คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 13

อุบัติเหตุใต้แสงดาว

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงหัวเราะในลำคอของมีนดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันของระเบียงทางเดินริมชายหาด ราวกับเศษแก้วที่ถูกโปรยลงบนพื้นทราย เสียงนั้นทั้งระคายหูและชวนให้เลือดในกายของปั้นเดือดพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “แวะมาดูให้เห็นกับตาอย่างนั้นเหรอคะคุณมีน” ปั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่หลังคมแพรขนตา ร่างเพรียวในชุดลำลองสบายๆ ก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าประตูกั้นระหว่างมีนกับห้องพักของท่านประธานหนุ่มโดยอัตโนมัติ “ถ้าว่างมากจนไม่มีโปรเจกต์ไหนให้บริหาร ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจทานตัวเลขงบประมาณไตรมาสหน้า น่าจะสร้างสรรค์กว่ามายืนสอดรู้สอดเห็นเรื่องห้องพักของคนอื่นนะคะ” มีนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากไม่ได้ทำให้เจ้าตัวดูสะเทือนใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์ปั้นตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกสนุกสนาน “ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนี่ครับ สมแล้วที่เป็นเลขาฯ คนโปรดของท่านประธานภาคิน… แต่ก็น่าแปลกนะ ปั้น” มีนจงใจลดเสียงลงต่ำ ก้าวเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก “ห้องพักระดับวีไอพีของโรงแรมนี้เหลือว่างตั้งหลายห้อง ทำไมคุณถึงต้องมายืนอยู่หน้าห้องของภาคินในยามวิกาลแบบนี้ด้วยล่ะ หรือว่า… กุญแจสำรองในมือคุณมันมีไว้เปิดได้มากกว่าแค่ห้องทำงานกันแน่?” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงฉับพลัน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งด้านล่างกลายเป็นเพียงฉากหลังอันเลือนราง เมื่อปั้นกำลังจะสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันยิ่งกว่า ประตูห้องพักด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ “ยืนคุยอะไรกันเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่นอยู่ตรงนี้” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของภาคินที่ก้าวออกมา ประธานหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีเข้มที่ต้องกับแสงไฟสลัวจากผนังทางเดิน เรือนผมสีดำสนิทลู่ลงเล็กน้อยระกรอบหน้าคมคาย ยิ่งขับเน้นให้ดวงตาคมปลาบดูลึกล้ำและน่าเกรงขามเป็นเท่าตัว สายตาของภาคินกวาดมองมีนแวบหนึ่งด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของปั้นที่ยืนขวางประตูอยู่ “ท่านประธาน… พอดีผมแค่ผ่านมาทักทายคุณปั้นเขาน่ะครับ เห็นยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าห้องคุณ นึกว่าเป็นขโมยเสียอีก” มีนพลิกลิ้นอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มเสแสร้งถูกปั้นแต่งขึ้นมาทันทีที่เห็นเจ้าของห้องตัวจริง “คนที่ควรระวังว่าเป็นขโมย น่าจะเป็นคุณมากกว่าที่มีงานการไม่ทำแล้วมาเดินป้วนเปี้ยนหน้าห้องคนอื่น” ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใย “ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญกลับห้องของคุณไปซะ หรือจะให้ผมเรียก รปภ. มาช่วยนำทาง?” มีนหุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อเจอไม้นี้เข้าไป แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ปั้นอีกครั้งก่อนจะยอมหันหลังเดินจากไป “ฝันดีนะครับท่านประธาน… แล้วก็คุณเลขาฯ หวังว่าคืนนี้จะนอนหลับสบายดีนะ” สิ้นเสียงฝีเท้าที่เดินลับหายไป ความเงียบก็กลับมาปกคลุมระเบียงทางเดินอีกครั้ง ภาคินถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ยังคงยืนนิ่งสนิท “ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น เข้ามาได้แล้ว” ภาคินเอ่ยเสียงห้วนตามนิสัยซึนเดระประจำตัว พลางหันหลังเดินกลับเข้าห้องไปโดยไม่รอคำอนุญาต ปั้นเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้เล็กน้อย แต่ก็ยอมสาวเท้าก้าวตามเข้าไปในห้องพักกว้างขวางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ทันทีที่ประตูปิดลง ความรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ก็เข้าเกาะกุมหัวใจ ทว่ามันไม่ใช่ความอึดอัดจากเรื่องของมีน… แต่มันคือความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ “คุณมีนเขาไม่ได้โง่หรอกนะคะ” ปั้นเปิดบทสนทนาขึ้นทำลายความเงียบ ขณะวางแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมลงบนโต๊ะทำงานตัวยาวริมกระจกใส “เขากำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของเรา… ถ้าไม่อยากให้ข่าวลือเรื่องที่เรามาดูงานนอกสถานที่กลายเป็นเรื่องสนุกปากในหมู่บอร์ดบริหาร เราควรจะรักษาระยะห่างให้มากกว่านี้ค่ะ ท่านประธาน” ภาคินที่กำลังรินน้ำเปล่าใส่แก้วชะงักมือเล็กน้อย เขาวางขวดลงบนเคาน์เตอร์บาร์เบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองเลขาฯ ตัวแสบที่วันนี้ดูจะเก่งกาจและดื้อรั้นเป็นพิเศษ ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย “กลัวเหรอ?” ภาคินถามเสียงเรียบ ทว่าก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละน้อย “กลัวว่าคนอื่นจะรู้ความจริง… หรือว่ากลัวใจตัวเองกันแน่ ที่พักนี้เอาแต่หงุดหงิดเวลาเห็นฉันไปยืนใกล้คนอื่น” ปั้นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างกันถูกย่นย่อจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเป็นผู้ชายของภาคินโอบล้อมรอบตัวปั้นไว้อย่างเบ็ดเสร็จ “ผมไม่ได้กลัวอะไรงี่เง่าแบบนั้นสักหน่อย” ปั้นเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจในอกจะเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมด “ผมแค่กำลังทำหน้าที่เลขาฯ ที่ดี เตือนสติเจ้านายที่ชอบทำตัวมีปัญหาต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะ ประธานภาคิน” “ปากเก่งจังนะ… เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็เถียงฉอดๆ พออยู่กับฉันสองต่อสอง ทำไมถึงได้ชอบหาเรื่องชวนให้เข้าใกล้เรื่อยเลยหึ” ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจที่เป่ารดพวงแก้มทำให้ปั้นเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมของภาคินไม่ได้ดุดันอย่างเคย แต่กลับฉายแววความอ่อนโยนบางเบาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้าย นิ้วเรียวใหญ่เอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของปั้นออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายนั้นทำให้หัวใจของปั้นกระตุกวูบ บรรยากาศยามค่ำคืนริมชายหาด ไร้ซึ่งเสียงรบกวนใดๆ นอกจากเสียงคลื่นซัดสาดและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของภาคิน ยิ่งขับเน้นให้ความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งคู่ต่างพยายามเก็บซ้ำซ้อนไว้ เริ่มเอ่อล้นทะลักออกมาทางสายตา “ปั้น…” เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเบาราวกับเสียงกระซิบ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรียวปากนุ่มของอีกฝ่ายทีละนิด “บางที… เลิกพูดจาประชดประชดแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันจะพูดบ้าง จะได้ไหม” ปั้นรู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างลังเล หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งกำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้ ทว่า… *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นขัดจังหวะความเป็นความตาย ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว ภาคินผละถอยหลังออกห่างด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่ฉายแววหงุดหงิดถึงขีดสุด ส่วนปั้นรีบยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เสียงร้อนรนของกรณ์ เพื่อนสนิทและทีมงานฝ่ายประสานงานดังลอดเข้ามาจาก หน้าประตูก่อนที่เจ้าตัวจะถือวิสาสะบิดลูกบิดเปิดพรวดเข้ามา “เอกสารสัญญาโปรเจกต์ใหม่ที่ต้องใช้เซ็นพรุ่งนี้เช้า… อยู่ในกระเป๋าเอกสารที่สลับกับฝั่งตัวแทนคู่ค้าต่างจังหวัดครับ!” ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะหันไปมองหน้าปั้นที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับหายนะที่เพิ่งมาเยือน และในวินาทีที่ปั้นกำลังจะอ้าปากเอ่ยถามรายละเอียด ภาคินก็หันกลับมาสบตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัยบางอย่าง ทว่าก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของปั้นก็สั่นเตือนขึ้นมาพร้อมกัน ปั้นหยิบขึ้นมาเปิดดูเพียงแวบเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที… ภาพถ่ายหน้าจอแชตจากเบอร์แปลก แสดงภาพเขาและภาคินยืนอยู่หน้าห้องพักเมื่อสี่นาทีที่แล้ว พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาขยنديขยานหัวใจ *[ภาพถ่ายของคุณกับท่านประธาน]* *“ระวังตัวไว้นะคะคนเก่ง… ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของเฮียภาคินนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%