เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 20

ในรถคันเล็กกับความเงียบ

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
เสียงเครื่องยนต์ดีเซลของรถเอสยูวีคันใหญ่คำรามเบา ๆ แข่งกับเสียงหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคารถ ความเงียบภายในห้องโดยสารไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบ หากแต่มันหนาแน่นเสียจนเรนรู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวกำลังลดปริมาณลงทีละน้อย สองมือของเขาวางประสานกันไว้บนตัก ปลายนิ้วเรียวเกี่ยวเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว เพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก อคินยังคงมีสมาธิอยู่กับการขับรถ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแลดูจริงจังและเด็ดเดี่ยว เช่นเดียวกับเส้นสายคมชัดบนใบหน้าด้านข้างที่สะท้อนกับแสงไฟจากเสาข้างทาง ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นนูนเด่นชัดนั้น ฟ้องว่าสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่ออะไรง่าย ๆ กำลังอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน "ถ้าจะนั่งเงียบแล้วทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปลานประหารขนาดนั้น ย้ายมานั่งขับแทนผมไหมครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน แต่ไร้ซึ่งแววหยอกเย้ากวนประสาทเหมือนทุกที มันเป็นโทนเสียงที่เจือความเหนื่อยล้าและอารมณ์ดิบ เรนหันขวับไปมองคนข้างตัวทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ด้วยความหมั่นไส้ที่ถูกจับพิรุธได้ "ใครทำหน้าแบบนั้นกันคะคุณอคิน ฉันแค่นظرทางข้างนอกต่างหาก วิทยาเขตโครงการรีสอร์ตของคุณมันกันดารจนไม่มีอะไรน่ามองต่างหากล่ะค่ะ" "ปากเก่ง" อคินพ่นลมหายใจทางจมูกเบา ๆ มุมปากหยักลึกยกขึ้นนิดหน่อยในแบบที่เรนอยากจะเอื้อมมือไปหยิกให้เนื้อหลุด "เถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้ แสดงว่าแรงยังเหลือเฟือ งั้นเรามาเคลียร์เรื่องที่ค้างคาให้จบตั้งแต่ในรถคันนี้เลยดีกว่า" หัวใจของเรนกระตุกวาบขึ้นมาทันที เคลียร์เรื่องที่ค้างคา? เรื่องไหนกันล่ะ... เรื่องงานออกแบบที่ขัดแย้งกันเมื่อวาน หรือเรื่องสายตาคู่นั้นที่มองมาตอนอยู่ที่รีสอร์ต "ฉันไม่มีอะไรจะเคลียร์กับคุณค่ะ งานก็คือ1งาน ส่วนเรื่องส่วนตัว... เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าเซฟโซนของแต่ละคนคืออะไร" เรนเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงที่จะสบตากับนัยน์ตาคมที่หันกลับมามองเขาเพียงเสี้ยววินาที เอี๊ยด! อคินหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าจอดเทียบข้างทางบริเวณจุดพักรถที่ค่อนข้างเปลี่ยวและมืดสนิท ก่อนจะดึงเบรกมือเสียงดังฉับพลัน แรงเหวี่ยงเบา ๆ ทำให้เรนต้องใช้มือย้ำคอนโซลหน้ารถไว้ตามสัญชาตญาณ รถคันเล็กในความรู้สึกของเรนตอนนี้ กลับแคบลงถนัดตาเมื่ออคินหันตัวมาประชิด ปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจาง ๆ ลอยแตะจมูก "เซฟโซนงั้นเหรอ?" อคินทวนคำ น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำลงและจริงจังจนเรนไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา "เรน... คุณกำลังใช้กำแพงบ้า ๆ นั่นสร้างระยะห่าง หรือคุณกำลังกลัวอะไรบางอย่างกันแน่" "ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!" เรนสวนกลับทันควัน เสียงสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "ปล่อยฉันลงไปเดินตากฝนตรงนี้ยังดีเสียกว่าต้องมานั่งฟังคุณพูดจาเอาแต่ใจแบบนี้ค่ะ!" "ผมเอาแต่ใจตรงไหน" อคินขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเจ็บปวดลึก ๆ ที่เรนไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมแคร์คุณ... แคร์จนบางทีมันกลายเป็นความบ้าคลั่งเวลาที่คุณทำตัวห่างเหินใส่ ผมเป็นสถาปนิกที่ออกแบบอาคารให้มั่นคงได้ทุกหลัง แต่ทำไมกับหัวใจของคุณ... ผมถึงรู้สึกว่ามันกำลังจะพังทลายลงมาทุกวินาทีที่อยู่ใกล้กันล่ะครับ" คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มผู้หยิ่งทะนง ทำให้เรนถึงกับพูดไม่ออก ความชาแล่นแปลบไปทั่วแผ่นอก ความโกรธ ความดื้อรั้น และความรู้สึกอัดอั้นที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์พังครืนลงมาในพริบตาเดียว "คุณพูดอะไรออกมา..." เรนพึมพำ เสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ นัยน์ตาสวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสโดยไม่รู้ตัว อคินชะงักไปเมื่อเห็นประกายน้ำตาในดวงตาคู่สวย มือหนาที่วางอยู่บนพวงมาลัยค่อย ๆ เอื้อมมาแตะที่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยมีให้ และมันก็ทรงพลังมากพอที่จะทำลายกำแพงทั้งหมดที่เรนพยายามสร้างขึ้นมา "ผมขอโทษ... ที่ปากเสียใส่" อคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน "แต่ได้โปรด... อย่าทำเป็นมองไม่เห็นความรู้สึกของผมเลยนะ เรน" บรรยากาศในรถเงียบงันลงอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดภายนอก เรนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือเรียวเล็กยกขึ้นแตะหลังมือของอคินที่ยังทาบอยู่บนแก้มของตนเอง หัวใจสองดวงเต้นรัวเร็วแข่งกับเสียงฝน ความลังเลฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยที่กำลังจะเอ่ยคำตอบบางอย่างออกมา ทว่า... ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะกระจกประตูด้านฝั่งเรนดังขึ้นกะทันหันราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูฝน ทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัวและผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน เรนหันไปมองผ่านกระจกที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำฝน ภายใต้แสงไฟสลัวของจุดพักรถ ร่างสูงโปรดของใครบางคนยืนกางร่มสีดำสนิทอยู่ข้างรถ ใบหน้านั้นคุ้นตาเสียจนหัวใจของเรนหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอยยิ้มมุมปากอันตรายที่เรนจำได้ไม่เคยลืม ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะกระจกครั้งที่สองที่ดังขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%