“คุณมีนมีธุระด่วนอะไรกับผม ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน เชิญกลับไปก่อนครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยมีความนุ่มนวลเจืออยู่บ้างเมื่อครู่ กลับกลายเป็นความเย็นชาเฉียบขาดทันที ภาคินปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยหางตา ดวงคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่คิดจะปิดบัง ร่างสูงใหญ่ขยับตัวยืนบังร่างบางของปั้นไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้า-เข้า-เจ้าของที่ชัดเจนเสียจนคนมองต้องลอบกลืนน้ำลาย
ปั้นที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ รีบก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างจากแผงอกกว้างของท่านประธานทันที สองมือเรียวจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาธิการผู้แสน
Smart และ Professional ภายในเสี้ยววินาที แม้ว่าหัวใจข้างในจะยังเต้นโครมครามราวกับตีกลองเพลก็ตาม
“มีนแค่ผ่านมาแถวนี้ค่ะพี่ภาคิน เลยแวะเอาขนมที่โปรดมาฝาก... อุ๊ย มีแขกอยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย นึกว่าคุยงานกันอยู่ในห้องประชุมซะอีก”
มีนจงใจลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนหนาตวัดมองปั้นหัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า รอยยิ้มหวานหยดที่ปั้นแต่งแต้มบนริมฝีปากนั้นไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันลดอุณหภูมิลงจนเยียบเย็น
“นี่คุณปั้น เลขาฯ คนใหม่ของผม และเรื่องงานในห้องนี้ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามไม่ให้เลขาฯ กับเจ้านายอยู่ใกล้กัน” ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่เชือดเฉือนพอกัน ชายหนุ่มเกลียดที่สุดคือการถูกขัดจังหวะ—โดยเฉพาะในเวลาที่เขากำลังจะได้คำตอบบางอย่างจากดวงตากลมโตคู่นั้น
ปั้นลอบมองแผ่นหลังกว้างของคนตัวโตกว่าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ทั้งหมั่นไส้ความปากร้าย เอาแต่ใจ และ...แปลกใจที่อีกฝ่ายออกตัวปกป้องตนเองอย่างชัดเจนขนาดนี้
แต่ในเมื่อสถานการณ์เริ่มระอุ และเขาก็ไม่อยากตกเป็นจำัวในสงครามน้ำลายระหว่างไฮโซหนุ่มกับคู่หมั้น(1) (หรือคู่หมาย) ของเจ้านาย ปั้นจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายถอยออกมาก่อนอย่างฉลาด
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเคลียร์เอกสารตารางงานของบ่ายนี้ก่อนนะคะท่านประธาน เชิญตามสบายครับคุณมีน”
ปั้นโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างนอบน้อมตามมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้วงฝีเท้ายาวๆ ไปที่ประตูทันทีโดยไม่รอฟังคำอนุญาต
ทว่า—
“เดี๋ยว!”
เสียงทุ้มห้ามปรามดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียว แรงดึงเบาๆ ทำให้ปั้นต้องชะงักกึก หันกลับไปมองด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าภาคินไม่ได้สนใจมีนที่ยืนหน้าเสียอยู่ตรงโซฟาเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาด้วยความดื้อดึง
“ผมยังสั่งงานไม่จบ คุณจะรีบไปไหน” ภาคินเอ่ยเสียงเข้ม ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขายังไม่ได้สั่งอะไรเพิ่มเลยสักนิด
“งานอะไรอีกครับ เอกสารงบประมาณผมก็ส่งให้หมดแล้ว ตารางงานก็...”
“กาแฟ”
ภาคินตัดบทดื้อๆ ดวงตาคมกราบกรานมองต่ำไปยังแก้วกาแฟบนโต๊ะทำงานที่ยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาคนตัวเล็กนิ่ง “กาแฟที่คุณชงเมื่อเช้ามันรสชาติแย่มาก ผมกินไม่ลง ไปชงมาใหม่ เอาแบบที่ผมชอบ... เดี๋ยวนี้”
*ให้ตายสิ! ตาประธานเผด็จการนี่มันหาเรื่องแกล้งกันชัดๆ!*
ปั้นกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน นึกอยากจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ ของคนตรงหน้านัก ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจตำแหน่งเลขาฯ และเงินเดือนก้อนโต ปั้นคงได้ซัดหมัดใส่หน้าคนตัวสูงสักทีฐานหาเรื่องไม่เข้าเรื่อง
“กาแฟแก้วนั้นผมชงตามสูตรมาตรฐานที่คุณต้องการเป๊ะๆ นะครับท่านประธาน ถ้าลิ้นคุณประธานเกิดมีปัญหาแยกแยะรสชาติไม่ออก ผมแนะนำให้ไปหาหมอ... ไม่ใช่มาใช้ให้ผมชงใหม่เล่นๆ” ปั้นยิ้มหวานหยด ประชดประชันกลับไปนิ่มๆ แต่สายตาฟาดฟันกันจนแทบจะเกิดประกายไฟ
มีนที่ยืนเป็นส่วนเกินอยู่มุมห้อง เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความโกรธ
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังส่งสายตาและบรรยากาศแปลกประหลาดใส่กันโดยไม่สนใจตนเองเลยสักนิด
“พี่ภาคินคะ! มีนอุตส่าห์ตั้งใจเอาขนมมาให้ ทำไมถึงไล่มีนทางอ้อมแบบนี้ล่ะคะ หรือเพราะเด็กนี่... เด็กนี่มันมีดีอะไรนักหนา ถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับพี่แบบนี้!”
เสียงแหลมสูงที่ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ ทำให้ภาคินต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหลืออด ชายหนุ่มค่อยๆ ปล่อยมือจากข้อมือปั้นอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยแววตาที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม
“มีน... ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะ เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว และเลขาฯ ของผมเขาก็มีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่คนที่จะมานั่งรองรับอารมณ์ใคร ถ้าไม่มีเรื่องงาน กรุณากลับไปครับ ผมยุ่ง”
คำพูดตัดเยื่อใยอย่างไร้เยื่อใยทำให้ใบหน้าสวยเฉี่ยวของมีนซีดเผือดลงทันที ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยน้ำחיวด้วยความอับอายและเจ็บใจ “พี่ภาคินไล่มีน... ไล่มีนเพราะเด็กกะโปโลคนนี้เนี่ยนะ!”
“ใช่ครับ ผมไล่ เพราะฉะนั้น—เชิญครับ” ภาคินผายมือไปทางประตูอย่างเป็นทางการ เป็นอันสิ้นสุดการสนทนาโดยสมบูรณ์
มีนสะบัดหน้าพรืดด้วยความโกรธจัด คว้ากระเป๋าแบรนด์เนมเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างแรง แรงกระแทกจากประตูกระจกที่ปิดลงเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรู แต่ไม่มีใครในห้องสนใจเสียงนั้นเลยสักนิด
ความเงียบงันกลับมาโรยตัวอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยความอึดอัดที่แปลกประหลาด ปั้นยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับประธานหนุ่มที่ตอนนี้หันกลับมามองตนด้วยแววตาพราวระยับอย่างน่าหมั่นไส้
“มองอะไรครับ ถ้าจะให้ไปชงกาแฟใหม่จริงๆ ล่ะก็ ฝันไปเถอะครับ ผมไม่ว่าง!” ปั้นเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ไม่มีอาการเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย
ภาคินไม่ตอบ เขาค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าว... ทีละก้าว อย่างคุกคาม แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีรอบตัวทำให้ปั้นต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือบิวต์อินด้านหลังอย่างไร้ทางหนี
“เฮ้ย... คุณ จะทำอะไร ถอยไปเลยนะ” ปั้นเอ็ดเสียงหลง สองมือดันแผงอกกว้างเอาไว้เมื่อร่างสูงเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศหายใจ
ภาคินยื่นมือข้างหนึ่งไปค้ำกับชั้นหนังสือเหนือศีรษะของคนตัวเล็ก กักขังปั้นไว้ในอ้อมแขนอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
“ใครบอกว่าผมจะให้คุณไปชงกาแฟใหม่...”
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ปั้น ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ภาคินก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนใสไปนิดเดียว ดวงตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า
“ผมไม่ได้อยากดื่มกาแฟหรอกปั้น...”
ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกดุดันเมื่อครู่ทำเอาปั้นสมองอื้ออึง คิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“แต่ผมอยากกิน... อย่างอื่นมากกว่า”
หัวใจของปั้นกระตุกวูบ จังหวะการหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะเมื่อดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างแนบแน่นในระยะประชิด ทว่าก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เคลื่อนเข้ามาใกล้กว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของภาคินก็แผดเสียงแหลมขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูวับวามลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
ภาคินสบถอย่างหัวเสียในลำคอ แต่ยังไม่ยอมขยับตัวออกห่าง เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นด้วยความตื่นเต้น ประโยคถัดมาทำเอาปั้นเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง
“อย่าเพิ่งหนีไปไหน... คราวนี้แหละ ฉันจะบอกความจริงบางอย่างเกี่ยวกับกาแฟแก้วนั้น ที่นายไม่มีวันปฏิเสธลง”
หิมะแรกในโตเกียว (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ!)
คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้นเปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!