เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 15

ดอกไม้สื่อใจในวันที่อากาศร้อน

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
"ถ้าคุณยังใช้สายตาส่งกระแสจิตอาฆาตมาดร้ายใส่‘น้องมิน’ ฉันเกรงว่ากระจกกันความร้อนเทม퍼드กลาสวงกบหน้าต่างห้องประชุมนี้คงร้าวเป็นทางยาวโดยไม่ต้องใช้ค้อนทุบนะคะคุณสถาปนิก" น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเจือความระอาเล็กน้อยของผู้ช่วยสาวดังขึ้น ทำลายบรรยากาศมาคุที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศราวกับมีดตัดผ่านเนย เรนแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาจัดช่อดอกไม้ในมือต่อ ทั้งที่ใบหูทั้งสองข้างร้อนผ่าวจนแทบจะทอดไข่ดาวได้อยู่แล้ว เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะแนบชิดติดกันจนลมหายใจรดรินกันและกันยังคงวิ่งวนอยู่ในโสตประสาท ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห ให้ตายสิ! นี่เขากำลังเสียฟอร์มให้กับผู้ชายปากจัดคนนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วนะ อคินไหวไหล่ช้าๆ สีหน้าไร้ความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นจินตนาการบนปกเสื้อสูทสีกรมท่าราคาแพง ก่อนจะปรายตามองลูกน้องสาวด้วยแววตานิ่งสนิทที่คนคุ้นเคยกันดีรู้ว่านั่นคือการ "ดุเงียบ" "ผมแค่กำลังตรวจเช็กความเรียบร้อยของสัดส่วนพื้นที่กับงานจัดดอกไม้... ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ มันเป็นหน้าที่ที่ต้องละเอียดอ่อนครับคุณพิม" อคินลากเสียงเนิบนาบ ย้ำคำว่าละเอียดอ่อนเสียจนเรนอยากจะปาช่อดอกไฮเดรนเยียใส่หน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายนัก "ละเอียดอ่อนจนต้องเอาหน้าไปแนบชิดติดกับหลังน้องเรนขนาดนั้นเลยเหรอคะ? แหม่... เสียดายที่พิมดันตาถั่วเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะความ... เอ่อ ความเป็นมืออาชีพของคุณอคินเข้าพอดี ไม่อย่างนั้นเราคงได้เห็นการบูรณาการศาสตร์ด้านสถาปัตยกรรมเข้ากับศิลปะการจัดดอกไม้แบบแนบเนื้อแนบตัวแน่ๆ" พิมลากเสียงแซวอย่างไม่กลัวตาย สมกับที่เป็นมือขวาคนสนิทที่ทำงานร่วมกับอคินมานานจนรู้ไส้รู้พุง เรนเม้มริมฝีปากแน่นพยายามข่มกลั้นความเขินอายที่กำลังตีรวนขึ้นมาเป็นริ้วๆ มือเรียวขยับกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ในมือด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อระบายความหงุดหงิดที่อคินยังคงยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆ "ถ้าคุณพิมว่างงานมากนัก เชิญไปตรวจแบบแปลนชั้นสามต่อเลยดีกว่าค่ะ ส่วนงานตรงนี้... ทางคุณอคินเขายืนยันหนักแน่นแล้วนี่คะว่าต้อง ‘ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด’ ไม่อย่างนั้นงานอาจจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานสถาปนิกชื่อดัง" เรนสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความประชดประชันเต็มพิกัด เงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของอีกฝ่ายด้วยแววตาท้าทาย อคินหรี่ตามองคนตัวเล็กกว่าที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดที่ตอนนี้ขึ้นสีเรื่อจางๆ น่ามอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก สายตาคมปลาบกวาดมองช่อดอกไม้ในมือของเรนที่มีทั้งกุหลาบสีพีชอ่อน ยูคาลิปตัส และดอกไม้สีขาวสะอาดตา ก่อนที่ประกายในตาจะไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง "พูดจาประชดเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะครับคุณนักจัดดอกไม้" อคินก้าวเข้าไปใกล้เรนอีกครั้งอย่างไร้ยางอาย จนเรนต้องเผลอขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่ติดที่โต๊ะทำงานตัวยาวเสียแล้ว "แต่ที่คุณพูดก็ถูก... งานนี้มันสำคัญมาก และผมก็จำเป็นต้อง ‘ลงทุน’ กับมันสูงมากเสียด้วย" "ลงทุนอะไรของคุณคะ?" เรนขมวดคิ้วมุ่น ไม่ไว้วางใจรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย อคินไม่ตอบด้วยคำพูด ชายหนุ่มเพียงแค่หันไปหยิบบางอย่างที่วางอยู่มุมโต๊ะทำงานอีกด้าน ยื่นส่งให้เรนด้วยท่าทีที่พยายามทำเป็น "ปกติ" แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นทรยศเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง เรนก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือของอคิน แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ มันคือช่อดอก "ลิลลี่แห่งหุบเขา" (Lily of the Valley) สีขาวบริสุทธิ์ ดอกเล็กจิ๋วรูัปร่างคล้ายระฆังคว่ำ จัดแต่งไว้อย่างประณีตบรรจงในกระดาษห่อสไตล์มินิมอลสีเทาอ่อน กลิ่นหอมหวานละมุนละไมลอยแตะจมูกทันทีที่มันถูกยื่นมาตรงหน้า หัวใจของเรนกระตุกวูบ ดอกไม้ชนิดนี้... คือดอกไม้โปรดของเขา เป็นดอกไม้หายากที่ต้องสั่งตรงจากต่างประเทศ และมีราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีความหมายลึกซึ้งถึง "การกลับมาของความสุข" "นี่มัน..." เรนเงยหน้าขึ้นมองอคินอย่างไม่เชื่อสายตา "อย่าเข้าใจผิดเด็ดขาดนะครับ" อคินรีบชิงพูดตัดบทขึ้นมาก่อน น้ำเสียงทุ้มเรียบที่พยายามปรับให้ราบ "ผมไม่ได้ซื้อมาให้คุณเป็นกรณีพิเศษอะไรทั้งสิ้น" เรนกระพริบตาปริบๆ ความซึ้งใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้ระดับสิบ "อ๋อเหรอคะ? แล้วที่ถืออยู่ชะเง้อหาเจ้าของตั้งแต่เช้าตรู่เนี่ย คือประดับงานตรงไหนเหรอครับคุณสถาปนิก หรือว่าออฟฟิศคุณจะจัดประชุมระดับชาติบนโต๊ะกาแฟขนาดนี้?" พิมที่แอบยืนลุ้นอยู่ไม่ไกลอดไม่ได้ที่จะแซรกขึ้นมาขัดจังหวะด้วยความหมั่นไส้แทนเพื่อนร่วมงาน อคินหันไปส่งสายตาพิฆาตใส่ผู้ช่วยสาวอีกรอบแบบโนสนโนแคร์ ก่อนจะหันกลับมาตีสีหน้าขรึมใส่เรน กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการกอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "ก็บอกแล้วไงว่าประดับงาน... งานเลี้ยงรับรองลูกค้าวีไอพีพรุ่งนี้ยังไงล่ะครับ" อคินอ้างหน้าตาย ทั้งที่ดวงตาคู่คมหลบวูบไปทางอื่นชั่วขณะ "ผมแค่วานให้ร้านดอกไม้ของคุณจัดเตรียมไว้ให้เข้ากับธีมงาน... แต่บังเอิญว่ามันเหลือเศษช่อเล็กๆ ที่จัดเกินมา ผมก็เลย... เอ่อ ขี้เกียจเอาทิ้ง ก็เลยเอามาวางไว้แถวนี้ เผื่อมันจะช่วยเพิ่ม ‘ออกซิเจน’ ในห้องทำงานอับๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นแปลนสถาปัตย์ของคุณให้มันน่าหายใจขึ้นมาบ้างก็เท่านั้นเอง" เรนก้มมองช่อดอกไม้ในมือสลับกับใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มผู้ปากแข็งที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นยิ้ม ทั้งที่ข้างในอกข้างซ้ายมันกำลังพองโตจนคับแน่น ความอุ่นซ่านแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ปากบอกว่าขี้เกียจทิ้ง... แต่ก้านดอกถูกเล็มความยาวมาอย่างพอดีเป๊ะ ห่อด้วยกระดาษที่เข้ากับรสนิยมของเขาไม่มีผิดเพี้ยน แถมยังเป็นดอกไม้ที่คนทั่วไปไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ อีกต่างหาก ปากแข็งเสียให้พอเถอะพ่อคุณ! "อ๋อ... เศษดอกไม้จัดเกินมานี่เอง" เรนลากเสียงยาว แสร้งทำเป็นพยักหน้ารับรู้ด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนอคินถึงกับชะงัก "ถ้าอย่างนั้นในฐานะที่ฉันเป็นคนจัดดอกไม้... ฉันต้องขอขอบคุณ ‘เศษซาก’ ราคาแพงชิ้นนี้ของคุณสถาปนิกด้วยนะคะ ที่กรุณาเมตตานำมาประดับ... เอ๊ย มาเพิ่มออกซิเจนให้" อคินจ้องมองรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาคู่สวยของเรน เรารู้กันดีว่าไม่มี "เศษดอกไม้" บ้าบออะไรทั้งนั้น เขาสั่งดอกไม้นี้ล่วงหน้ามาเป็นสัปดาห์ เพียงเพราะจำได้แม่นจากบทสนทนาสั้นๆ เมื่อเดือนก่อนว่าเรนเคยบ่นว่าคิดถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมันในช่วงฤดูนี้ บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบลงไปชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ที่อบอวลอยู่รอบตัว ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลงโดยไม่รู้ตัว อคินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานอีกครั้ง จนเรนรู้สึกได้ถึงไออุ่นแผ่วเบาที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเรนด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา "ถ้าชอบ..." อคินลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักขยับเข้าใกล้ใบหูของเรนจนคนฟังสะท้านเฮือก "วันหลังผมอาจจะ... สั่ง ‘เศษเกิน’ แบบนี้มาให้คุณ ‘ประดับห้อง’ ส่วนตัวของคุณเองบ้างดีไหมครับ ธัญญ์วรินทร์" เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ไอร้อนจากลมหายใจที่เป่ารดต้นคอทำให้สมองที่เคยแล่นฉิวเริ่มรวนเร มือที่ถือช่อดอกไม้สั่นน้อยๆ ไม่รู้ว่าจะถอยหนีหรือควรจะต่อปากต่อคำกลับไปดี ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในระยะประชิดทันที พร้อมกับการผลักบานประตูเปิดออกอย่างไร้มารยาทของใครบางคน "พี่อคินคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบแปลนโครงสร้างโซน C ที่ส่งมาจากวิศวกรเกิดปัญหาใหญ่แล้วค่ะ ทางนั้นโทรมาแจ้งว่า..." เสียงแหลมใสของพนักงานสาวฝึกงานพุ่งพรวดเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพของสถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบที่กำลังยืนโน้มตัวคร่อมร่างของนักจัดดอกไม้คนเก่งบนโต๊ะทำงาน โดยที่ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ! เรนสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบผลักอกอคินออกห่างด้วยแรงทั้งหมดที่มี กระโดดถอยหลังไปชนชั้นวางกระถางต้นไม้จนเกือบคว่ำ ในขณะที่อคินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย หันขวับไปมองผู้ช่วยฝึกงานด้วยสายตาพิฆาตระดับรุนแรงที่พร้อมจะฆ่าคนได้ในรัศมีสามเมตร พนักงานสาวหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ ถอยหลังกรูดเตรียมจะเผ่นหนี แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของอคินก็แผדเสียงดังลั่นขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจาก "คุณกร" ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้ อคินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขายื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่เพียงแค่ประโยคแรกที่ปลายสายเอ่ยขึ้น ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "ว่ายังไงนะครับคุณกร?... เกิดเรื่องที่ไซต์งานอย่างนั้นเหรอ?" เรนที่กำลังจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ชะงักกึก หันไปมองอคินด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดที่แล่นแปลบขึ้นมาในอก --- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันเสมอนะคะ* 🤍✨ — **หิมะแรกในโตเกียว**
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%