เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 5

กฎเหล็กของคนรักความสงบ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
“ถ้าจะมาเพื่อสร้างความรำคาญให้ผมเป็นงานอดิเรก รบกวนช่วยสมัครงานเป็นลูกจ้างประจำแล้วรับเงินเดือนแบบหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยนะคะ คุณอคิน” น้ำเสียงหวานที่เจือรังสีอำมหิตจางๆ ดังขึ้นทันทีที่บานประตูกระจกฝ้าของร้านดอกไม้ *‘Petal & Space’* ปิดสนิทลง เรนสะบัดข้อมือเล็กน้อยเพื่อคลายความชาจากการถูกดึงรั้งไว้ใต้โต๊ะเมื่อครู่ ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองสถาปนิกหนุ่มร่างสูงที่ยังคงยืนตีหน้าตายอยู่กลางร้านอย่างไม่คิดจะไว้หน้า เหตุการณ์เมื่อครู่ยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึก เสียงใสแจ๋วของนนท์—วิศวกรหนุ่มรุ่นน้องที่ขยันแวะเวียนมาหาอคินราวกับฝังรกรากอยู่ที่นี่—ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันคือระฆังช่วยชีวิตที่ดึงเรนกลับมาจากหลุมพรางทางความรู้สึกที่อคินจงใจขุดล่อไว้ และตอนนี้ เมื่อความวุ่นวายนั้นคลี่คลายลง เหลือเพียงเขากับผู้ชายปากเสียคนนี้ เรนจึงต้องรีบขีดเส้นแบ่งเขตแดนส่วนตัวให้ชัดเจนเสียที “พูดจาใจร้ายเป็นประจำแบบนี้ ไม่กลัวว่าลูกค้าจะหนีหมดหรือไงครับ คุณนักจัดดอกไม้” อคินยักไหล่เบาๆ ท่าทีสบายอกสบายใจนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเรนอยากจะคว้ากระถางแคคตัสแถวนั้นมาปาใส่หน้าหล่อเหลานั่นให้รู้แล้วรู้รอด “ลูกค้าหนีไม่หนีไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คนหน้ามึนแถวนี้กำลังจะทำให้ฉันประสาทกินตายอยู่แล้วค่ะ” เรนก้าวเท้าฉับๆ ไปหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเริ่มลงมือเล็มกิ่งกุหลาบสีพีชอย่างไร้ความปรานี ราวกับว่ากิ่งไม้เหล่านั้นคือร่างของคนที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่ “ผมไม่ได้หน้ามึน แค่ ‘ใส่ใจ’ ในพื้นที่ของคุณต่างหาก” อคินทอดเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดหน้าเคาน์เตอร์ ระยะห่างที่ถูกย่นย่อลงทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์แบบที่อคินชอบใช้ลอยมาแตะจมูก เรนชะงักมือที่ถือไกรรำไกร พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ “พื้นที่ส่วนตัวของผม แปลว่า ‘ห้ามเข้า’ ค่ะ หูหนวกหรือไงคะถึงไม่เข้าใจภาษาไทย” เรนเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ดวงตาสุกใสเปล่งประกายความดื้อรั้นอย่างเต็มพิกัด ไม่มีร่องรอยของความหวั่นไหวหลงเหลืออยู่เหมือนเมื่อครู่ “แต่กฎมีไว้แหกนะเรน… ยิ่งเขตแดนที่คุณพยายามตีเส้นกั้นไว้หนาแน่นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งน่าสนุกที่จะก้าวข้ามเข้าไปเท่านั้น” อคินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบเนียนใสของเรนราวกับกำลังตรวจแปลนสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่เขากำลังจะประมูล บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง ความเงียบสงบภายในร้านดอกไม้ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจของเรนเองที่เต้นโครมครามจนน่ากลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างโปร่งถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่ออคินรุกคืบเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น กลิ่นอายความกดดันแบบผู้ชายเจ้าเล่ห์กำลังทำให้เรนเสียศูนย์อีกแล้ว “คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผมนะอคิน เราเป็นแค่… คนรู้จักที่บังเอิญต้องมาทำงานร่วมกันเท่านั้น” เรนกัดริมฝีปากเบาๆ พยายามงัดเอาความเยือกเย็นทั้งหมดที่มีมาใช้ปกป้องตัวเองจากแรงดึงดูดประหลาดที่อีกฝ่ายแผ่ออกมา “แค่คนรู้จักเหรอ?” อคินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ของอีกฝ่ายช่างน่าหมั่นไส้ “คนที่ ‘แค่รู้จักกัน’ เขาจ้องตาค้างกันจนเกือบจะสิงร่างกันแบบเมื่อกี้ไหมล่ะครับ” “คุณ! นั่นมันเพราะคุณมันฉวยโอกาสต่างหาก!” เรนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ถูกจี้จุดดำมืด มือเรียวชี้หน้าสถาปนิกหนุ่มอย่างลืมตัว “ออกไปจากร้านผมเลยนะ! วันนี้ผมไม่ต้อนรับคุณ!” “ไล่เก่งจริงนะ… แต่เสียใจด้วย วันนี้ผมมีธุระต้องคุยเรื่องแบบร่างสวนหย่อมหน้าร้านกับคุณยาวๆ” อคินผละตัวออกไปยืนตรงด้วยท่าทีมาดมั่น เขายกนาฬิกาข้อมือราคาแพงขึ้นดูหน้าตาเฉย ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์อย่างถือวิสาสะ เรนพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาด้วยความคับแค้นใจ อยากจะหยิบไม้กวาดมาไล่ตีหัวคนหน้าด้านเสียให้เข็ด แต่ติดที่อีกฝ่ายคือลูกค้ารายใหญ่และเป็นสถาปนิกโปรเจกต์รีโนเวทที่เขาต้องดีลด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ นาทีที่ความอึดอัดกำลังก่อตัวถึงขีดสุด เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง… แต่มันไม่ใช่เสียงใสแจ๋วของนนท์ และไม่ใช่เสียงเปิดประตูธรรมดา บานประตูกระจกถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมดีไซน์เฉี่ยว เธอกวาดสายตาเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่อคินด้วยรอยยิ้มกว้างที่เคลือบไว้ด้วยความสนิทสนมเกินควร “อ้าว! พี่คินคะ อยู่นี่จริงๆ ด้วย รันตามหาซะทั่วเลย” เสียงหวานแหลมที่เอ่ยเรียกนั้นทำให้อคินขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนเรนที่กำลังยืนกอดอกมองอยู่ถึงกับชะงัก ดวงตากลมโตหันไปมองหญิงสาวผู้มาใหม่สลับกับใบหน้าเรียบตึงของอคินที่เริ่มฉายแววความรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด รัน… หญิงสาวที่เรนจำได้เลาๆ ว่าเป็นลูกสาวนักลงทุนรายใหญ่ที่ตามตื๊ออคินไม่เลิกรา “คุณรันมาที่นี่ได้ยังไง” อคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใยโดยสิ้นเชิง “ก็คุณแม่บอกว่าพี่คินมาดูพื้นที่แถวนี้ รันผ่านมาพอดีเลยแวะมาหา… อุ๊ย! ร้านดอกไม้เหรอคะเนี่ย จัดได้น่ารักดีนี่นา” หญิงสาวเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส แต่สายตาที่กวาดมองเรนตั้งแต่หัวจรดเท้านั้นเต็มไปด้วยความประเมินและระแวงอย่างไม่คิดจะปิดบัง เรนยกยิ้มมุมปากทันที ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความสนุกที่จะได้เห็นคนปากแข็งตกที่นั่งลำบาก “ยินดีต้อนรับค่ะคุณรัน เชิญเลือกชมดอกไม้ได้ตามสบายเลยนะคะ พอดีคุณอคินเขากandลังมา ‘นั่งเฝ้า’ เอ้ย… มาคุยงานกับดิฉันพอดีเลยค่ะ” เรนจงใจเน้นเสียงคำว่านั่งเฝ้า พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดให้อคินที่ตอนนี้ส่งสายตาคาดโทษกลับมาแทบไม่ทัน อคินหันขวับมามองเรนทันที สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบเปลี่ยนเป็นความเลิกลั่กชั่วขณะเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าหวาน “เรน…” อคินเอมหอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เตือนกลายๆ แต่ทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อรันหันขวับมามองหน้าอคินสลับกับเรนด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ขึ้นมาทันที “คุยงานเหรอคะพี่คิน? ทำไมรันไม่เคยได้ยินโปรเจกต์นี้เลยล่ะคะ แล้วทำไมพี่คินถึงต้องมานั่งเฝ้าถึงในร้านนี้ด้วย… หรือว่า…” เรนแกล้งทำเป็นก้มลงจัดแจกันดอกไม้ในมือเพื่อซ่อนรอยยิ้มสะใจ พร้อมกับเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงใสซื่อราวกับนางฟ้าใจดี “ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะคุณรัน… ก็แค่เขตแดนส่วนตัวของดิฉันเนี่ย มันเพิ่งจะมี ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ บุกรุกเข้ามาไม่ยอมไปไหนสักทีน่ะค่ะ” อคินหรี่ตาลงมองคนตัวเล็กที่ลอยหน้าลอยตาพูดจายั่วโมโห ก่อนที่มุมปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มร้ายกาจขึ้นมาบ้าง… รอยยิ้มที่ทำให้เรนรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมวงความอลวนใน “เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด” ตอนนี้นะคะ! หิมะแรกในโตเกียว
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%