"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเอาต้นไม้ตระกูลปาล์มมาไว้มุมห้องรับแขกขนาดสิบสองตารางเมตรนี่ ฉันเกรงว่าในอนาคตอันใกล้ ลูกค้าของคุณคงต้องเดินตะแคงตัวและใส่หมวกกันน็อคเข้ามานั่งจิบกาแฟนะคะ คุณอคิน"
เรนกระแทกแฟ้มตัวอย่างพรรณไม้ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวเสียงดังสนั่น ลวดลายปักบนเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนไหวตามแรงอารมณ์ ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะซ่อนความใจเย็นไว้ภายใต้กรอบแว่นใสเวลานี้กลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย ปลายจมูกโด่งรั้นรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่คิดจะยอมจำนนต่อตรรกะพังๆ ของสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าแม้แต่นصفเซนติเมตรเดียว
อคินไม่แม้แต่จะชายตามองแฟ้มพรรณไม้ที่ถูกวางกระแทก เขายังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสตูดิโอออกแบบ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับดูโดดเด่นท่ามกลางแปลนสถาปัตยกรรมและกองกระดาษร่าง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าแหย่ที่เรนเห็นแล้วอยากจะหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้มาตัดฉับเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"ผมไม่ได้ออกแบบบ้านให้คนเป็นโรคคลั่งความสมมาตรจนเกินพอดีแบบคุณนะ เรน" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองใบหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายด้วยความขบขัน "พื้นที่ตรงนั้นมันถูกคำนวณมาอย่างดีแล้วเพื่อสร้าง 'จุดสะดุดตา' ปาล์มใบพัดจะช่วยเบรกสายตาที่น่าเบื่อหน่ายจากผนังปูนเปลือย... หรือว่าคุณกลัวว่าใบไม้กิ่งนั้นจะไปแย่งซีนผลงานจัดดอกไม้ราคาแพงลิบลิ่วของคุณกันแน่"
"โอ้โห! หูย... พูดจาได้น่ารักน่าเอ็นดูจนอยากจะส่งไปประกวดปากดีเด่นแห่งปีเลยนะคะ" เรนแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะแนบชิดกับร่างสูงที่ยืนขวางอยู่ "คุณใช้สมองส่วนไหนคิดคะว่าปาล์มใบพัดจะเข้ากับคอนเซปต์ 'Modern Japandi' ที่คุณบอกนักบอกหนาว่าภูมิใจนักหนา ต้นไม้เมืองร้อนใบใหญ่ยักษ์กับความมินิมอลแบบญี่ปุ่นเนี่ยนะ? ถ้าคุณอยากได้ความเขียวชะอุ่มแบบป่าดงดิบ ทำไมไม่จ้างคนมาขุดบ่อเลี้ยงจระเข้ไว้ในห้องนั่งเล่นไปเลยล่ะคะ จะได้ครบสูตร!"
คำพูดประชดประชันที่พรั่งพรูออกมาด้วยความเร็วสูงทำให้คิ้วเข้มของอคินกระตุกเล็กน้อย แทนที่จะโกรธ สถาปนิกหนุ่มกลับทอดสายตามองริมฝีปากบางเฉียบที่ขยับขยقةเถียงฉอดๆ อย่างเพลิดเพลิน ระยะห่างระหว่างเขากับเรนตอนนี้เหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้อ่อนๆ และสบู่เหลวกลิ่นซิตรัสจากตัวนักจัดดอกไม้ลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัวจนสติของอคินเริ่มแกว่งไปชั่วขณะ
"ปากเก่งจังนะ..." อคินพึมพำเสียงเบา ทว่าแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้เรนถึงกับชะงัก คำด่าที่เตรียมไว้ในใจกลืนหายลงคอไปทันทีเมื่อจู่ๆ ร่างสูงก็ก้าวล่วงล้ำเข้ามาใกล้จนแผงอกกว้างแทบจะชนกับปลายจมูกของเขา "เวลาที่คุณเถียงผมจนตาโตแบบนี้... รู้ตัวไหมว่ามันน่ามองกว่าดอกไม้ทุกช่อที่คุณเคยจัดมาทั้งชีวิตซะอีก"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงฉับพลัน เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะกลั้นหายใจตาม เรนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นมารวมตัวกันที่สองข้างแก้มอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวราวกองชุดในอกจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน เขาถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติจนสะโพไปชนเข้ากับชั้นวางตัวอย่างกระดาษ แต่ทางหนีทีไล่กลับถูกวงแขนแข็งแรงของอคินยกขึ้นทาบกับขอบชั้นวางไว้ทั้งสองข้าง กลายเป็นกรงล้อมกลายๆ ที่ขังเรนไว้ตรงกลาง
"คะ... คุณถอยไปเลยนะ อคิน!" เรนเงยหน้าขึ้นพยายามส่งสายตาพิฆาตใส่เพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในแววตา แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นพร่าเสียจนน่าอาย "เรากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่นะคะ อย่ามาใช้มุกตื้นๆ แบบนี้เพื่อกลบเกลื่อนความไร้รสนิยมของคุณเชียวนะ!"
"ใครบอกว่าผมไร้รสนิยม?" อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้เรนต้องหลบสายตาไปมองปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายแทนอย่างทำอะไรไม่ถูก "รสนิยมในการเลือกดอกไม้ของผมอาจจะไม่ประณีตเท่าคุณ... แต่รสนิยมในการเลือก 'คน' ที่จะมาต่อปากต่อคำด้วยในห้องทำงานแคบๆ นี่... ผมมั่นใจว่าผมตาไม่ถึงขั้นห่วยแตกแน่นอน"
สายตาคู่คมที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่สลัดคราบสถาปนิกปากจัดคนเดิมออกไปจนหมดสิ้น เรนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นนี้กำลังแผดเผาเหตุผลทั้งหมดที่เขาสะสมมาตลอดทั้งวันให้มอดไหม้เป็นจุล มือเรียวที่เคยถือแฟ้มข้อมูลถูกยกขึ้นมาดันลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายไว้เบาๆ ไม่ใช่เพื่อผลักไส แต่เป็นการประคองความตั้งสติของตัวเองไม่ให้เผลอเอื้อมมือไปโอบรอบคอหนานั้นตามสัญชาตญาณ
"คุณนี่มัน..." เรนกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจเมื่อหาคำพูดโต้ตอบที่คมคายมาสู้ไม่ได้ "ชอบเอาเปรียบ..."
"ถ้าไม่เข้าหา... แล้วเมื่อไหร่คุณจะยอมรับล่ะ ว่าจริงๆ แล้วคุณไม่ได้เกลียดงานออกแบบของผม... แต่คุณแค่อยากใช้เวลาเถียงกับผมนานขึ้นต่างหาก" อคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มนั้นสั่นพร่าจนชวนให้ขนลุกเกรียวไปทั่วแผ่นหลัง
ก่อนที่เรนจะได้อ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยค เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังแกรกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณอคินคะ! แย่แล้วค่ะ เอกสารขออนุญาตปรับปรุงโครงสร้างจากเขตถูกตีกลับเพราะ..."
เสียงแหลมใสของผู้ช่วยสาวที่พุ่งพรวดเข้ามาหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เรนสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบมุดลอดแขนของอคินกระโดดถอยหลังไปสามก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ในขณะที่อคินถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย หันไปมองผู้ช่วยด้วยสายตาพิฆาตที่แทบจะเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุลทันที
หิมะแรกในโตเกียวหวังว่ารี้ดเดอร์จะฟินกับโมเมนต์ละมุนปนหมั่นไส้นี้นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 14
ไดอะล็อกเชือดเฉือนที่ใจเต้น
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!