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา "หน้าที่บ้าบออะไรถ้าทำแล้วสภาพเหมือนผีดิบใกล้ตายแบบนี้ คนอื่นเขาจะหาว่าบริษัทผมไร้มนุษยธรรมใช้งานทาส!" "ผมไม่ใช่ทาส!" ปั้นสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองด้วยความไม่พอใจ "แล้วก็กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยครับ กลิ่นน้ำหอมของคุณมันทำให้ผม... อึก..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ โลกทั้งใบก็หมุนเคว้งคว้างอย่างรวดเร็ว อาการหน้ามืดตาลายจู่โจมอย่างรุนแรงจนร่างบางเซถลาออกจากเก้าอี้ ปั้นหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นห้องเย็นเฉียบ แต่ทว่า... หมับ! อ้อมแขนแข็งแกร่งพุ่งเข้าคว้าเอวบางไว้ได้ทันท่วงที แรงเหวี่ยงทำให้ปั้นเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างจัง กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวภาคินทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิดกระเจิง "นี่คุณ!" ปั้นพยายามดันอกแกร่งออก แต่เรี่ยวแรงที่มีตอนนี้เบาหวิวราวกับขนนก "ปล่อยผมนะ..." "หุบปากแล้วยืนให้มันตรงๆ เถอะน่า!" ภาคินเอ็ดเสียงดุ ใบหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท แต่ทว่าวงแขนที่โอบประคองรอบเอวบางกลับกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่มาจากร่างในอ้อมกอด "ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังมีหน้ามาทำเป็นอวดเก่ง ปากดีไม่เข้าเรื่อง!" "ผมไม่ได้... อื้อ..." ปั้นพยายามจะเถียงต่อ แต่ความวิงเวียนทำให้เขาต้องซบหน้าผากมนลงกับลาดไหล่กว้างของคนตัวโตกว่าโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจร้อนผ่าวมารดรดต้นคอแกร่งจนภาคินสะท้านเฮือก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวรากลองเพล ประธานหนุ่มหน้าตึงเม้มปากแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดระคนเป็นห่วงตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด ให้ตายเถอะ... ปากบอกว่าเกลียดนักคนดื้อรั้น แต่ทำไมเวลาอีกฝ่ายหมดฤทธิ์แล้วซบลงมาแบบนี้ หัวใจของเขามันถึงได้กระตุกวูบไหวจนควบคุมไม่ได้กันล่ะ! "ดื้อด้านนักนะ..." ภาคินบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน มือหนายกขึ้นแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิอย่างลืมตัว ความร้อนที่สัมผัสผ่านฝ่ามือทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น "ไข้สูงขนาดนี้ นั่งทำงานต่อให้ตายก็ไม่มีทางเสร็จหรอก เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วเงียบซะ" ปั้นเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษไข้จ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใส่กันจนใจเต้นผิดจังหวะ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างลังเล แม้อยากจะเถียงกลับไปสักคำ แต่ความอ่อนล้าทำให้เขาทำได้เพียงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ปล่อย... ผมจะไปทำงานต่อ..." "บอกให้หยุดไง!" ภาคินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็คาดไม่ถึง ร่างสูงช้อนตัวปั้นขึ้นอุ้มแนบอกในท่าเจ้าสาวท่ามกลางความตกใจของคนตัวเล็กที่เผลอร้องอุทานออกมาเบาๆ "เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย! ปล่อยผมลงนะ! เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า!" ปั้นดิ้นขลุกขลักด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความอายปนโกรธ "ถ้าไม่อยากให้ใครเห็น ก็หุบปากแล้วซบอยู่เฉยๆ ซะ" ภาคินก้มมองคนในอ้อมแขนด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า "ห้องทำงานประธานมีโซฟาตัวใหญ่อยู่ อย่าลืมสิ... คุณเลขานุการจอมดื้อ!" พูดจบ ภาคินก็ก้าวยาวๆ พาคนป่วยที่ดิ้นไม่เลิกพุ่งตรงไปยังประตูกระจกด้านใน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความซึนและความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดปากร้าย และในจังหวะนั้นเอง... ก่อนที่มือหนาจะผลักประตูห้องพักผ่อนด้านในให้ปิดสนิท เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติด พร้อมกับร่างของ 'มีน' ทายาทตระกูลดังคู่แข่งทางธุรกิจที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มโดยไม่รอให้ใครอนุญาต "ภาคินคะ... มีนเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้... เอ๊ะ?" มีนชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มรูปหล่อกำลังอุ้มเลขานุการคนสนิทแนบอกในระยะประชิดชนิดที่เรียกว่าแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง! ภาคินหยุดชะงัก ปรอยตากลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่ารังสีความเย็นยะเยือกกลับแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ส่วนปั้นที่ซบอยู่บนอกแกร่งก็เบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อตระหนักถึงสถานการณ์อันตรายตรงหน้า... หิมะแรกในโตเกียว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของเฮียภาคินในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%