เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 19

การเดินทางไปหาแรงบันดาลใจ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงปิดประตูรถตู้ตึ้งแรงจนโครงสร้างรถโยกเบาๆ ตามแรงอารมณ์ของคนกระแทก คือสัญญาณเตือนภัยระยะประชิดที่เรนเรียนรู้ที่จะจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าพิกัดหน้างานก่อสร้างเสียอีก “ถ้ายังทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งแบบนั้นใส่ผมอีกคน เรน... คุณเตรียมตัวเดินเท้ากลับรีสอร์ตกลางป่าหิมะนี่ได้เลย ระยะทางแค่เจ็ดกิโลเมตรเอง มืดๆ แบบนี้อากาศกำลังโรแมนติกเชียว” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจลากเสียงยาวตรงคำว่า *โรแมนติก* ดังขึ้นจากเบาะคนขับ อคินในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ กับกางเกงสแลคเข้ารูปที่ดูขัดตาขัดใจเหลือเกินกับสภาพแวดล้อมที่เป็นเขตก่อสร้างรีสอร์ตสไตล์นอร์ดิกท่ามกลางหุบเขา ปลดเข็มขัดนิรภัยออกด้วยความรำคาญใจ ก่อนจะหันมามองคนนั่งไขว่ห้างกอดอกนิ่งสนิทอยู่ที่เบาะข้างๆ เรนปรายตาคมกริบมองสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลประจำโปรเจกต์นี้ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก “ถ้าสมองของคุณยังพอมีเซลล์ประสาทเหลือไว้คิดเรื่องงาน มากกว่าจะมานั่งหาเรื่องประชดประชันผม คุณก็น่าจะจำได้นะคะว่าคนที่เป็นคนเสนอไอเดีย ‘บ้าบิ่น’ ให้เราถ่อสังขารมาดูหน้างานไกลถึงต่างจังหวัดในวันหยุดพักผ่อนแบบนี้ คือตัวคุณเอง ไม่ใช่ฉัน” เรนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนทุกคำพูดจนอคินถึงกับชะงัก “ผมหวังดีหรอกน่า อยากให้คุณมาสัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติจริงๆ ก่อนจะลงมือจัดดอกไม้รับรองแขกวีไอพีในงานเปิดตัว ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจมปลักอยู่แต่ในห้องกระจกสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีแต่กลิ่นน้ำยาเคมีกับดอกไม้นำเข้าเหี่ยวๆ พวกนั้น” อคินย้อนเสียงแข็ง สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนนูนเด่น แสดงถึงความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาตั้งแต่สามชั่วโมงก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ที่มีไอ้หนุ่มหน้าอ่อนคนนั้นโผล่เข้ามาเสนอหน้าตัดหน้าเขาถึงสตูดิโอ *‘ผมสนใจข้อเสนอของพวกคุณแล้ว แต่มีข้อแค่ว่าผมขอให้คุณเรนเป็นคนออกแบบกลิ่นอายของงานนี้ด้วยตัวเองเท่านั้น’* ประโยคคำสั่งกึ่งแกมบังคับของลูกค้ารายใหญ่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท อคินจำได้ดีว่าวินาทีที่ได้ยิน เขารู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่หล่นทับกลางอก ไม่ใช่เพราะกลัวงานพัง แต่เพราะเขารู้สึกหงุดหงิดที่เรนทำท่าทางเหมือนสนใจข้อเสนอของไอ้บ้านั่นมากกว่าผลงานการออกแบบโครงสร้างของเขาเองเสียอีก เรนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยประกายความท้าทาย “ดอกไม้ในห้องกระจกแคบๆ ของฉัน อย่างน้อยก็ไม่เคยสร้างปัญหาเรื่องดีไซน์ขัดแย้งกับโครงสร้างเสาหลัก จนต้องให้สถาปนิกปากจัดอย่างคุณวิ่งโร่มาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หน้างานหรอกนะคะ” “เรน!” อคินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด เขาเอี้ยวตัวข้ามคอนโซลกลางเข้ามาประชิดพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนเรนเผลอผะยะหน้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับกระจกหน้าต่างรถเย็นเฉียบ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน เรนรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร่งขึ้นอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะดวงตาคู่คมสีเข้มที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของเขา คล้ายกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชา “คุณหึงเหรอ…” จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำก็กระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความเจ้าเล่ห์แกมหยหยันในเสี้ยววินาที เรนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรีบดึงสตาร์ทความมั่น “หึง? เพ้อเจ้ออะไรของคุณ อคิน ถอยออกไปเลยนะ คนกำลังจะหายใจไม่ออก” มือเรียวพยายามดันไหล่กว้างให้ออกจากพื้นที่ แต่สถาปนิกหนุ่มกลับไวกว่า คว้าข้อมือทั้งสองข้างของเขาตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย “ปากแข็งจริงนะ…” อคินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของกลิ่นดอกส้มอ่อนๆ ที่ลอยมาจากเรือนผมของอีกฝ่าย “ถ้าไม่ได้หึง… แล้วทำไมตอนที่ไอนั่นมันบอกว่าอยากให้คุณออกแบบให้คนเดียว คุณถึงทำหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้แบบนั้นล่ะ หืม?” “ฉันไม่ได้ร้อง! และไม่ได้หึงด้วย!” เรนเถียงเสียงแข็ง ใบงอนงามขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองโกรธผสมความเขินอายที่ถูกจับทางได้ “ปล่อยนะ อคิน! ถ้าคุณยังไม่ถอยออกไป ฉันจะถือว่าคุณคุกคามทางเพศ แล้วฉันจะฟ้องบริษัทให้ปลดคุณออกจากโปรเจกต์นี้จริงๆ ด้วย” คำขู่ที่ไร้พิษสงในสายตาของอคินกลับทำให้รอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกหนุ่มกว้างขึ้น เขาไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด กลับกัน… หัวใจดวงที่ด้านชามานานกลับเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่ได้เห็นปฏิกิริยาต่อต้านอย่างดุร้ายแบบนี้จากคนตรงหน้า “เชิญฟ้องเลยครับ… เพราะต่อให้ผมโดนไล่ออกจากโปรเจกต์ ผมก็จะลากคุณออกไปจากเซฟโซนปลอดภัยบ้าๆ ของคุณด้วยเหมือนกัน เรน” บรรยากาศภายในรถตู้ที่เงียบสงบถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ แววตาสีเข้มของอคินไล่สำรวจตั้งแต่ริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่น ไปจนถึงแพขนตางอนที่สั่นไหวระริก ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เรนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความรู้สึกปลอดภัยที่เคยสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงราบคาบเพียงแค่ปลายนสัมผัสอุ่นร้อนที่เริ่มเลื่อนจากข้อมือมาสัมผัสเบาๆ ที่หลังมือของเขา ทันใดนั้นเอง… *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหันราวกับสายฟ้าแลบกลางฤดูร้อน ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว อคินผละตัวออกด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ขณะที่เรนรีบหันขวับไปจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยความลนลาน อคินเลื่อนกระจกไฟฟ้าลงครึ่งหนึ่งด้วยสีหน้าบึ้งตึง พร้อมจะกินหัวใครก็ตามที่กล้ามาขัดจังหวะเวลาความเป็นส่วนตัวนี้ “มีอะไร!?” อคินกระแทกเสียงถามชายแปลกหน้าในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมสีเข้มที่ยืนยันตัวตนอยู่ข้างรถ ชายคนนั้นส่งยิ้มแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะชี้มือไปทางด้านหลังรีสอร์ตที่กำลังก่อสร้าง “เอ่อ… ขอโทษนะครับคุณอคิน พอดีทางผู้จัดการโครงการให้ผมมาตามครับ บอกว่า… มีคนสำคัญอีกคนมารอพบพวกคุณอยู่ที่ล็อบบี้แล้วครับ เห็นบอกว่าเป็น ‘เจ้าของโครงการตัวจริง’ ที่เพิ่งบินกลับมาจากปารีสกะทันหันครับ” อคินขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนเรนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ถึงกับชะงัก หันขวับมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันทีด้วยความตกใจระคนสงสัย นัยน์ตาคมกริบของอคินหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของเรนที่กำลังเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเงียบงันที่น่าอึดอัดกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม… มันคือความตื่นตัวของพายุลูกใหม่ที่กำลังจะพัดถล่มทุกอย่างให้พังครืนลงมา หิมะแรกในโตเกียว (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับเจ้าความซึนของสถาปนิกคนนี้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%