เสียงปิดประตูกระจกห้องทำงานดัง ‘คลิก’ เบาๆ แต่กลับหนักอึ้งรา່ຽวกับความเงียบงันที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วห้องชุดเพนต์เฮوسต์หรูย่านอโศก
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบกวาดมองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าอย่างไร้ชีวิตชีวา ไร้เงาของร่างโปร่งที่เคยนั่งคุดคู้ตรวจเอกสารกองโตพร้อมบ่นพึมพำงึมงำบเบาๆ อย่างขัดใจทุกครั้งที่เขาโยนงานด่วนให้ เอกสารทุกแผ่นถูกจัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกินเหตุ—เหมือนสัญญาณเตือนภัยกลายๆ ว่าเจ้าตัวตั้งใจ ‘เก็บกวาด’ ทุกร่องรอยเพื่อเตรียมตัวเดินออกไปจากชีวิตเขาอย่างถาวร
สามวันที่ปั้นหายหน้าไปจากบริษัท สามวันที่เบอร์โทรศัพท์มือถือไร้การตอบรับ และสามวันที่หัวใจคนปากแข็งอย่างประธานหนุ่มร้อนรุ่มราวกับถูกไฟสุม
“ให้ตายสิ… กล้าดียังไงถึงบล็อกเบอร์ฉัน”
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า นิ้วเรียวยาวกดโทรศัพท์ซ้ำๆ เป็นรอบที่ร้อยของวัน แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมีเพียงสัญญาณตัดสายอัตโนมัติที่เย็นชาพอกัน
อีโก้ที่เคยค้ำคอว่าตัวเองคือผู้กำหนดเกมธุรกิจหมื่นล้านพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อตระหนักได้ว่าตำแหน่ง ‘ท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล’ ไม่มีค่าอะไรเลยในวันที่เก้าอี้เลขาฯ ข้างกายว่างเปล่า ภาพรอยยิ้มหยันและวาจาคมกริบที่เคยตอบโต้เขาทุกคำของเด็กดื้อลอยวนเวียนอยู่ในหัว ยิ่งพยายามลบ ยิ่งชัดเจน ยิ่งผลักไส ยิ่งโหยหา
ทางด้านปั้นเองก็ไม่ได้สงบสุขอย่างที่พยายามแสดงออก
ร่างโปร่งนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวเก่าในห้องพักของกรณ์ เพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังยืนเท้าสะเอวมองด้วยสายตาเอือมระอา พร้อมกับชามมาม่าหมูสับที่ส่งกลิ่นฉุน
“แน่ใจนะว่าไม่อยากกลับไปเคลียร์ให้รู้เรื่อง ปล่อยให้ตาประธานหน้ายักษ์นั่นดิ้นพล่านไปถึงไหน แกเองก็ไม่ได้มีความสุขหรอก ปั้น หน้าซีดเป็นไก่ต้มเข้าไปทุกทีแล้วเนี่ย” กรณ์ถอนหายใจยาวเหยียด ยื่นกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบให้เพื่อน
ปั้นรับมาถือไว้แต่ไม่ยอมเปิดดื่ม ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างที่ละอองฝนเริ่มโปรยปราย “ให้ฉันกลับไปในฐานะอะไรล่ะกรณ์ ในเมื่อเขายังมีข่าวหน้าหนึ่งกับคุณมีนไม่เว้นแต่ละวัน แถมคำพูดวันนั้น… เขาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าฉันเป็นแค่ ‘ลูกจ้าง’ ที่ไร้ความสำคัญ”
“ลูกจ้างบ้าอะไรสายตาคลั่งรักขนาดนั้น แกนี่นะ… เรื่องอื่นฉลาดเป็นกรด แต่เรื่องหัวใจนี่ทึบเป็นหินทิเบตตลอด” กรณ์ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันไปมองโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะที่จู่ๆ ก็แผדเสียงสั่นครืดคราดขึ้นมา “อ้าว… เบอร์แปลกโทรมา ใครโทรมาเวลานี้วะ”
ปั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ “อย่ารับนะ กรณ์… อาจจะเป็นพวกขายประกันก็ได้”
แต่กรณ์เร็วกว่า นิ้วเรียวไวกดรับสายแล้วเปิดสپیกเกอร์โฟนทันทีตามนิสัยอยากรู้อยากเห็น
“คุณปกรณ์อยู่ที่ไหน”
เสียงทุ้มทรงอำนาจที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากลำโพง แม้จะเจือไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ความดุดันและเผด็จการยังคงเต็มร้อย ปั้นสะดุ้งสุดตัว มือเรียวคว้าหมับจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่กรณ์ไวกว่ายกหนีทัน
“เอ่อ… นี่เพื่อนปั้นครับ ท่านประธานมีธุระอะไรด่วนเหรอครับ ถึงโทรมาเบอร์นี้ หรือว่าเอกสารงบการเงินมีปัญหา?” กรณ์แกล้งถามเสียงใส ซ่อนยิ้มกริ่ม
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ลมหายใจสะท้อนผ่านไมโครโฟนดังระเร่าบ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังขาดผึ่ง
“บอกเด็กดื้อของคุณ หยิบกระเป๋าแล้วเดินลงมาที่ล็อบบี้คอนโดเดี๋ยวนี้… ถ้าไม่อยากให้ฉันพังประตูห้องเข้าไปลากตัวออกมาเอง”
*ตู๊ด… ตู๊ด…*
สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ทิ้งความปั่นป่วนไว้ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ จนแทบหายใจไม่ออก ปั้นอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโมโห
“E-ประธานบ้าอำนาจ! ตามมาเจอได้ยังไงเนี่ย!” ปั้นผุดลุกขึ้นยืนพรวด คว้าเสื้อแจ็กเก็ตตัวเก่งมาสวมลวกๆ “กรณ์ แกห้ามบอกนะว่าฉันอยู่ไหน!”
“สายไปแล้วมั้งเพื่อน… มองลงไปข้างล่างสิ” กรณ์พยักพฤดให้เพื่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง
รถยนต์หรูยำเข้าจอดเทียบท่าหน้าตึกอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ของกรณ์อย่างไม่เข้ากับบรรยากาศโดยสิ้นเชิง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวลงจากรถอย่างไร้ความลังเล แม้ฝนจะเริ่มปรอยเม็ดลงมาหนาตาขึ้น แต่ภาคินกลับไม่สนใจจะกางร่ม ดวงตาคมกริบแหงนมองขึ้นมายังชั้นที่พวกเขากำลังยืนอยู่ราวกับมีเรดาร์ตรวจจับ
หัวใจของปั้นเต้นระรัวราวกับกลองเพล ความรู้สึกตื่นกลัว โกรธเคือง และโหยหาตีรันกันจนวุ่นวายในอก
สิบนาทีต่อมา ประตูห้องพักของกรณ์ก็ถูกเคาะรัวเร็วดังสนั่น—ไม่ใช่การเคาะธรรมดา แต่เป็นการเคาะที่บอกให้รู้ว่าเจ้าของมือข้างนั้นกำลังหมดความอดทนถึงขีดสุด
กรณ์ทำท่าจะเดินไปเปิด แต่ปั้นดึงแขนเพื่อนไว้ส่ายหัวดิค
“ไม่ต้อง… เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ปั้นสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เดินเข้าไปใกล้ประตู มือเรียวบิดกลอนแล้วดึงเปิดออกกว้างอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดออก ปะทะกับร่างสูงชื้นฝนของคนที่ยืนรออยู่ข้างนอก คำพูดต่อว่านับร้อยที่เตรียมไว้กลับจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ
ภาคินยืนหายใจหอบเล็กน้อย หยดน้ำฝนเกาะพราวตามเส้นผมสีเข้มและโครงหน้าคมคาย เสื้อสูทเปียกชื้นแนบลำตัว แต่สายตาที่เขากำลังมองมาที่ปั้นนั้น… มันร้อนแรงและลุ่มลึกเสียจนคนมองต้องเสียวสันหลังวาบ
ไม่มีคำพูดด่าทอ ไม่มีรอยยิ้มหยัน
ประธานหนุ่มก้าวล้ำเข้ามาในห้องหนึ่งก้าว บีบมือเรียวของปั้นไว้แน่นด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่เด็ดขาดพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้หนีไปไหนอีก
“เก่งนักนะ… กล้าบล็อกเบอร์ฉัน กล้าหายหน้าไปเฉยๆ แบบนี้” เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนเล็กน้อย เจือความตัดพ้อที่เจ้าตัวคงไม่ยอมรับออกมาตรงๆ
“แล้วคุณมาทำไมล่ะครับ ท่านประธานมีงานมีธุระตั้งเยอะแยะกับคุณมีนไม่ใช่เหรอ มาเดินตากฝนเล่นแถวนี้ทำไม เดี๋ยวก็เป็นไข้เดือดร้อนเลข… เอ๊ย เดือดร้อนคนอื่นต้องมาดูแลอีก” ปั้นเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายไล้แตะเบาๆ ที่ข้างแก้ม
ภาคินไม่ตอบคำถามเรื่องมีน ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวจนปั้นต้องถอยหลังชนผนังห้องอย่างไร้ทางหนี วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักขังร่างโปร่งไว้ตรงกลาง กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอันตรายต่อหัวใจ
“มีนเป็นแค่คู่ค้าทางธุรกิจ… ส่วนเธอ…” ภาคินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนคนฟังขนลุกซู่ “เป็น ‘คนเดียว’ ที่ฉันยอมลดอีโก้มาตามถึงที่นี่… เด็กดื้อ”
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบของห้องและเสียงฝนตกกระทบกระจกด้านนอก หัวใจที่เคยปิดตายกลับเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบทะลุออกมานอกอก
ปั้นเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจไหววูบกับคำสารภาพที่ไม่ยอมพูดตรงๆ แต่ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรดี ทว่าก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอื้อnเอ่ยประโยคถัดไปเพื่อรุกไล่ให้จนมุม
เสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสของกรณ์ที่ตะโกนเข้ามาจากด้านนอก
“ไอ้ปั้น! แม่ค้าข้างล่างฝากบอกว่ารถแกจอดขวางทาง…”
ยังไม่ทันที่กรณ์จะพูดจบประโยค ประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกสนิทก็ถูกผลักเปิดออกกว้างโดยเพื่อนสนิทผู้ไม่รู้กาลเทศะในจังหวะนรกที่สุด!
ภาพที่กรณ์เห็นคือท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจกำลังคร่อมร่างของเพื่อนสนิทเขาไว้ชิดผนัง ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ และริมฝีปากแทบจะแตะกันอยู่รำไร
กรณ์อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มือที่ถือถุงขนมร่วงลงพื้นเสียงดัง ‘ตุบ’
ภาคินชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งสนิทที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ส่วนปั้น… ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู สมองขาวโพลนคิดคำแก้ตัวไม่ออกแม้แต่คำเดียว!
ฝากคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คนปากแข็งอย่างคุณภาคินและน้องปั้นด้วยนะคะ รักรี้ดทุกคนเสมอค่ะ - หิมะแรกในโตเกียว
คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 20
ปฏิบัติการตามหาหัวใจเลขา
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!