คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 10

เส้นแบ่งที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงโครมครามจากการพังประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจใคร ทำให้บรรยากาศที่กำลังระอุเป็นสีชมพูในห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์หรูสลายหายไปในพริบตา ปั้นสะดุ้งสุดตัว สติที่เคยกระเจิดกระเจิงไปกับสัมผัสร้อนลุ่มเมื่อครู่ดึงกลับมาเข้าร่างแทบไม่ทัน สองมือบางรีบดันแผงอกกว้างของภาคินออกห่างทันทีอย่างแรง "ไอ้ภาคิน! มึงตาย..." เสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของกรณ์เงียบกริบลงทันที เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาแล้วพบว่าสภาพของเพื่อนสนิทกับเจ้านายจอมโหดไม่ได้อยู่ในระยะห่างที่ปกติมนุษย์มนาเขามีกัน ปั้นกำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่ง มือข้างหนึ่งยังคาอยู่ที่ปกเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของภาคิน ส่วนคนถูกคร่อม... ใบหน้าคมคายที่ปกติจะเรียบตึงราวกับหุ่นยนต์น้ำแข็ง กลับมีรอยแดงจางๆ ตรงพวงแก้ม และดวงตาคู่คมที่มักจะมองใครด้วยความเหยียดหยาม ตอนนี้กลับฉายแววคุกกรุ่นและหงุดหงิดเสียจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อคนที่บังอาจเข้ามาขัดจังหวะ กรณ์อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน สลับมองหน้าปั้นกับภาคินที่กำลังปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทด้วยความไวแสง ก่อนที่เพื่อนสนิทตัวดีจะแสร้งยกมือขึ้นปิดตาแล้วทำเสียงอุทานลั่น "อุ๊ย! กูมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย? ขอโทษที พอดีกูเป็นห่วงเพื่อนกลัวโดนเสือขย้ำคาห้อง ไม่คิดว่าจะเห็นเสือโดนแมวตะปบท่านี้... อุ๊บ!" ปั้นรีบกระโดดโหยงลงจากตักภาคินหน้าตาตื่น ความร้อนผ่าวลามเลียขึ้นมาถึงใบหูจนต้องยกมือขึ้นลูบต้นคอแก้เก้อ แม้ภายนอกจะตีสีหน้านิ่งเรียบกลบเกลื่อน แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวโครมครามราวกับตีกลองเพล "แกตาฝาดแล้วไอ้กรณ์!" ปั้นแหวใส่เพื่อนเสียงเขียวเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ "ฉันแค่วิ่งสะดุดแล้วล้มใส่เฉยๆ หรอกน่า แกแหกตาดูดีๆ สิ" "สะดุดท่าไหนวะถึงได้ไปนั่งแปะอยู่บนตักเขาได้พอดิบพอดีแถมทำหน้าเคลิ้มเชียว" กรณ์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องโดยไม่รอคำเชิญ "แล้วนี่ดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่กลับห้อง มัวแต่เคลียร์งานเอกสารหรือเคลียร์ใจกันแน่คุณเลขาฯ" ภาคินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงสนิท รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิห้องลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ กรุณากลับห้องของคุณไปซะ หรือถ้ายังอยากอยู่ต่อ ผมยินดีให้เลขาฯ ของผมลิสต์งานค้างส่งให้คุณช่วยเคลียร์จนถึงเช้าดีไหมครับ คุณกรณ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยด้วยถ้อยคำสุภาพแต่เชือดเฉือนจนคนฟังถึงกับขนลุกซ่า "โห ท่านประธานครับ ใจคอจะใช้งานผมยันเช้าเลยเหรอ ผมเป็นแค่เพื่อนสนิท ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยนะ" กรณ์แกล้งทำเจียมเนื้อเจียมตัวแต่สายตายังคงส่งสัญญาณล้อเลียนมาให้ปั้นที่ยืนหน้าแดงอยู่ข้างๆ "พอดีผมแวะเอาของฝากมาให้ปั้นมัน แล้วเห็นไฟห้องนี้ยังเปิดอยู่ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนก็เลยเปิดเข้ามา... ใครจะไปรู้ว่าเจ้าของห้องหวงก้าง เอ้ย หวงความเป็นส่วนตัวขนาดนี้" "ถ้าส่งของเสร็จแล้วก็เชิญกลับครับ ดึกมากแล้ว" ภาคินพูดตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงก้าวเข้าไปยืนบังหน้าปั้นไว้เล็กน้อยโดยสัญชาตญาณของการแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ซึ่งแม้แต่เจ้าตัวก็อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ปั้นแอบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งจะเกือบทำลายกฎข้อที่สามของตัวเองลงไปต่อหน้าต่อตา หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนและกลิ่นกายสะอาดๆ ที่ยังติดจมูก กฎข้อที่สามระบุไว้ชัดเจนว่า *ห้ามมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลยกว่าเจ้านายและลูกน้อง*... แต่นาทีนี้ เส้นแบ่งที่เคยขีดไว้อย่างชัดเจนกลับเริ่มสั่นคลอนและเลือนรางลงทุกที ราวกับเปราะบางและพร้อมจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อหากมีใครสักคนกล้าพอที่จะก้าวข้ามมันไปอีกก้าวเดียว "เออๆ กลับก็ได้ฟะ กลัวแล้วคนหวงเพื่อน... เอ้ย หวงเลขาฯ" กรณ์ยักไหล่กวนๆ วางถุงขนมลงบนเคาน์เตอร์ครัวก่อนจะโบกมือลา "งั้นฉันกลับก่อนนะปั้น พรุ่งนี้ค่อยเคลียร์กันยาวๆ สายตาแกฟ้องว่ามีเรื่องต้องเม้าท์ตรึม" ประตูกระจกบานหรูถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้งในห้องกว้าง ปั้นยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความอึดอัดประหลาดก่อตัวขึ้นในอากาศรอบตัวจนแทบจะหายใจไม่ออก สายตาคู่คมของภาคินที่หันกลับมามองนิ่งๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศน่าตื่นเต้นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "มองอะไรครับ ผมไม่ได้เป็นคนบอกให้เขาพังประตูเข้ามานะ" ปั้นชิงพูดขึ้นก่อนเพื่อทำลายความเงียบ พยายามดึงน้ำเสียงแข็งกระด้างและท่าทีเชิดใส่กลับมาใช้เพื่อปกป้องเกราะกำบังของตัวเอง ภาคินไม่ตอบ ทว่าร่างสูงกลับก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันจากตัวตนของประธานหนุ่มทำให้ปั้นต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ตึง! แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังกั้นขังร่างโปร่งเอาไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่พยายามเบือนหนีไปทางอื่นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ และความรู้สึกค้างคาบางอย่างที่ยังระอุอยู่ในอก "เมื่อกี้... เราค้างกันไว้ตรงไหนนะ คุณเลขาฯ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนปั้นสะท้านเฮือก "ท่านประธาน... ถอยไปเลยนะ พูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว" ปั้นเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายออก แต่ทว่าคราวนี้ภาคินกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนซ้ำยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนเข้ากับแก้มเนียน "ผมพูดเรื่องจริง" น้ำเสียงของภาคินเปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของปั้น ราวกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน "คุณเองก็รู้... ว่าเมื่อกี้ถ้าไอ้เพื่อนตัวดีของคุณไม่เข้ามา เส้นแบ่งที่คุณพยายามขีดไว้นั่น มันคงไม่เหลือซากไปนานแล้ว" คำพูดแทงใจดำทำเอาปั้นพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด ความดื้อรั้นที่มีทั้งหมดเหมือนถูกแช่แข็งด้วยสายตาคู่นั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างใช้ความคิด กำปั้นเล็กๆ เผลอขยำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ภาคินก้มมองมือเรียวที่กำเสื้อตนแน่น รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าของคนตัวเล็กออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกปากร้ายโดยสิ้นเชิง ทำเอาปั้นแทบจะละลายคาอก "กลัวเหรอครับ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับมนต์สะกด "หรือว่า... จริงๆ แล้วคุณเองก็กำลังรอให้เส้นนั้นมันขาดเหมือนกัน" ปั้นเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความท้าทายและความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนเจ้าเล่ห์อย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนควบคุมไม่ได้ก็ตาม "ถ้าผมบอกว่าไม่..." ปั้นเชิดหน้าขึ้น ท้าทายกลับด้วยแววตาพยศ "ท่านประธานจะกล้าพอที่จะข้ามมันมาจริงๆ หรือเปล่าล่ะครับ" สิ้นคำพูดท้าทาย ภาคินก็ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบวับวาวขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ยากจะควบคุม ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้งขัดจังหวะความเป็นความตาย ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายของกรณ์ที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก "ไอ้ปั้น! ลืมกระเป๋าเอกสารโว้ย! พรุ่งนี้เช้าต้องใช้ไม่ใช่เหรอวะ กูเอามาวางไว้หน้าประตูให้นะเว้ย!" ทั้งสองคนแข็งค้างอยู่ในท่าเดิม ภาคินหลับตาลงช้าๆ พ่นลมหายใจออกมาราวกับพยายามระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผา ส่วนปั้นถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก ทว่าในจังหวะที่ปั้นกำลังจะผ่อนคลายและขยับตัวถอยหนีนั้นเอง... ภาคินกลับคว้าข้อมือบางเอาไว้แน่น ดึงร่างโปร่งเข้ามาประชิดตัวจนแนบสนิท ริมฝีปากหยักก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาปั้นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง "รอดตัวไปนะ... แต่จำไว้ว่าพรุ่งนี้ ที่บริษัท เราเคลียร์กันยาวแน่" ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจที่มอบให้หิมะแรกในโตเกียวเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%