"เกลือทะเลตากแห้งจากเกาะอิซุหกสิบกรัม กับโชยุหมักบ่มสามปี... คุณแยกความต่างไม่ได้จริงๆ เหรอครับ เชฟเรย์"
ปลายนิ้วเรียวยาวของคีย์เคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว เสียงนั้นดังก้องท่ามกลางความเงียบงั้นภายในห้องครัวเปิดโล่งของเซฟเฮาส์ กลิ่นอายความตึงเครียดลอยอวลปะปนไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปปลาแห้งที่เคี่ยวจนงวด เรย์ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นทันทีกwตวัดสายตาดุจัดมองสถาปนิกหนุ่มผู้ล่วงเกินด้วยการวิจารณ์งานศิลปะในจานอาหารอย่างไม่ไว้หน้า
"ถ้าพูดจาเพ้อเจ้อแล้วทำให้ข้าวในจานตกลงไปในถังขยะได้ ผมแนะนำให้คุณหุบปากแล้วเคี้ยวเงียบๆ ดีกว่าค่ะ คุณคีย์"
เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบคมสมกับฉายาเชฟมือหนึ่งผู้ไม่เคยปรานีใคร ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในเซฟเฮาส์หลังนี้เพื่อรีโนเวทพื้นที่ชั้นล่างให้กลายเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ สถาปนิกหนุ่มจอมกวนประสาทคนนี้ก็มักจะหาเรื่องติโน่นตินี่ในเมนูอาหารที่เขาตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาทุกค่ำคืน แต่คำพูดในวันนี้... มันมีบางอย่างที่แหลมคมจนน่าแปลกใจ
คีย์ไม่สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งของเชฟหนุ่ม ตรงกันข้าม เขากลับคลี่ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความยโสและความเจ้าเล่ห์ได้อย่างลงตัว ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนเรย์ต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นโคโลญจน์จางๆ เจือกลิ่นอายฝนแรกของคีย์แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว
"ผมไม่ได้เพ้อเจ้อนะเชฟ" คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความจริงจังที่น่าขนลุก "สัปดาห์ก่อน น้ำซุปดาชิของคุณเค็มกลมกล่อมแบบที่เรียกว่า *'อูมามิที่โอบกอดลิ้น'* แต่สามวันที่ผ่านมา... มันมีความเค็มโดดของเกลือแกงธรรมดาๆ หลุดรอดเข้ามา เหมือนคุณกำลังพยายามกลบเกลื่อนบางอย่าง... หรือว่า... ลิ้นวิเศษของเชฟเรย์กำลังจะเสื่อมสภาพกันแน่นะครับ?"
ประโยคสุดท้ายถูกกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทว่าดังก้องกังวานในโสตประสาทของเรย์ราวกับเสียงอสุนีบาต
หัวใจของเชฟหนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความลับที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี—ความลับที่แม้กระทั่งจิน ซูเชฟมือขวาผู้ร่วมเป็นร่วมตายก็ยังไม่กล้าคาดเดา—กลับถูกผู้ชายปากเสียคนนี้อ่านออกทะลุปรุโปร่งจากชามราเม็งเพียงชามเดียวได้อย่างไร!
เรย์กัดฟันกรอด ขากรรไกรขยับเกร็งจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธกร케รผสมความตื่นตระหนก เขาปัดมือหนาที่เกือบจะเอื้อมมาแตะไหล่ออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง
"อย่ามาทำเป็นอวดรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ คุณเป็นแค่สถาปนิกที่รู้เรื่องอิฐเรื่องปูน อย่ามาทำตัวเป็นนักวิจารณ์มิชลินตกกระป๋องแถวนี้ อาหารของผมไร้ที่ติเสมอ... จำใส่สมองเอาไว้ด้วย"
"ปากแข็งเป็นบ้าเลยนะคุณเนี่ย" คีย์หัวเราะในลำคอ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโมโหอย่างนึกสนุก เขารู้ดีว่าเรย์กำลังโกรธจัด และนั่นยิ่งทำให้เขาอยากขุดคุ้ยลงไปใต้เกราะป้องกันหนาเตอะนั่นให้ลึกลงไปอีก "แต่สายตาของคุณเมื่อกี้... มันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยสักนิด"
"ออกไปจากครัวของผมซะ!" เรย์ชี้หน้าประกาศิต เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวด้วยความเหลืออด "ถ้าพรุ่งนี้คุณยังกล้าวิจารณ์อาหารของผมด้วยข้ออ้างไร้สาระแบบนี้อีก ผมจะไล่คุณออกจากเซฟเฮาส์ ไม่สนด้วยว่าสัญญาจ้างจะว่ายังไง!"
คีย์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขายอมถอยหลังกลับไปสองก้าวตามคำบัญชา แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนริมฝีปากยังคงอยู่ครบถ้วน "ก็ได้ครับ ตามใจเชฟผู้ยิ่งใหญ่เลย... อ้อ พรุ่งนี้ผมจะรอดูนะ ว่าความ 'ไร้ที่ติ' ของคุณ จะยังหลอกลิ้นตัวเองได้อีกสักกี่น้ำ"
ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มหมุนตัวเดินกลับออกไปจากห้องครัวอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เรย์ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ลำพัง กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความชาหนึบแล่นพล่านไปทั่วปลายลิ้น ยืนยันความจริงอันโหดร้ายที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดว่าสิ่งที่คีย์พูด... มันถูกต้องทุกประการ
เรย์ทรุดตัวลงนั่งพิงเคาน์เตอร์ครัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาสีเข้มมองจานอาหารบนโต๊ะที่ว่างเปล่า ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจทีละน้อย หากความลับนี้ถูกเปิดเผย อาณาจักรเชฟที่เขาก่อร่างสร้างมาทั้งหมดคงพังทลายลงในพริบตาเดียว
ทว่า... ในขณะที่ความมืดมนกำลังเข้าครอบงำจิตใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ก็ดึงสติของเรย์ให้หลุดออกจากภวังค์
ดึกป่านนี้แล้ว ใครกันที่มาเคาะประตูเซฟเฮาส์?
เรย์ขมวดคิ้วมุ่น เดินสาวเท้าตรงไปยังประตูหน้าด้วยความสงสัย มือเรียวปลดกลอนแล้วกระชากเปิดออกเพื่อจะเอ่ยปากไล่แขกยามวิกาล ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที
ร่างสูงโปรغاتของชายในชุดสูทสีเข้มเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนยืนพิงกรอบประตู ใบหน้าคมคายที่เขาคุ้นเคยดีจนน่าตกใจเงยขึ้นสบตา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาถึงหัวใจ
"ไม่เจอกันนานนะเรย์... นายยังทำอาหารรสชาติห่วยแตกเหมือนเดิมหรือเปล่า?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางไปกับความปากร้ายและหัวใจที่สั่นไหวของทั้งคู่ด้วยนะคะ หวังว่าจะชอบค่ะ!
เซฟเฮาส์แอนด์เดอะเชฟปากเสีย•ตอนที่ 2
รสชาติที่แปลกไป
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์แอนด์เดอะเชฟปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
