"ถ้าคุณยังวางแปลนแบบนี้ลงไปอีกเซนチเมตรเดียว ผมจะเอาสว่านเจาะกระโหลกคุณมาทำที่แขวนตะหลิวแทนนะคะ สถาปนิกคีย์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ตึงเครียดจนแทบจะเฉือนอากาศให้ขาดเป็นสองท่อนดังลั่นขึ้นกลางพื้นที่โล่งของไซต์งานรีโนเวท เรย์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอก รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็ก และแว่นตานิรภัยที่คาดไว้บนกลุ่มผมสีเข้ม สะบัดแปลนกระดาษพิมพ์เขียวม้วนใหญ่ลงบนโต๊ะไม้กระดานชั่วคราวเสียงดังป้าบ แรงกระแทกนั้นทำให้แก้วกาแฟกระดาษสั่นไหวจนน้ำสีเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนขอบโต๊ะ
คีย์ ซึ่งยืนพิงเสาปูนเปลือยอยู่ไม่ไกล ไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ชายหนุ่มในชุดช่างภาพเสื้อยืดสีพื้นทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์เซอร์ๆ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท ดวงตาเรียวรีมองเชฟหนุ่มตัวยุ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาระรื่นราวกับกำลังดูละครตลกคาเฟ่มากกว่าจะฟังคำเตือนเรื่องโครงสร้าง
"ใจเย็นก่อนสครับเชฟ หน้าตึงริ้วรอยถามหานะคะ" คีย์ยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มติดจะหยอกเย้าลอดผ่านไรฟัน "ตรงนั้นผมคำนวณสัดส่วนตามหลัก Ergonomics มาอย่างดีแล้ว เพื่อให้เด็กในครัวของคุณเดินสวนกันได้โดยไม่ชนตูดกันไงคะ หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าจะเผลอเดินมาชนผมเข้าจริงๆ จนต้องหาข้ออ้างเรื่องแปลน?"
เรย์แค่นเสียง "หึ" ออกมาจากลำคอ ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายกวนประสาท แต่มันเป็นเพราะ 'ความจริง' ในแปลนนั้น... มันดันถูกต้องตามหลักการใช้งานจริงจนเขาเถียงไม่ออกต่างหาก
เชฟอัจฉริยะก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วผสมกับกลิ่นแดดและฝุ่นปูนลอยเข้าแตะจมูก เรย์โน้มตัวเข้าไปใกล้ กดสายตาลงต่ำเพื่อกดดัน แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าจะถอยหลังหนี มีเพียงรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาที่ทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบอย่างน่าหงุดหงิด
"ฟังให้ดีนะคะ คุณคีย์" เรย์กระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ชิดริมหูของอีกฝ่ายจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "นี่คือห้องครัวของผม อาณาจักรของผม ทุกตารางนิศต้องเป็นไปตามกฎของผม ไม่ใช่ตามจินตนาการเพ้อเจ้อของสถาปนิกที่วันๆ เอาแต่นั่งวาดรูปทรงเรขาคณิตบนกระดาษโดยไม่เคยลงมือถือกระทะจริง ถ้าคุณยังดื้อดึงจะเอาเคาน์เตอร์ทรงโค้งบ้าบอนั่นใส่เข้ามาในพื้นที่เตรียมอาหารแคบๆ นี้ ผมจะฟ้องบริษัทแม่ให้เปลี่ยนตัวสถาปนิกซะ"
คีย์ก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังยืนจ้องตาเขม็ง รอยยิ้มบนมุมปากของสถาปนิกหนุ่มจางลงเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก แทนที่จะถอยหนี คีย์กลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่กว้างเกือบจะแนบชิดกับอกของเชฟหนุ่ม
"ฟ้องเลยสครับ" คีย์กระซิบตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าลงจนน่าประหลาด "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ต่อให้คุณเปลี่ยนสถาปนิกอีกกี่คน แปลนนี้... ผมก็เป็นคนร่างขึ้นมาด้วยการนั่งมอง 'พฤติกรรม' ของคุณเมื่อสามเดือนก่อน... ตอนที่คุณยังยิ้มได้และทำอาหารด้วยความสุข"
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบเข้าที่กลางอก เรย์ชะงักกึก ลลมหายใจสะดุดกะทันหัน ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ ความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเจ้าระเบียบและปากจัด ถูกสายตาคมกริบคู่นั้นมองทะลุปรุโปร่งในประโยคเดียว
"คุณ... พูดเรื่องอะไร" เรย์เสียง
แข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับทรยศเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่เรย์ไม่กล้าแม้แต่จะตีความ "เปล่าหรอกคะ... ผมแค่หมายถึงว่า เชฟเก่งๆ อย่างคุณ สมควรมีห้องครัวที่ใช้งานได้จริงที่สุดต่างหากล่ะ"
ก่อนที่เรย์จะได้สวนคำพูดเชือดเฉือนใดกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดเสียก่อน
"เชฟเรย์ครับ! แย่แล้วครับ!"
จิน ซูเชฟมือขวาหน้าตาตื่นวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในไซต์งาน สภาพเหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอน มือถือสมาร์ทโฟนสั่นรัวในมือ ใบซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
เรย์ผละออกจากร่างสูงของคีย์ทันทีราวกับโดนไฟลวก ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นรัวด้วยแรงปะทะเมื่อครู่
"มีอะไรจิน สติหลุดอะไรอีก" เรย์เอ่ยถามเสียงดุ กลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก
"มี... มีคนปล่อยคลิปรีวิวร้านเราเมื่อสัปดาห์ก่อนลงโซเชียลครับ!" จินละล่ำละลักละลอกละลอด ละลานตา "เขาบอกว่า... บอกว่าอาหารของเรา 'ไร้รสชาติ' และวิจารณ์ว่าเชฟสูญเสียสัมผัสการรับรสไปแล้วจริงๆ ตอนนี้ยอดแชร์ทะลุหลักหมื่นแล้วครับ ลูกค้าทยอยโทรมา cancel โต๊ะจองล่วงหน้าหมดเลย!"
ข่าวร้ายพุ่งชนเข้าใส่เต็มแรง เรย์เบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ข้อมูลที่ควรจะเป็นความลับสุดยอดระหว่างเขากับจิน รั่วไหลออกไปได้อย่างไร?
ในเสี้ยววินาทีนั้น เรย์รู้สึกเหมือนพื้นปูนใต้ฝ่าเท้ากำลังจะยุบตัวลง ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของคีย์ที่ดังขึ้นเบาๆ
สถาปนิกหนุ่มก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ แววตากวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงประกายความเย็นเยียบที่น่ากลัว ก่อนที่คีย์จะเงยหน้าขึ้นสบตากับเรย์ ช้าๆ และเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
"ดูเหมือนว่า... มีคนจงใจอยากจะล้มคุณ ตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มสร้างห้องครัวนี้ขึ้นมาจริงๆ ด้วยสินะคะ เชฟเรย์"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาติดตามตอนที่ 3 ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์แอนด์เดอะเชฟปากเสีย•ตอนที่ 3
ห้องครัวในสมรภูมิ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์แอนด์เดอะเชฟปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
