“ปล่อยได้แล้วมั้งครับท่านประธาน คนมองกันทั้งชั้นแล้วนะ”
เสียงกระซิบลอดไรฟันของปั้นดังขึ้น ทว่าไม่ได้ทำให้ร่างสูงใหญ่ที่กักตัวเขาไว้กับผนังห้องทำงานขยับถอยห่างเลยแม้แต่น้อย ภาคินยังคงตีสีหน้านิ่งเรียบ แววตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด
ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหน... กรณ์ เพื่อนสนิทตัวดีของปั้นที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาพร้อมแฟเอกสารในมือ ชะงักกึกไปทันทีเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจตรงหน้า
“อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะความสุขเอ้ย ความทำงานร่วมกันของท่านประธานกับเลขาฯ หรือเปล่าเนี่ย” กรณ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ กวาดสายตามองท่าทีพัลวันของเพื่อนรักที่พยายามดันอกแกร่งของเจ้านายให้ออกห่าง
ปั้นหน้าแดงแจ๋ด้วยความเคืองปนอาย รีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของภาคินทันทีที่อีกฝ่ายยอมคลายแรงกอด
“ไม่ต้องมาแซวเลยไอ้กรณ์ แกมีธุระอะไรก็ว่ามา อย่าทำหน้าตาน่าหมั่นไส้แบบนั้นนะ” ปั้นเฉไฉกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบพักตร์ด้วยการเอ็ดเพื่อนเสียงเขียว
ภาคินแค่นเสียง ‘หึ’ ในลำคอ ปรับสีหน้ากลับมาเป็นท่านประธานผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาดังเดิม ร่างสูงจัดเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างไม่รีบร้อน สายตาคมปลาบเหลือบมองกรณ์ด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างปิดไม่มิด
“ถ้าไม่มีเรื่องงานสำคัญอะไร ผมว่าเวลาในเวลางานมีค่าเกินกว่าจะเอามาเดินเล่นไร้สาระนะครับ คุณกรณ์” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกระด้างตอกกลับทันควัน
กรณ์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระกับรังสีความกดดันที่ประธานหนุ่มปล่อยออกมา ตรงกันข้าม เขากลับส่งยิ้มกวนประสาทกลับไปให้เสียด้วยซ้ำ “เรื่องงานน่ะมีแน่ครับท่านประธาน แต่เรื่องส่วนตัว... ที่เห็นเมื่อกี้นี้ มันก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยนะว่าไหม”
ปั้นถลึงตาใส่เพื่อนสนิทเป็นเชิงปราม “ไอ้กรณ์!”
“เออๆ ไม่แกล้งละ แค่จะเอาเอกสารบัญชีชุดนี้มาให้ตรวจครับ ปั้น... แกเคลียร์เสร็จก็ตามไปที่ห้องกาแฟนะ ฉันมีเรื่อง ‘สำคัญมาก’ ที่ต้องคุยกับแกเป็นเป็นการส่วนตัว” กรณ์จงใจเน้นเสียงคำว่าสำคัญมากเป็นพิเศษ พร้อมกับปรายตามองภาคินที่ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอด
พูดจบ กรณ์ก็วางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาคุกรุ่นไปด้วยความอึดอัดอีกระลอก
ปั้นลอบถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ รู้ดีว่าเพื่อนรักของเขาคงไม่แคล้วหาเรื่องมาเทศนาเรื่องความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างเขากับเจ้านายจอมซึนคนนี้แน่ๆ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับท่านประธาน” ปั้นเอ่ยเสียงเรียบ เตรียมจะเดินเลี่ยงไปหยิบแฟ้มเอกสาร
“เดี๋ยวก่อน” เสียงทั้มกังวานเอ่ยรั้งไว้
ปั้นชะงัก หันกลับไปมองด้วยความสงสัย “ครับ?”
ภาคินไม่ได้ตอบทันที ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งด้วยความเร็วที่ปั้นไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้หลวมๆ แต่หนักแน่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา คล้ายพยายามจะค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน
“สนิทกันมากหรือไง”
“ฮะ?” ปั้นขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย “หมายถึงใครครับ?”
“ก็ไอ้เพื่อนตัวดีที่เพิ่งออกไปเมื่อกี้” ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ข้างในเริ่มแสดงออกทางสีหน้า “เห็นตัวติดกันตลอดเวลา มีอะไรต้องกระซิบกระซาบกันนักหนา... หน้าที่เลขาฯ ของคุณนี่รวมถึงการรายงานเรื่องส่วนตัวให้เพื่อนฟังด้วยหรือไง”
ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังหึงเพื่อนสนิทของเลขาฯ ตัวเองอยู่หรือไงนะ!
ปั้นกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อจับกระแสความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากตัวเจ้านายจอมซึนได้ ความกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหมั่นเขี้ยวล้วนๆ
“อ๋อ... หึงเหรอครับ?” ปั้นแกล้งเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก “นี่ท่านประธานกำลังหึงผมกับไอ้กรณ์อยู่หรือเปล่าเนี่ย”
“เพ้อเจ้อ!” ภาคินรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามตีสีหน้านิ่งขรึมกลบเกลื่อนแค่ไหน แต่หูที่แดงก่ำนั้นก็ฟ้องทุกอย่างหมดเปลือก “ผมเป็นเจ้านาย คุณเป็นลูกน้อง ผมมีสิทธิ์ที่จะตักเตือนถ้าพฤติกรรมในเวลางานมันไม่เหมาะสม!”
“อ๋อเหรอครับ... งั้นผมคงต้องรีบไปเคลียร์กับ ‘ไอ้กรณ์’ ตามคำสั่งท่านประธานแล้วล่ะครับ เพราะดูท่าทางมันจะมีเรื่องสำคัญมากจริงๆ ที่อยากคุยกับผม” ปั้นจงใจเน้นย้ำคำว่าสำคัญ พร้อมกับแกะมือหนาที่พันธนาการข้อมือตนไว้ออกอย่างนุ่มนวล “ขอตัวนะครับ”
ร่างเพรียวหมุนตัวเดินลิ่วออกจากห้องทำงานไปทันที ปล่อยให้ภาคินยืนกำมือแน่นด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาคมมองตามแผ่นหลังบางหายลับไปทางประตูก่อนจะสบถเบาๆ ในลำคอ
*ให้ตายสิ... ปากเก่งนักนะปกรณ์!*
ทางด้านปั้น ที่เดินหนีออกมาด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เจ้าตัวรีบตรงดิ่งไปยังห้องพักผ่อนพนักงานที่มีเครื่องชงกาแฟทันที และก็พบกับกรณ์ที่ยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเพื่อนสนิทไม่ได้มีเค้าลางของการหยอกล้อเหมือนเมื่อครู่เลยสักนิด มีแต่ความจริงจังที่ฉายชัดอยู่บนแววตา
“นั่งลงเลยแก” กรณ์เปิดฉากทันทีที่เห็นหน้าเพื่อน
ปั้นถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “มีอะไรนักหนาวะไอ้กรณ์ ทำหน้าอย่างกับเครียดเรื่องหุ้นตก”
“ฉันไม่ได้เครียดเรื่องหุ้น แต่ฉันเครียดเรื่องแก!” กรณ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำลดระดับเสียงลงต่ำเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน “ปั้น... แกกำลังทำอะไรอยู่, แกดูไม่ออกจริงๆ เหรอวะว่าผู้ชายคนนั้น... ท่านประธานภาคินอะไรนั่นน่ะ เขากำลังเล่นเกมอะไรกับแกอยู่”
ปั้นชะงัก รอยยิ้มระรื่นเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้า “แกหมายความว่ายังไง”
“ฉันหมายความว่า เขากำลังล้ำเส้นแกเกินกว่าสถานะเจ้านายกับลูกน้อง!” กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและเป็นห่วงจากใจจริง “สายตาที่เขามองแก การกระทำถึงเนื้อถึงตัวเมื่อกี้... คนอื่นเขามองเข้ามาเขาไม่ได้คิดแค่เรื่องงานหรอกนะเว้ย แกก็รู้ว่าผู้ชายคนนั้นโปรไฟล์ระดับไหน ข่าวคาวกับคนในแวดวงธุรกิจก็มีมาเรื่อยๆ แกเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดเขามากๆ ระวังจะเจ็บตัวฟรีนะเพื่อน”
คำเตือนของกรณ์เปรียบเสมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าหน้า ปั้นนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลถึงสัมผัสอุ่นวาบและแววตาไหวระริกยามที่อีกฝ่ายเข้าใกล้ มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจของเขาก็เริ่มหวั่นไหวไปกับความซึนปากร้ายแต่ใจดีนั้นทีละน้อย... ทีละน้อย จนน่ากลัว
“ฉัน... ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่หรอกน่ากรณ์ แกไม่ต้องห่วงหหรอก ฉันไม่ได้คิด—”
“ไม่ได้คิดอะไรจริงเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นกลางอากาศ ขัดจังหวะบทสนทนาระหว่างเพื่อนสนิทอย่างกะทันหัน
ปั้นและกรณ์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน
ร่างสูงโปรดปรานของภาคินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองปั้นด้วยประกายไฟที่ลุกโชน ความเย็นชาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
“ท่านประธาน...” ปั้นเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตกใจ “คุณ... มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
“นานพอที่จะได้ยินว่า... เลขาฯ ตัวแสบของผมกำลังปฏิเสธความสัมพันธ์ของเราลับหลังผมสินะ” ภาคินแค่นยิ้มหยัน แววตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงทีละน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวปั้นแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำชวนสั่นสะท้านริมใบหู
**“อยากรู้นักว่าถ้าผมทำให้มัน ‘จริง’ ขึ้นมาจริงๆ... ปากเก่งๆ ของคุณ จะยังกล้าปฏิเสธผมอีกไหม, ปกรณ์”**
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอมานะคะ หิมะแรกในโตเกียว
คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 8
เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ?
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!