เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 16

เพื่อนร่วมงานหรือศัตรูหัวใจ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณยังยืนกรานว่าจะใช้หินแกรนิตนำเข้าจากอิตาลีกับโปรเจกต์ห้องกระจกของผม ผมเกรงว่าเราคงต้องทบทวนเรื่องสัญญาจ้างกันใหม่ทั้งหมดค่ะ คุณสถาปนิก" เรนกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย พยายามรักษามาตรอนันต์ของนักจัดดอกไม้ผู้คร่ำหวอดในวงการอีเวนต์ระดับพรีเมียม แม้ว่าในใจตอนนี้ต่อมรับความหงุดหงิดจะพุ่งทะยานจนเกือบแตะขีดแดงแล้วก็ตาม ปลายนิ้วเรียวที่เพิ่งบรรจงจัดแต่งกิ่งยูคาลิปตัสลงในแจกันเซรามิกสีด้าน เผลอออกแรงกดลงบนเนื้อไม้จนข้อต่องอขาวโพลน อคิน สถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบเจ้าของโปรเจกต์เรือนกระจกที่กำลังเป็นกระแส ไม่ได้แสดงอาการสะท้านสะเทือนต่อคำขู่ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนในสตูดิโอจัดดอกไม้ของเรน สายตาดุคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองสำรวจเจ้าของร้านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เรนอยากจะคว้ากรรไกรตัดแต่งกิ่งมาตัดให้คว่ำลงเสียเหลือเกิน "หินแกรนิตล็อตนั้นผ่านการคำนวณโครงสร้างการรับน้ำหนักมาแล้วครับ คุณธัญญ์วรินทร์ หรือว่าคุณกลัวว่าน้ำหนักของกระถางกล้วยไม้ราคาแพงพวกนั้น จะทำให้ดีไซน์มินิมอลที่ผมตั้งใจออกแบบมันพังไม่เป็นท่ากันแน่ล่ะ" อคินจงใจทิ้งเสียงสูงตรงคำว่า 'มินิมอล' เหมือนต้องการเยาะเย้ยรสนิยมของคนตรงหน้าทางอ้อม "มันไม่ใช่เรื่องของดีไซน์ค่ะคุณอคิน แต่มันคือเรื่องของฟังก์ชันการใช้งาน! ต้นไม้ก็มีชีวิตจิตใจนะคะ ไม่ใช่เครื่องประดับประกอบฉากเท่ๆ ในพอร์ตโฟลิโอของคุณ ถ้าคุณอยากได้ความเรียบจนไร้ชีวิตชีวา ทำไมไม่ไปออกแบบโกดังสินค้าแทนที่จะมาทำเรือนกระจกปลูกต้นไม้ล่ะคะ" เรนวางกรรไกรลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* เพื่อระบายอารมณ์ ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง บรรยากาศในสตูดิโอยามบ่ายคล้อยคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันในระยะห่างไม่ถึงก้าว ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้การปะทะคารมครั้งนี้ไม่มีใครยอมใคร อคินชอบเหลือเกินเวลาที่เรนของขึ้น ปากคอเราะรายและดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธนั้นกลับทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะเย่อหยิ่งเต้นผิดจังหวะทุกที เขารู้ดีว่าข้อเสนอเรื่องหินแกรนิตนั่นเป็นเพียงข้ออ้าง... เขาก็แค่หาเรื่องมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คนปากเก่งคนนี้ก็เท่านั้น แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ลุกลามไปมากกว่าเดิม เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูบานกระจกก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ดวงตาเรียวรีมองตรงมาที่เรนทันทีโดยไม่สนใจสถาปนิกหนุ่มที่ยืนหน้าตึงอยู่ก่อนแล้ว "สวัสดีครับคุณเรน ผมมาตามนัดเรื่องแบบดอกไม้สำหรับงานเปิดตัวแกลเลอรีสัปดาห์หน้าครับ" น้ำเสียงนุ่มทุบกังวานและรอยยิ้มทรงเสน่ห์นั้นทำเอาเรนชะงักไปชั่วขณะ ความขุ่นเคืองเมื่อครรลองมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เรนผละจากเคาน์เตอร์เดินอ้อมมาต้อนรับผู้มาใหม่ทันทีโดยไม่เหลือบแลอคินที่ยืนขมวดคิ้วมุ่นอยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย "อ้าว คุณกรณ์ เชิญนั่งทางนี้เลยค่ะ พอดีเรนเพิ่งร่างแบบคร่าวๆ เสร็จพอดี" เรนผายมือเชิญชายหนุ่มหน้าตาดีให้นั่งที่ชุดรับแขกมุมกระจก อคินยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่หรี่แคบลง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ใครกัน? ผู้ชายคนนี้โผล่มาจากไหน ทำไมเรถึงส่งยิ้มหวานหยดย้อยแบบนั้นให้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อเขาอยู่หปกลายๆ กรณ์นั่งลงตามคำเชิญ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแคตตาล็อกบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดู พร้อมกับส่งสายตาชื่นชมมาให้เจ้าของร้าน "ผมบอกแล้วว่าผมคิดไม่ผิดที่เลือกใช้บริการคุณเรน งานของคุณประณีตแล้วก็น่าหลงใหลเหมือนตัวจริงไม่มีผิดครับ" คำชมที่ออกแนวหยอดคำหวานนั้นดังพอที่จะทำให้คนที่ยืนหัวโด่อยู่แถวนั้นกำหมัดแน่น อคินก้าวฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนทันที ร่างสูงใหญ่บังรัศมีของกรณ์ไปเสียสนิท พร้อมกับส่งเสียงกระแอมในลำคอเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ "ขอโทษนะครับ พอดีผมกับคุณเรนเขากลังคุยเรื่องโปรเจกต์งานสำคัญกันค้างอยู่ ดูเหมือนว่าคุณจะมา... ผิดจังหวะไปหน่อยนะครับ" อคินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ผิดจังหวะ' ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมกริบจ้องมองกรณ์อย่างไม่เป็นมิตร ปลดปล่อยรังสีความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของออกมาเต็มพิกัดโดยไม่คิดจะปิดบัง กรณ์เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มาใหม่ รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แต่แววตากลับไหวระริกด้วยความท้าทาย "อ๋อเหรอครับ พอดีผมโทรนัดคุณเรนไว้ล่วงหน้าแล้วนะครับ... อีกอย่าง ผมไม่ได้ยินเสียงพวกคุณคุยกันเรื่องงานนะ ได้ยินแต่เสียงเถียงกันมากกว่า" เรนลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความเด็กน้อยและอาการหวงก้างอย่างไร้เหตุผลของสถาปนิกปากจัดคนนี้ เรนรู้ทันทีว่าอคินกำลังคิดอะไรอยู่ และนั่นก็ทำให้มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกสนุก อยากจะแกล้งให้คนปากแข็งแถวนี้อกแตกตายไปข้างเสียจริงๆ "ไม่เป็นไรค่ะคุณกรณ์ พอดีเรื่องแบบเรือนกระจกกับคุณอคิน... เราตกลงกันไม่ได้สักที ให้คุณอคินเขากลับไปทบทวนสติปัญญาตัวเองก่อนดีกว่าค่ะว่าจะเอาไงต่อ" เรนจงใจหันไปยิ้มหวานหยดให้กรณ์ ก่อนจะหันมามองอคินด้วยสายตานิ่งเฉย "ส่วนคุณอคินคะ ถ้าไม่มีเรื่องงานที่สร้างสรรค์มากกว่านี้... เชิญกลับทางเดิมได้เลยค่ะ ทางร้านเรากำลังจะคุยเรื่องงานสำคัญกับ 'ลูกค้าคนสำคัญ' ต่อแล้วค่ะ" คำว่า 'ลูกค้าคนสำคัญ' ที่ถูกเน้นเสียงหนักแน่น พร้อมกับสายตาที่ทอดมองกรณ์อย่างมีความหมาย ทำให้อคินรู้สึกเหมือนมีไฟกองใหญ่มาสุมอกจนร้อนผ่าวไปหมด นี่เรนกล้าไล่เขาต่อหน้าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้อย่างนั้นหรือ? แถมยังเอาเขาไปเปรียบเทียบแถมยังด้อยค่าเขาให้คนอื่นฟังอีก! อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุจุดเดือด เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดขอบโต๊ะทำงาน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเรนไว้มั่นด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แต่พอที่จะทำให้เรนตกใจจนเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ "คุณอคิน! ปล่อยเรนนะ จะทำอะไรต่อหน้าลูกค้าคะ!" เรนตาดาวร่วงด้วยความตกใจ พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงช้างของสถาปนิกหนุ่มกลับทำให้ข้อมือเขาเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยคีมเหล็ก อคินไม่สนใจเสียงทักท้วง เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูของเรน น้ำเสียงทุบต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยความหึงหวงและกรุ่นโกรธที่ปิดไม่มิด จนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ถ้าคุณยังกล้าส่งยิ้มหวานให้ไอ้หน้าอ่อนนี่อีกทีเดียว... ผมจะจูบคุณโชว์มันตรงนี้แหละ, ธัญญ์วรินทร์" ขอขอบคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความระอุของถ่านไฟเก่าและไฟใหม่ในตอนนี้ด้วยนะคะ *หิมะแรกในโตเกียว*
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%