"จะยืนทื่อเป็นเสาหินทาสีอีกนานไหมคุณปั้น หรือคิดว่าถ้าแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น เตียงเดี่ยวคิงไซส์กลางห้องมันจะงอกออกมาเป็นสองเตียงได้เอง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความหงุดหงิดจงใจกระแทกใส่คนที่ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตูห้องพักของโรงแรมรีสอร์ตหรูระดับห้าดาว ปั้นสะดุ้งเล็กน้อยหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนจะรีบดึงใบหน้าเรียบตึงกลับมาเป็นเกราะกำบังอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงโปรดของประธานหนุ่มที่โยนกระเป๋าเดินทางราคาแพงลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี
ให้ตายเถอะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
แผนกต้อนรับของโรงแรมแจ้งว่าเกิดความผิดพลาดในระบบจองห้องพักช่วงไฮซีซั่น และห้องพักประเภทดีอลักซ์ที่มีเตียงคู่เหลือเพียงห้องเดียวในรีสอร์ตแห่งนี้ ทางเลือกมีเพียงการนอนห้องเดียวกัน หรือให้ใครคนใดคนหนึ่งนั่งแท็กซี่กลับเข้าเมืองตอนเที่ยงคืน ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ชวนปวดหัวพอกัน โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายคือ ภาคิน เจ้านายหนุ่มจอมซึนที่มักจะหาเรื่องมาปะทะคารมกับเขาได้ทุกสามนาที
"ผมไม่ได้ตาบอดจนมองไม่เห็นหรอกครับท่านประธาน..." ปั้นลากเสียงกวนประสาทเล็กน้อย พลางก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองเข้ามาอย่างระมัดระวัง "แต่ถ้าเลือกได้ ผมยอมนอนโซฟายังดีเสียกว่าต้องมาหายใจร่วมอากาศเดียวกับคนปากร้ายแถวนี้"
ภาคินชะงักมือที่กำลังปลดกระดุมเสื้อสูทออก ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจกับคำพูดกระแหนะกระแหนนั้น ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวจนปั้นต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ ส้นรองเท้าชนเข้ากับขอบเตียงนุ่มจนเกือบเสียหลัก ทว่ามือหนากลับคว้าเอวบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกระยะห่างลดลงจนแทบไม่มี
"ปากเก่งนักนะ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนปั้นรู้สึกวูบวาบแปลกๆ "คิดว่าฉันอยากนอนร่วมห้องกับนายนักหรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเลขาฯ ตัวดีจัดการเอกสารจองห้องพักสะเพร่าเอง เราคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้"
"ผมตรวจสอบรอบคอบดีแล้วต่างหากครับ เป็นเพราะระบบของโรงแรมต่างหากที่รวน!" ปั้นเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องมองกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "แล้วก็... กรุณาปล่อยมือจากเอวผมด้วยครับ ท่านประธานผู้ทรงเกียรติ"
ภาคินมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดี แววตาไหววับชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้นแบบเด็กๆ ที่ถูกขัดใจ ชายหนุ่มไม่ได้ปล่อยมือทันที แต่กลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิดจนร่างทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง
"ไม่ปล่อย... จนกว่านายจะยอมรับว่าตัวเองสะเพร่า"
"ผมไม่ผิด!"
"ดื้อ"
"ผมไม่ได้ดื้อ!"
บทสนทนาที่เต็มไปด้วยแรงปะทะหยุดชะงักลงเมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกันโดยบังเอิญ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักกว้างชั่วขณะ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟหัวเตียง บรรยากาศรอบตัวกลับร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาด ปั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสังเกตเห็นนัยน์ตาคมกริบของอีกฝ่ายที่ฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว... แต่มันคือความปรารถนาบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง
ภาคินเองก็ชะงักไปเช่นกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของคนตรงหน้าคล้ายกับฤทธิ์ยา Theophylline ที่ทำให้คนหลงใหลโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากสีพีชที่ขยับเถียงเขาเมื่อครู่กำลังดึงดูดสายตาของเขาอย่างรุนแรง นิ้วเรียวยาวที่วางอยู่บนเอวบางเผลอบีบคลึงเบาๆ โดยสัญชาตญาณ
"คุณภาคิน..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบa ความมั่นใจทั้งหมดเริ่มสั่นคลอนเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของกันและกัน
ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่แล้ว หากไม่มีเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ภาคินจำใจต้องปล่อยมือจากเอวบางอย่างหัวเสีย สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ ส่วนปั้นรีบผลักอกแกร่งออกห่างแล้วก้าวถอยหลังไปตั้งหลักหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง
"ใครมาวะ..." ภาคินพึมพำด้วยความไม่สบอารมณ์ เดินดุ่มๆ ไปกระชากประตูเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ทว่า เมื่อบานประตูเปิดกว้างขึ้น ร่างสูงกลับชะงักค้าง รอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาเจ้าเล่ห์ของบุคคลที่ยืนอยู่หน้าห้องทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบ
"อ้าว... บังเอิญจังเลยครับคุณภาคิน ผมมาประชุมงานแถวนี้พอดี ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่ แถม..." มีน เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์เงินและรอยยิ้มชวนหมั่นไส้กวาดสายตาผ่านไหล่หนาเข้ามามองภายในห้อง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ปั้นที่ยืนอยู่ไม่ไกล "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรรis-a-vis สำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ปั้นเม้มปากแน่นทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้ชายอันตรายคนนี้ มีนไม่เพียงแต่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์สำคัญ แต่ยังเป็นตัวปัญหาที่มักจะเข้ามาสร้างความปั่นป่วนระหว่างเขากับภาคินอยู่เสมอ
ภาคินหรี่มองมีนด้วยสายตาดุร้าย แววตาฉายชัดถึงความไม่ต้อนรับอย่างยิ่ง ร่างสูงก้าวขวางประตูไว้ไม่ให้ผู้มาเยือนก้าวล้ำเข้ามาด้านใน
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ คุณมีธุระอะไรไม่ทราบ ถึงได้เดินมาเคาะห้องคนอื่นส่งเดช" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบสนิท แต่แฝงด้วยรังสีคุกคามที่รุนแรง
มีนหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาสีอ่อนพราวระยับด้วยความสนุกสนานก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ปั้นและภาคินต้องชะงักค้าง
"พอดีผมได้ยินข่าวลือสนุกๆ เกี่ยวกับระบบจองห้องของโรงแรมนี้... ก็เลยแวะมาดูให้เห็นกับตา ว่าท่านประธานคนเก่งกับเลขาฯ คนสนิท..." มีนเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "...กำลังแอบซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและปั่นป่วนใจไปกับทริปนี้ด้วยกันนะคะ!
คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 12
ทริปกระชับมิตร (หรือกระชับรัก)
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!