“สีตรงนี้... ผมว่ามันตะโกนเกินไปหน่อยนะครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบของอคินดังขึ้นกลางสตูดิโอจัดดอกไม้ที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมของลิลลี่และยูคาลิปตัส เขาไม่ได้พูดกับเรน แต่เอ่ยกับ ‘คุณนายวิภา’ ลูกค้าวีไอพีที่กำลังตัดสินใจเลือกธีมงานแต่งงานกลางแจ้งท่ามกลางความเงียบกริบของบรรยากาศ
เรนที่กำลังปักกิ่งสนชะงักมือ กรรไกรในมือเกือบจะร่วงลงพื้น เขาสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านราวกับลาวาใต้เปลือกโลก ก่อนจะวางกรรไกรลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าแรงกระแทกเบาๆ นั้นกลับบ่งบอกถึงความเดือดดาลได้เป็นอย่างดี
“ตะโกนเหรอครับ?” เรนทวนคำพลางขยับแว่นสายตา มองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ “ถ้างานนี้ต้องการความหรูหราแบบ Modern Minimalist ตามโจทย์ที่คุณอคินออกแบบไว้ในผังงาน... การใช้ดอกกุหลาบสีแดงเบอร์กันดีตัดกับสีขาวนวล คือจุดนำสายตาที่จะทำให้พื้นที่ตรงนี้ไม่ดู ‘จืดชืด’ จนเหมือนโรงพยาบาลนะครับ”
อคินหันมาสบตาเขา แววตาคมกริบนั้นวาวโรจน์ด้วยประกายความท้าทาย เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเรนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ที่แฝงความขรึมและเผด็จการแบบฉบับของสถาปนิกหนุ่มคนนี้
“นั่นคือมุมมองของคนจัดดอกไม้ที่อยากโชว์ของครับ” อคินแค่นยิ้มที่มุมปาก “แต่ในมุมของสถาปนิก... ผมมองเรื่อง Proportion และสีที่ส่งเสริมตัวโครงสร้างไม้ของซุ้มประตู ถ้าดอกไม้สีแดงพวกนี้วางอยู่ตรงนั้น มันจะกลายเป็นจุดด้อยที่ทำให้ความเนี๊ยบของสถาปัตยกรรมหายไปทันที”
คุณนายวิภาสลับมองคนทั้งสองด้วยสายตาสนุกสนานราวกับกำลังดูละครเวทีคุณภาพเยี่ยม เธอเป็นคนฉลาดพอที่จะรู้ว่าความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว
“ตายจริง คุณอคินนี่เข้มงวดกับทุกอย่างเลยนะคะ” คุณนายวิภาเอ่ยพลางหัวเราะร่วน “แต่เรนคะ น้าก็เริ่มลังเลแล้วสิ ถ้าเราใช้สีโทนอ่อนลงอย่างที่คุณอคินว่า จะดูดีขึ้นไหม?”
เรนกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เขารู้ดีว่าอคินไม่ได้หวังดีต่อผังงานหรอก คนอย่างอคินน่ะหรือจะยอมให้ใครมาเด่นเกินในพื้นที่ที่ตัวเองคุมเกมอยู่ เขาต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตาม ‘สเปก’ ของตัวเองเท่านั้น แม้กระทั่งศิลปะการจัดดอกไม้ที่เรนใช้เวลาคัดสรรมาเป็นวัน
“ถ้าคุณนายต้องการให้สถานที่ดู ‘ปลอดภัย’ และกลมกลืนไปกับความว่างเปล่าจนแทบจะไม่มีตัวตน ก็เลือกสีอ่อนตามที่คุณอคินแนะนำได้เลยครับ” เรนกล่าวด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าแฝงไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “แต่ถ้าอยากให้งานแต่งงานมี ‘ชีวิต’ และมีความทรงจำที่น่าจดจำ... เรนยืนยันว่าการเติมสีสันที่ทรงพลังลงไป คือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้วครับ”
อคินหรี่ตาลง มองคนตัวเล็กที่กล้าท้าทายอำนาจของเขาต่อหน้าลูกค้า บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลงฉับพลัน เรนไม่ถอยหลังหนีแม้แต่นิ้วเดียว เขายืดอกรับสายตาดุดันนั้นด้วยความท้าทาย
“เอาล่ะค่ะ” คุณนายวิภายกมือขึ้นห้ามศึก “ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ งั้นน้าให้เวลาพวกคุณไปเคลียร์กันให้จบเรื่อง 'สี' นี่ซะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยส่งแบบใหม่มาให้ดูอีกที ส่วนวันนี้ น้ามีธุระต้องไปต่อแล้ว”
เมื่อลูกค้าคนสำคัญเดินลับสายตาออกไป ความเงียบภายในสตูดิโอก็ยิ่งทวีความตึงเครียด เรนหันกลับมาสะบัดดอกไม้ในมือลงถังขยะอย่างแรงด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงขึ้น
“คุณมีปัญหาอะไรกับผมกันแน่ อคิน?” เรนถามเสียงแข็งโดยไม่หันไปมอง “ถ้านี่คือวิธีที่คุณใช้กดขี่คู่ค้า บอกเลยว่าคุณใช้ผิดคนแล้วครับ”
อคินไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเรนช้าๆ เหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม กลิ่นน้ำหอมของเขาอบอวลไปทั่วบริเวณจนเรนรู้สึกหายใจติดขัด ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาจนแผ่นหลังของเรนชนเข้ากับชั้นวางแจกัน
“ผมไม่ได้กดขี่” อคินพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มพร่าและใกล้ชิดจนน่าตกใจ มือหนาเอื้อมไปหยิบกิ่งสนที่ค้างอยู่ในแจกันออก “ผมแค่ไม่ชอบใจ... เวลาที่เห็นคนอื่นให้ความสนใจกับ ‘ดอกไม้’ มากกว่าสถาปนิกที่ยืนอยู่ตรงหน้า”
เรนชะงักไป หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอกออกมา “คุณมันบ้าอำนาจและหลงตัวเองเกินไปแล้ว”
อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน เรนกั้นหายใจ สติสัมปชัญญะที่เคยยึดถือไว้เริ่มพร่าเลือน ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่เขารังเกียจที่จะยอมรับ
“ใช่ ผมมันบ้า” อคินขยับยิ้มร้าย แววตาของเขาไม่ได้มีความดุร้ายเหลืออยู่ มีเพียงความลุ่มหลงที่ปิดไม่มิด “บ้าพอที่จะอยากทำลายงานจัดดอกไม้ของคุณ เพื่อให้คุณหันมามองผมคนเดียว... แบบนี้ไง”
มือของอคินเอื้อมมาเชยคางเรนขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านี้ เสียงกริ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของ ‘ใครบางคน’ ที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอการอนุญาต
“เรน! ฉันเอาแคตตาล็อกดอกไม้นำเข้ามาให้ดูแล้วนะ... อุ๊ย!”
ร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบกริบหยุดชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของเขามองสลับระหว่างอคินที่ยังคงอยู่ในท่าคุกคาม และเรนที่ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เรนรีบผลักอกอคินออกห่างทันที ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความทำตัวไม่ถูก ส่วนอคินทำเพียงแค่ปัดไหล่ตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาเย็นชาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“ดูเหมือนเราจะคุยกันค้างไว้นะครับ” อคินหันมาบอกเรนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินผ่านหน้าผู้มาใหม่ไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล “แต่ก็นะ... หวังว่าไอเดียของคุณคงจะไม่ ‘ถูกขัดจังหวะ’ ไปมากกว่านี้”
ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่าน เรนยืนนิ่งค้างอยู่ในจุดนั้น หัวใจยังคงสั่นไหวกับสัมผัสที่เพิ่งผ่านพ้นไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าพายุลูกใหญ่ที่อคินเพิ่งก่อขึ้นนั้น เพิ่งจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในชีวิตเขาเท่านั้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่นับวันยิ่งซับซ้อนของทั้งคู่นะคะ!
เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 6
ไอเดียที่ถูกขัดจังหวะ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!