คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 21

คำสารภาพที่ไม่เป็นทางการ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณภาคินยังเอาแต่เงียบแล้วทำหน้ายักษ์ใส่ ผมจะถือว่าเอกสารกองนี้ไม่มีความหมาย และผมจะกลับห้องนะครับ" น้ำเสียงของปั้นไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับประธานหนุ่มในห้องทำงานส่วนตัวยามวิกาลจะเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นระเบียบและกลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของอีกฝ่ายลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของปั้นเอาไว้ไม่ใช่ความหรูหราของห้องกระจกที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน แต่เป็นดวงตาคมกริบที่กำลังจ้องเขม็งราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ ภาคินแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลายังคงความตึงเครียดตามแบบฉบับคนฟอร์มจัด มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมเมื่อครู่ค่อยๆ ลดลงวางบนโต๊ะทำงานอย่างเชื่องช้า ทว่าดวงตาคู่นั้นไม่มีทีท่าว่าจะละไปจากใบหน้าของเลขาฯ ตัวแสบเลยแม้แต่วินาทีเดียว "ปากเก่งนักนะปกรณ์" ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเคืองขัด "ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ แทนที่จะรีบเคลียร์งานแล้วกลับห้องไปนอน นายยังหาเรื่องมาต่อปากต่อคำกับฉันได้อีกเหรอ หรือว่าชอบนักเวลาที่โดนดุ?" "ผมไม่ได้ชอบโดนดุครับ... อ้อ ไม่ใช่สผมไม่ได้ชอบโดนดุค่ะ!" ปั้นเผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้เผลอติดสำนวนพูดคุยกับอีกฝ่ายจนเกือบหลุดฟอร์ม "หมายถึงว่า ผมแค่ทำหน้าที่ตามกรอบเวลา งานเสร็จ คนต้องได้พักผ่อน ไม่ใช่มานั่งรอรับอารมณ์บูดๆ ของใครบางคนที่มีปัญหาเรื่องการจัดการความรู้สึกตัวเองค่ะ" คำว่า 'จัดการความรู้สึกตัวเอง' เหมือนสะิดดกู๊ดเข้ากลางใจคนฟังอย่างจัง ภาคินชะงักไปชั่วขณะ ขากรรไกรแกร่งขยับบดเข้าหากันอย่างอดกลั้น ดวงตาคมเข้มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความจริงบางอย่างที่กำลังถูกอีกฝ่ายกะเกณฑ์ต้อนจนมุม เขารู้ดี... รู้ยิ่งกว่าใครว่าช่วงนี้ตัวเองมีอาการแปลกไป ตั้งแต่วันที่ปั้นขอลาหยุดไปทำธุระต่างจังหวัดแค่สองวัน ภาคินก็ตระหนักได้ทันทีว่าโต๊ะทำงานตัวใหญ่และห้องทำงานกว้างๆ แห่งนี้มันเงียบเหงาจนน่าหงุดหงิด กาแฟที่ชงมาไม่เคยถูกปาก เอกสารที่ไม่มีรอยnoteด้วยลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบของปั้น ทำให้เขารู้สึกเหมือนขาดกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิตประจำวันไปเสียอย่างนั้น แต่ให้ตายเถอะ จะให้ยอมรับตรงๆ ออกไปได้อย่างไรว่าประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลคนนี้กำลัง 'ขาด' เลขาฯ คนนี้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว! "นายคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ ปั้น" ภาคินเลือกที่จะใช้ไม้แข็ง ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชาและรอยยิ้มหยันที่มุมปาก เพื่อรักษาฟอร์มของคนปากแข็ง "คิดว่าขาดนายไปแล้วบริษัทมันจะรันต่อไม่ได้ หรือคิดว่าฉัน... ขาดนาย?" ประโยคหลังเบาลงเล็กน้อย แต่กลับชัดเจนก้องอยู่ในความเงียบ ปั้นชะงักไป ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ โกรธ และลึกๆ แล้วก็แอบเจ็บแปลบกับความเย่อหยิ่งที่อีกฝ่ายหยิบมาเป็นเกราะกำบังอยู่เรื่อย "ถ้าไม่สำคัญ คุณภาคินจะตามจิก ตามโทรตามผมตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วทำไมล่ะครับ... เอ๊ย ทำไมล่ะคะ" ปั้นเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบไม่ยอมแพ้ "เวลาผมหายไปประชุมข้างนอกแค่ชั่วโมงเดียว คุณก็เดินผ่านหน้าห้องผมสามรอบ แค่นี้ก็รู้แล้วมั้งคะว่าใครกันแน่ที่กระวนกระวาย" "ปกรณ์!" ภาคินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันรอบตัวพุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนปั้นต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ ทว่าเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมลดละความพยายามที่จะเถียงกลับ มือเรียวยกขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง แม้จะรู้ว่ามันไม่ได้ผลเลยก็ตาม "ว่าไงคะ? เถียงไม่ออกล่ะสิ" ปั้นยังคงลอยหน้าลอยตาพูด แม้หัวใจจะเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว T-Zone ของกันและกัน ภาคินมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดหย่อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ตีรวนอยู่ในอก แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดในเวลานี้กลับเป็นความโหยหาความอบอุ่นที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายเดือน มีน... คู่แข่งทางธุรกิจคนนั้นพยายามเข้ามาป้วนเปี้ยนและสร้างความเข้าใจผิดให้ปั้นหึงเล่น แต่ความจริงแล้วหัวใจของภาคินไม่เคยมีพื้นที่ให้ใครอื่นเลย นอกจากเด็กดื้อปากเกhend คนที่ยืนเถียงเขาอยู่ตรงนี้ "นายมันดื้อ..." เสียงของภาคินแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าจับมาตีสักที "ดื้อที่สุด ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอใครที่กวนประสาทได้เท่านี้มาก่อนเลย" "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ แต่ถึงผมจะดื้อ ยังไงคุณก็ไล่ผมออกไม่ได้หรอก เพราะไม่มีใครทนความปากร้ายของคุณได้เท่าผมอีกแล้ว" ปั้นยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ "ใช่... ไม่มีใครทนได้หรอก" ภาคินพึมพำเสียงเบา ดวงตาคู่นั้นทอดมองลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่าย ความเย่อหยิ่งทระงстиงตัวถูกถอดทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความจริงใจที่ร1ระอุอยู่ภายใต้ความเงียบงัน "เพราะฉะนั้น... อย่าคิดจะไปไหนอีก" ปั้นนิ่งอึ้งไป ลลมหายใจสะดุดกึกเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของภาคินเอื้อมขึ้นมาประคองข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้หัวใจของคนปากเก่งหลุดจังหวะไปชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนแทบจะประสานเป็นเสียงเดียวกัน "ผมไม่ได้จะไปไหนสักหน่อย..." ปั้นกระซิบแผ่วเบา ความเกร็งขึงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวที่ซ่อนไม่มิด "ก็คุณเล่น... ปากแข็งแบบนี้ ใครเขาจะกล้าอยู่ทนล่ะครับ" "แล้วถ้าฉันบอกว่า..." ภาคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตาคมกริบมองต่ำลงไปยังริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาเมื่อครู่ "ที่ผ่านมา... ฉันไม่ได้แค่ขาดนายไม่ได้ในฐานะเลขาฯ..." บรรยากาศชวนฟินจิกหมอนพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ปั้นหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุกระดูกซี่โครง รอฟังประโยคสารภาพที่อีกฝ่ายเก็บงำไว้ภายใต้ฟอร์มจัดมานานแสนนาน ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนกลีบปากนุ่ม ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไร้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ "คุณภาคินคะ เอกสารชุดนี้ที่ให้เช็ค... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนเวลาส่วนตัว..." เสียงแหลมสูงของพนักงานสาวคนสนิทหน้าห้องที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาหยุดชะงักกึกลงทันที เมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มคนเก่งกำลังยืนชิดติดตัวกับเลขาฯ หนุ่มในท่าทางที่ล่อแหลมและหมิ่นเหม่เกินกว่าเจ้านายกับลูกน้องจะทำกัน ปั้นสะดุ้งสุดตัว รีบผลอกร่างสูงออกทันที ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความกระดากอาย ขณะที่ภาคินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันและอำมหิตชนิดที่พร้อมจะฆ่าคนได้ด้วยมือเปล่า ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ - หิมะแรกในโตเกียว -
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%