คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 5

เลขาจำเป็นนอกสถานที่

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ถ้านายยังก้าวขาไม่ออกไปในสามวินาทีนี้ ฉันจะถือว่าที่ปากเก่งใส่ฉันเมื่อคืน... เป็นแค่ลมปากของเด็กอมมือ” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าหยวนลอยลอดผ่านเนื้อผ้าสูทสั่งตัดราคาแพง ภาคินไม่ได้หันกลับมามองด้วยซ้ำ ขณะที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีชาโคลยืนรออยู่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมหรูระดับห้าดาว ปลายสายตาคมกริบกวาดมองความอลวนเบื้องหน้าผ่านบานกระจกใส ที่ซึ่งเหล่าไฮโซ นักธุรกิจ และเซเลบริตี้ชื่อดังต่างกำลังคลอเคลียกันอยู่ภายใต้แสงไฟระยิบระยับดั่งดวงดาว ปั้นสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มือเรียวในถุงมือผ้าซาตินสีดำขยับจัดปกเสื้อสูทของตัวเองเป็นรอบที่สามด้วยความหงุดหงิด เด็กจบใหม่หน้าตาดีอย่างเขาไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ใครมาขู่เข็ญเล่น โดยเฉพาะประธานหนุ่มจอมเผด็จการที่เมื่อคืนเพิ่งจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ด้วยคำพูดกำกวมเรื่อง ‘กาแฟแก้วนั้น’ ก่อนจะตัดบทหนีขึ้นรถไปหน้าตาเฉย ให้ตายเถอะ... กาแฟอะไรของเขากันนักหนา! “ผมไม่ได้เป็นเด็กอมมือครับ... อ้อ ขอโทษที พอดีติดพูดคำทางการ” ปั้นก้าวเข้าไปประชิดด้านหลัง พึมพำด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กัดฟันกรอด “ท่านประธานกรุณาเดินนำไปเถอะครับ ผมกลัวว่าถ้าผมเดินนำแล้วเผลอเหยียบหางเสือเข้า ท่านอาจจะหาว่าผมไม่มีมารยาทอีก” ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว “ปากดีแบบนี้ค่อยน่าเอา... เอ๊ย น่าใช้งานหน่อย” ร่างสูงหันกลับมามองตัวเลขบนนาฬิกาข้อมือราคาแพง ก่อนจะยื่นข้อศอกมาตรงหน้าตามสัญชาตญาณของสุภาพบุรุษที่ต้องออกงานคู่กับเลขาฯ จำเป็น “คล้องแขนฉันซะ ถ้าไม่อยากให้พวกนักข่าวสายเศรษฐกิจรุมทึ้งตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้าประตู” ปั้นส่งค้อนวงใหญ่ให้—แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมองเห็นไม่ชัดผ่านความมืดสลัว—แต่นิ้วเรียวก็ยอมสอดเข้าไปเกี่ยวแขนแกร่งนั้นไว้อย่างจำใจ แรงบีบกระชับเบาๆ ที่ฝ่ามือทำให้รู้ว่าคนข้างกายไม่ได้แค่พูดเล่น ทันทีที่บานประตูกระจกถูกผลักเปิดออก แสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์และช่างภาพนิตยสารก็สาดวาบเข้ามาจนแทบมองไม่เห็นทาง บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งและเสียงดนตรีแจズคลอเบาๆ ทว่าสำหรับปั้นแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับสนามรบขนาดย่อม ฐานะเลขาฯ เฉพาะกิจของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างภาคิน ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาทันที สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมาที่พวกเขาทั้งคู่ บางคู่มองด้วยความชื่นชม บางคู่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ และมี... บางคู่ที่จ้องมองมาด้วยประกายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “อ้าว, คุณภาคินคะ นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” เสียงหวานหยดย้อยที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยแตะจมูก ร่างอรชรในชุดเดรสราตรีสีแดงเพลิงผ่าสูงเผยให้เห็นเรียวขาสวยก้าวเข้ามาขวางหน้าพวกเขาไว้พอดี มีน... ทายาทกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คู่แข่งที่กำลังจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทของภาคิน ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ท่านประธานหนุ่ม โดยแถมหางตาคมกริบมาวัดรอยเท้าปั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า ปั้นขยับยิ้มการค้าทันทีโดยอัตโนมัติ สมองส่วนหน้าประมวลผลความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่ด้วยความเร็วสูง—นี่สินะเป้าหมายที่เขาต้องมา ‘ช่วยแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า’ ในค่ำคืนนี้ “ผมไม่เคยผิดนัดงานสำคัญที่มีคุณมีนรออยู่หรอกครับ” ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพตามมารยาททางสังคม แต่ดวงตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ร่างสูงขยับตัวบังปั้นไว้ครึ่งหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว “แล้วก็นี่... คุณปกรณ์ เลขาฯ ส่วนตัวของผม” มีนปรายตามองปั้นอีกครั้ง รอยยิ้มบนริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดดูแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อย “อ๋อ... เลขาฯ คนใหม่นี่เอง นึกว่าเป็นแขกวีไอพีที่ไหนซะอีก แต่งตัวซะจัดเต็มเชียวค่ะ ไม่รู้ว่ามาทำงานหรือมาหาแขกกันแน่” คำพูดจิกกัดอ้อมๆ แบบนี้มีหรือที่คนอย่างปกรณ์จะสะเทือนซึ้ง ปั้นแย้มยิ้มหวานหยดชนิดที่น้ำตาลยังต้องยอมแพ้ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าท้าทาย “ขอบคุณที่ชมครับคุณมีน พอดีท่านประธานท่านตาแหลม เลือกชุดนี้ให้ผมเองกับมือ ท่านบอกว่าถ้าเลขาฯ แต่งตัวไม่สมเกียรติบริษัท เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าท่านงบประมาณจำกัดน่ะครับ” ภาคินสำลักน้ำลายตัวเองเบาๆ จนต้องยกมือขึ้นป้องปากไอ กลบเกลื่อนรอยยิ้มพึงพอใจที่เกือบจะหลุดออกมาให้คนตัวเล็กได้ใจ มีนหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา ริมฝีปากที่เคลือบสีแดงสดเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะฝั้นเสียงหัวเราะแห้งๆ “คุณภาคินพนักงานในปกครองนี่ฝีปากคมคายใช้ได้เลยนะคะ สงสัยจะอบรมมาดี” “พอดีผมเป็นคนชอบของหายากน่ะครับ” ภาคินตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่ก้มมองลงมาที่ปั้นกลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาคนถูกมองถึงกับร้อนวูบที่ใบหู “ยิ่งดื้อเท่าไหร่ ยิ่งต้องปราบให้หนักมือหน่อย ถึงจะเชื่อง” ปั้นสะดุ้งสุดตัว รีบดึงแขนออกจากข้อศอกของอีกฝ่ายทันทีโดยอ้างว่าต้องไปหยิบเครื่องดื่มมาบริการท่านประธาน ก่อนจะปลีกตัวเดินเลี่ยงไปยังมุมเครื่องดื่มเพื่อสงบสติอารมณ์ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว! ปั้นยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่หน้าโต๊ะค็อกเทล มือเรียวหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาถือไว้แก้เก้อ สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อสำรวจความเคลื่อนไหวตามหน้าที่ แต่แล้วจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ ร่างสูงของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่งของอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว “เดินระวังหน่อยสิครับคนสวย... เอ๊ะ หรือว่าไม่ใช่คนสวย แต่เป็นคุณเลขาฯ คนใหม่ของท่านประธานภาคินกันล่ะเนี่ย” น้ำเสียงทุ้มต่ำและสายตาแพรวพราวที่มองมาทำให้ปั้นต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าคมคายของผู้ชายแปลกหน้าคนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สวมสูทสีขาวสะอาดตา แต่แววตากลับบอกชัดเจนว่าไม่ได้มาดี “ถ้าสายตาไม่ดีแนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะครับคุณ... จะได้มองเห็นชัดเจนว่าผมเป็นเลขาฯ หรือคนสวย” ปั้นสวนกลับทันควันโดยไม่คิดจะยอมก้มหัวให้ รอยยิ้มเยาะหยันฉาบบนใบหน้าสวย “แต่ถ้าสมองส่วนประมวลผลมีปัญหา ผมแนะนำให้ไปหาหมอดีกว่าครับ เสียเวลามายืนพูดจาไร้สาระแถวนี้” ชายแปลกหน้าหรี่ตาลง รอยยิ้มบนหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความไม่พอใจ “ปากเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ นึกว่าเก่งแค่กับภาคินซะอีก อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าบนเตียงจะพยศแบบนี้ไหม...” มือหนาเอื้อมมาหมายจะคว้าข้อศอกของปั้นไว้ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสโดนเนื้อตัว ร่างของปั้นก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลให้ถอยหลังไปปะทะกับแผงอกคุ้นเคยที่ทั้งอบอุ่นและคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายอันตราย แก้วแชมเปญในมืออีกฝ่ายเกือบจะหล่นลงพื้นหากภาคินไม่คว้าข้อมือของปั้นไว้เสียก่อน “ถ้าไม่อยากให้มือคู่นี้ใช้การไม่ได้อีกต่อไป... แกก็ควรเอามันออกไปจากตัวคนของฉัน” เสียงของภาคินต่ำทุ้ม เยียบเย็น และทรงพลังจนบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันตา ประธานหนุ่มจ้องมองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนในรัศมีสามเมตรต้องถอยกรูด ชายแปลกหน้าหน้าซีดเผือด รีบชักมือกลับแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “แค่ทักทายเฉยๆ น่าท่านประธาน... ไม่เห็นต้องหวงก้างขนาดนี้เลย” “คนของฉัน ฉันมีสิทธิ์หวง” ภาคินพูดเสียงกร้าว ไม่ยอมให้เกียรติคู่สนทนาแม้แต่น้อย ก่อนจะกระชากข้อมือปั้นให้เดินตามออกไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่สนสายตาใคร แรงดึงลากทำให้ปั้นต้องก้าวตามแทบไม่ทัน ร่างสูงพาเขาเดินทะลุผ่านห้องจัดเลี้ยงไปยังระเบียงรับลมด้านนอกที่เงียบสงบ ไร้ผู้คน ก่อนจะดันแผ่นหลังของปั้นให้ชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ โดยมีแขนแกร่งทั้งสองข้างกั้นขวางไว้ไม่ให้หนีไปไหน ความมืดสลัวและแสงไฟจากตึกสูงเบื้องล่างสะท้อนเงาของคนทั้งคู่ ปั้นเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความตกใจก็ตาม “ทำบ้าอะไรของท่านเนี่ย! ปล่อยผมนะ!” “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปไหนรอดสายตา” ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้าที่ข้างแก้ม น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมหูจนปั้นขนลุกซู่ “แล้วนี่อะไร... ไปยืนอ่อยผู้ชายคนอื่นให้มันมาแตะเนื้อต้องตัวรึไงหึ?” “ผมไม่ได้อ่อย! เขาเข้ามาหาเรื่องผมก่อนต่างหาก!” ปั้นเถียงเสียงแข็ง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ “แล้วอีกอย่าง... ท่านเป็นใคร ถึงมามีสิทธิ์สั่งว่าผมจะยืนอยู่ที่ไหน!” ภาคินนิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตัวเล็กราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้น่ากลัว แต่มันเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้ปั้นต้องใจกระตุก “อยากรู้ไหมล่ะ... ว่าฉันมีสิทธิ์อะไร” มือหนาละจากผนัง เลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของปั้นไว้อย่างมั่นคง นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ระกรอบหน้าออกอย่างแผ่วเบา—สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้ปั้นลืมหายใจ “ทะ... ทำอะไร...” “ก็ทำในสิ่งที่ฉันค้างคาไว้เมื่อคืนไง” ภาคินกระซิบแผ่วเบาริมฝีปาก “กาแฟแก้วนั้นที่นายสงสัยนัก... ความจริงก็คือ...” ดวงตาคมกริบก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกใจ ก่อนที่ประโยคถัดมาจะถูกกระซิบแผ่วเบาลงบนริมฝีปากของปั้นพอดี— “ฉันไม่ได้อยากกินกาแฟ... แต่ฉันอยากกินนายต่างหากล่ะ, ปกรณ์” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนคลั่งรักของเฮียภาคินนะคะ หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%