"ถ้าคานรับน้ำหนักตรงนี้ทรุดลงมาอีกสองมิลลิเมตร งานจัดดอกไม้ศิลป์มูลค่าเจ็ดหลักของคุณ จะกลายเป็นงานศพหมู่กลางโถงนิทรรศการทันทีนะคะ คุณเรน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจงใจกระแทกกระทั้นใส่โสตประสาททันทีที่เรนก้าวเท้าเข้ามาในเขตพื้นที่ไซต์งาน สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนที่ท่อนแขนกำลังยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีต ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดุจดั่งใบมีดที่พร้อมจะเฉือนทุกอย่างที่ขวางหน้า—และเป้าหมายในตอนนี้ก็คือตัวเรนเอง
เรน (ธัญญ์วรินทร์) สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเกือบทะลุปรอท มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าสำลีขยับจัดช่อไฮเดรนเยียสีฟ้าหม่นในมือแน่นจนก้านดอกไม้แทบช้ำ เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่เชิงวิชาการนั่นแม้แต่น้อย กลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตฉายแววท้าทายพอกัน
"ถ้าโครงสร้างที่คุณอคินคำนวณมันแข็งแรงพอตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการรื้อโครงสร้างดอกไม้ลอยฟ้าทิ้งครึ่งค่อนแบบนี้หรอกค่ะ!" เรนตอกกลับเสียงเฉียบขาด น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบพอจะบาดผิวอีกฝ่ายให้แสบๆ คันๆ ได้ไม่ยาก "อย่ามาโทษงานศิลปะของฉัน ว่าแต่รอยร้าวที่ฐานปูนนั่น... ฝีมือทีมวิศวกรของคุณหรือว่าคุณคำนวณตัวเลขพลาดเองกันแน่คะ สถาปนิกคนเก่ง"
อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ชายหนุ่มก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวจนเรนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็นเมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ลอยเข้ามารุกรานประสาทสัมผัส อคินไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาหาด้วยซ้ำ ดวงตาคู่นั้นมองสำรวจเรนตั้งแต่ปลายผมจรดรองเท้าผ้าใบเลอะฝุ่นด้วยความระอาปนมันไส้
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะคุณนักจัดดอกไม้" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน "ตอนนี้ฐานรากฝั่งตะวันออกกำลังทรุดตัวลงเพราะแรงดันน้ำใต้ดินที่ผมคาดไม่ถึง และถ้าเราไม่ช่วยกันค้ำยันโครงสร้างนี้ภายในสิบนาทีนี้... ดอกไม้ราคาแพงระยับพวกนั้นของคุณจะลงไปนอนกองอยู่บนโคลน พร้อมกับชื่อเสียงของคุณที่พังไม่เป็นท่า"
เรนชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะคำขู่ แต่เพราะสายตาจริงจังที่ไร้ซึ่งเงาของการหยอกล้อในแววตาคู่คมนั้น ปัญหาหน้างานครั้งนี้ใหญ่กว่าที่คิด พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยที่ต้องเปิดตัวในอีกไม่ถึงสี่สิบชั่วโมงข้างหน้ากำลังเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างวิศวกรรมขั้นวิกฤต
"แล้วคุณจะยืนบ่นให้เสียเวลาทำไมล่ะคะ?" เรนสะบัดหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายเมื่อครู่ ก่อนจะโยนช่อดอกไม้ในมือลงบนโต๊ะทำงานสนาม แล้วหันมาเผชิญหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง "บอกมาสิคะว่าฉันต้องทำอะไร ตรงไหนที่ต้องรื้อ และโครงสร้างเหล็กดัดตัวไหนที่คุณต้องการให้ฉันช่วยยึดโยงเพื่อพยุงน้ำหนักไว้ชั่วคราว"
อคินมองท่าทีที่เปลี่ยนจากโหมดปะทะคารมมาเป็นโหมดมืออาชีพอย่างรวดเร็วของคนตรงหน้า นัยน์ตาสองสีทอประกายความชื่นชมแวบหนึ่งก่อนจะหายลับไปอย่างรวดเร็วภายใต้มาדเคร่งขรึม
"ตามผมมา" อคินคว้าข้อมือเรนโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต แรงบีบกระชับพอเหมาะลากจูงให้เรนต้องก้าวตามไปติดๆ ท่ามกลางเสียงลูกน้องในทีมก่อสร้างที่กำลังวิ่งวุ่นวายกันชุลมุน
กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ อคินพาเรนมาหยุดอยู่ใต้โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบให้เป็นซุ้มโค้งรับน้ำหนักประติมากรรมดอกไม้สด น้ำหนักนับร้อยกิโลกรัมกำลังกดทับจุดเชื่อมต่อที่เริ่มมีรอยปริแตกของปูนซีเมนต์อย่างน่ากลัว
"ตรงนี้..." อคินชี้มือไปยังจุดวิกฤต นิ้วเรียวหนาสัมผัสกับเหล็กดัดเย็นเฉียบ "โครงสร้างหลักรับแรงไม่ไหวเพราะดินทรุดตัว ผมต้องการให้คุณใช้ลวดสลิงและเถาวัลย์ประดิษฐ์ที่มีโครงเหล็กภายในของคุณ ถักทอไขว้เป็นตาข่ายรับน้ำหนักสำรองแบบเร่งด่วน ผูกโยงเข้ากับคานหลักด้านบนเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักออกไปทางซ้าย"
เรนกวาดสายตาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงไม่แพ้นักวิศวกร "ฉันเข้าใจแล้วค่ะ... แต่ถ้าผูกแค่สองจุด แรงเหวี่ยงเวลาลมตีเข้ามาจากช่องลมฝั่งโน้นจะทำให้โครงสร้างบิดตัว คุณต้องช่วยเชื่อมเหล็กค้ำยันชั่วคราวเข้ากับเสาปูนฝั่งนั้นให้ฉันก่อน ไม่อย่างนั้นต่อให้ฉันถักตาข่ายแน่นแค่ไหน มันก็เอาไม่อยู่"
อคินหันขวับมามองเรนด้วยความทึ่ง นัยน์ตาสีเข้มฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด "คุณดูออกด้วยเหรอว่าลมจะตีเข้ามุมนั้น?"
"ฉันเป็นนักจัดดอกไม้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งและอีเวนต์ใหญ่มาครึ่งค่อนชีวิตนะคะคุณอคิน ไม่ได้มีดีแค่จัดดอกไม้สวยไปวันๆ หรอกค่ะ" เรนสวนกลับทันควัน พร้อมกับยักคิ้วให้อย่างกวนประสาท "เลิกทึ่งแล้วหยิบเครื่องเชื่อมเหล็กมาค่ะ สถาปนิกปากจัด ฉันไม่อยากให้งานของฉันพังเพราะความชักช้าของคุณ"
มุมปากของอคินกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ—รอยยิ้มที่หา יםยากยิ่งในยามปกติที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
"รับทราบครับ... เอ๊ย! รับทราบค่ะ คุณนักจัดดอกไม้คนเก่ง" อคินจงใจหยอกเย้าด้วยสรรพนามกวนประสาท ก่อนจะคว้าหน้ากากกันแสงเชื่อมมาสวมแล้วลงมือจัดการตามที่เรนสั่งด้วยความคล่องแคล่ว
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดกลายเป็นความร่วมมือที่น่าทึ่ง ทั้งสองคนเคลื่อนไหวประสานกันราวกับจับวาง อคินรับหน้าที่จัดการโครงสร้างเหล็กหนักหน่วงด้วยพละกำลังและความแม่นยำทางวิศวกรรม ขณะที่เรนใช้ความประณีตและความเข้าใจในเรื่องจุดศูนย์ถ่วงของวัสดุธรรมชาติเข้ามาช่วยเสริมแต่งและผูกรัดโครงสร้างชั่วคราวให้มั่นคง เหงื่อเม็ดโตผุดพรายบนใบหน้าของทั้งคู่ แต่ไม่มีใครปริปากบ่นสักคำ
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ท่ามกลางความเหนื่อยอ่อนและฝุ่นละอองที่คละคลุ้ง ในที่สุดโครงสร้างเหล็กเสริมและตาข่ายดอกไม้ชั่วคราวก็ถูกติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ฐานรากที่เคยสั่นคลอนกลับมายืนหยัดมั่นคงได้อย่างน่าอัศจรรย์
เรนทรุดตัวลงนั่งพักบนลังไม้ใกล้ๆ อย่างหมดแรง มือเรียวปาดเหงื่อออกจากหน้าผากลวกๆ ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าในอกกลับพองโตด้วยความโล่งใจและภาคภูมิใจในผลงานเฉพาะหน้าที่เพิ่งร่วมกันกอบกู้มาได้
อคินเดินเข้ามาใกล้ ยื่นขวดน้ำแร่เย็นเจี๊ยบมาตรงหน้า เรนเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มถอดแว่นสายตาออก เผยให้เห็นดวงตาคมที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลามีคราบฝุ่นเปื้อนอยู่เล็กน้อยแต่มันกลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด
"เก่งนี่ครับ... ไม่คิดว่าคุณจะมือหนักแน่นขนาดนี้" อคินเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดจากทุกทีที่มักจะมีแต่คำพูดจิกกัด
เรนรับขวดน้ำมาเปิดดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะวางลงบนตักแล้วเงยหน้ามองสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตารู้ทัน "ชมฉันเป็นด้วยเหรอคะ นึกว่าในหัวคุณมีแต่คำว่า 'ผิดพลาด' กับ 'รื้อทิ้ง' ซะอีก"
อคินหัวเราะในลำคอเบาๆ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างเขากับเรนเหลือเพียงแค่คืบเดียว อคินย่อตัวลงให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเรน มือใหญ่เอื้อมออกไปโดยสัญชาตญาณ ปลาย้วยนิ้วเรียวปัดปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนของเรนอย่างแผ่วเบา โดยที่เรนไม่ได้ขยับหนี
สัมผัสอุ่นจัดที่ข้างแก้มทำเอาหัวใจของเรนเต้นผิดจังหวะอย่างกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว ท่ามกลางเสียงลูกน้องงานก่อสร้างที่เริ่มทยอยเดินออกไปพักผ่อน สายตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังดึงเข้าหากัน
"เรน..." อคินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นมานาน
"คะ...?" เรนตอบรับเสียงแผ่ว หัวใจเริ่มเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
อคินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ปลายจมูกแทบจะชนกัน เรนหลบสายตาไม่ได้เมื่อนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนเงาของเขาชัดเจน ไอร้อนจากลมหายใจของอคินรดรินอยู่ที่ริมฝีปาก เรนหลับตาลงพริบตาหนึ่งเพื่อตั้งสติ—
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกัน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของอคินก็แผדเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
อคินชะงัก ถอนหายใจยาวด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ขณะที่เรนสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่างแล้วลุกขึ้นยืนพรวดเดียวแก้เก้อ
อคินขมวดคิ้วยุ่ง ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาหงุดหงิดฉายชัดเจน แต่เมื่อก้มลงมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ชายหนุ่มก็ชะงักกึก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
เรนมองท่าทีนั้นด้วยความสงสัย กำลังจะอ้าปากถาม แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร อคินก็เงยหน้าขึ้นมองเรนด้วยแววตาที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยเปิดเผยมาก่อน
"เรน..." อคินเอ่ยเสียงเครือเล็กน้อย "คนที่โทรมา... คือคนที่คุณไม่อยากเจอที่สุดในตอนนี้"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของสถาปนิกคนนี้ด้วยกันนะคะ! — หิมะแรกในโตเกียว
เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด•ตอนที่ 10
รอยร้าวในโครงสร้าง
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่คุณ สถาปนิกปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!