เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 7

เมื่อความซึนทำงาน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกแค่ครั้งเดียว ผมจะโยนคุณออกจากสตูดิโอแล้วล็อกประตูยาวถึงชาติหน้าค่ะคุณเรน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าปิดสนิท อคินไม่ได้ตะคอก แต่น้ำเสียงที่กดต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบพร้อมกับร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาชาโคลที่ก้าวเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว นั้นกลับทรงพลังพอกที่จะทำให้คนที่กำลังยืนใจสั่นอยู่กลางห้องถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ เรน (ธัญญ์วรินทร์) ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์จัดดอกไม้เบาๆ จนกรรไกรตัดกิ่งไม้สแตนเลสส่งเสียงกระทบกันเบาหวิว ความเงียบงันที่ค้างคามาจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต ทว่าสิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าบรรยากาศชวนอึดอัด ก็คือท่าทีของสถาปนิกปากจัดตรงหน้า ที่ต่อให้การกระทำเมื่อครู่จะเกือบทำให้หัวใจของเขาหลุดออกมานอกอก แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะกลบเกลื่อนมันด้วยการพ่นวาจาเผ็ดร้อนออกมาเสียอย่างนั้น "ผมไม่ได้สะดุดเพราะเดินไม่ดูตาม้าตาเรือสักหน่อยนะครับ... คุณนั่นแหละที่จู่ๆ ก็เดินเข้ามาตัดหน้าทำไมเล่า" เรนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววพยศ แม้ว่าพวงแก้มเนียนจะยังคงขึ้นสีแดงเรื่อด้วยพิษของความเขินอายที่ยังจางหายไม่หมดก็ตาม "แล้วนี่ก็ห้องทำงานผม พื้นที่ส่วนตัวของผม ทำไมผมจะต้องโดนคุณไล่ด้วยล่ะครับ" "พื้นที่ส่วนตัว?" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสارفไล่มองตั้งแต่กลุ่มผมนุ่ม ปลายจางรั้น ไปจนถึงรอยเปื้อนละอองเกสรดอกไม้สีเหลืองอ่อนที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่าย "พื้นที่ส่วนตัวที่คุณยืนเซซ้ายเซขวาเกือบจะล้มไปทับแจกันเซรามิกราคาหกหลักที่ผมเพิ่งออกแบบเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะน่ะเหรอคะ? ถ้าแจกันใบนั้นแตก คุณคิดว่าดอกไม้กําไลน้อยๆ ของคุณจะขายได้สักกี่ชาติถึงจะใช้หนี้ผมหมด" ปากร้าย... ปากปีจอ... ปากแบบนี้สินะที่ต่อให้หน้าตาจะหล่อเหลาเข้ารูปขนาดไหนก็แทบจะกลบความน่ารักไม่มิด! เรนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโมโหตีตื้นขึ้นมากลบความเขินอายเมื่อครู่จนหมดสิ้น เขาไม่ใช่เด็กฝึกงานไร้ประสบการณ์ที่จะต้องมายืนก้มหน้ารับคำด่าทอไร้เหตุผลแบบนี้ "ถ้าคุณห่วงแจกันราคาแพงหูฉี่ของคุณมากนัก ทำไมไม่เอาไปเก็บไว้ในห้องกระจกฝั่งโน้นล่ะครับ จะแบกมาวางไว้โซนจัดดอกไม้ทำไมตั้งแต่แรก หรือว่าจงใจเอามาหาเรื่องผมกันแน่ คุณสถาปนิก" "ผมไม่มีเวลาว่างมารy่อเรื่องไร้สาระกับคุณหรอกนะเรน" อคินก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด จนเรนแทบจะจมหายไปกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นและกาแฟเอสเพรสโซ่ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเรนตื่นตัวอย่างช่วยไม่ได้ อคินยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวชี้ตรงมาที่... ปกเสื้อด้านซ้ายของเขา เรนสะดุ้งเฮือก ตั้งท่าจะถอยหนีอีกรอบ แต่อีกฝ่ายกลับไวกว่า มือหนาคว้าจับข้อมือบางไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจัดจะปัดละอองเกสรดอกไม้สีเหลืองที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อให้อย่างเบามือ สัมผัสเพียงแผ่วเบา แต่กลับทำเอาเรนหยุดหายใจไปชั่วขณะ "ทำงานจนสติหลุดลอยไปถึงไหนแล้ว หลับในเวลาทำงานหรือไงถึงได้ปล่อยให้หน้าตาตัวเองมอมแมมขนาดนี้" อคินเอ็ดเบาๆ น้ำเสียงแม้จะยังคงติดดุ แต่กระแสความเข้มงวดในตอนแรกกลับเจือความอ่อนโยนบางเบาที่เจ้าตัวพยายามจะซ่อนไว้อย่างแนบเนียน—แต่มันไม่แนบเนียนพอสำหรับคนละเอียดอ่อนอย่างเรนหรอก เรนเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตไหวระริกเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันเกินไป มากเสียจนเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมนั้นอย่างชัดเจน หัวใจที่เพิ่งจะเต้นเข้าที่เข้าทาง กลับมากระหน่ำรัวเป็นกลองศึกอีกรอบจนน่ากลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "ผม... ผมไม่ได้หลับสักหน่อย" เรนพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ไอร้อนจากฝ่ามือของอคินที่ยังคงกุมข้อมือเขาไว้ส่งผ่านความอบอุ่นเข้ามาจนผิวเนื้อซ่านเหง่อ "แล้วก็... ปล่อยมือผมได้แล้วมั้งครับ คุณไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงได้มาคอยจับผิดผมอยู่ได้ทั้งวัน" อคินไม่ยอมปล่อยทันที เขายังคงมองหน้าคนปากเก่งที่ตอนนี้พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนใบแดงก่ำที่ลามเลียไปถึงใบหู รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่งผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวยอย่างนึกเอ็นดู แต่คำพูดที่หลุดออกจากปากกลับสวนทางกับรอยยิ้มนั้นโดยสิ้นเชิง "ถ้าผมไม่มาคอยจับผิด ป่านนี้คุณคงทำสตูดิโอพังคามือไปแล้วมั้งคะ... ธัญญ์วรินทร์" อคินจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อเต็มของเขาด้วยน้ำเสียงลากยาวชวนหมั่นไส้ "จำไว้ว่าพรุ่งนี้มีประชุมร่วมกับลูกค้าตอนสิบโมงเช้า เลิกทำตัวเป็นเด็กซุ่มซ่ามแล้วเข้านอนซะ ถ้าไม่อยากให้ผมต้องเดินมาลากคุณออกจากเตียงด้วยตัวเอง" พูดจบ อคินก็ยอมปล่อยข้อมือบางเป็นอิสระ เขากลับหลังหันด้วยท่าทีมาดมั่นราวกับผู้ชนะในเกมนี้ ทิ้งให้เรนยืนหายใจไม่ทั่วท้องอยู่คนเดียวกลางกองดอกไม้ เรนยกมือขึ้นกุมข้อมือข้างที่เพิ่งถูกกุมไว้ ผิวเนื้อตรงนั้นยังคงร้อนผ่าวราวกับมีรอยไหม้ ความซึนเดระเดะระดับสิบของสถาปนิกปากจัดคนนี้มันชักจะเกินเยียวยาเข้าไปทุกทีแล้ว! ทั้งดุ ทั้งจิกกัด ทั้งบังคับ... แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้ทรยศด้วยการเต้นแรงไม่เป็นจังหวะแบบนี้กันนะ ปัง! เสียงประตูกระจกเปิดผางขึ้นอย่างแรงโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ตัด1ขาดบรรยากาศสีชมพูจางๆ ในห้องทำงานให้ขาดวิ่นในพริบตา ร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อและหุ้นส่วนสตูดิโอจัดดอกไม้ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า แววตาคู่คมฉายแววร้อนรนจนผิดปกติ "เรน! แย่แล้ว... งานพรีเซนต์โปรเจกต์ใหญ่ปลายปีที่เรารับไว้ ลูกค้าโทรมาแจ้งยกเลิกกะทันหัน แถมพวกเขายังบอกอีกว่า..."กรณ์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะหันไปสบตากับอคินที่ยืนขมวดคิ้วรออยู่ตรงประตู "...มีคนจงใจปล่อยแบบแปลนดีไซน์ภายในห้องจัดดอกไม้ของเราออกไปให้คู่แข่งทางธุรกิจแล้ว!" นิยายเรื่องนี้ "หิมะแรกในโตเกียว" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%