เสียงกระดาษแผ่นใหญ่ถูกสะบัดจนเกิดเสียงก้องกังวานในห้องครัวสเตนเลสสตีลที่เงียบเชียบ คือคำตอบเดียวที่ชัดเจนที่สุดสำหรับงานออกแบบที่กองอยู่ตรงหน้า
เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของผลงานด้วยซ้ำ ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือยางสีขาวสะอาดกำลังคีบชิ้นเนื้อวากьюเกรดพรีเมียมลงบนเขียงด้วยความประณีต ราวกับว่ากระดาษพิมพ์เขียวมูลค่าหลายหลักแผ่นนั้น มีค่าไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษทิชชูใช้แล้วที่รอวันลงถังขยะ
"นี่คุณเรียกว่าแปลนบ้านพักตากอากาศสำหรับเชฟระดับมิชลิน หรือห้องขังเดี่ยวในเรือนจำความมั่นคงสูงกันแน่คะ คุณสถาปนิก"
น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบ เย็นชา และเจือไปด้วยความดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาปรายตามองเอกสารที่ถูกม้วนเป็นแท่ง แล้วผลักมันกลับไปหาเจ้าของด้วยหลังมืออย่างไม่ไยดี
คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาอย่างใจเย็น เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อยกับการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแบบนั้น ตรงกันข้าม ดวงตาสองชั้นหลบในคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังมองเด็กดื้อที่พยายามเหวี่ยงใส่ผู้ใหญ่
"ผมก็นึกว่าเชฟผู้ยิ่งใหญ่จะใช้ตาดู ไม่ใช่ใช้รูจมูกมองซะอีกนะครับ" คีย์ยักไหล่ ท่าทางสบายๆ ของเขายิ่งทำให้เรย์รู้สึกหงุดหงิดจนต่อmกระตุก "นั่นคือแปลนที่ถูกคำนวณตามหลักการยศาสตร์และกระบวนการทำงานในครัวระดับท็อปแล้วนะเรย์ ทุกตารางเมตรถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและการเคลื่อนไหวที่ไร้รอยต่อ"
"ไร้รอยต่อตรงไหน ในเมื่อเคาน์เตอร์เตรียมอาหารอยู่ห่างจากเตาไฟตั้งห้าก้าว แถมหน้าต่างบานนั้นยังรับแสงแดดทิศตะวันตกโดยตรงในช่วงเวลาที่ฉันต้องเตรียมซอส!" เรย์ตบมีดเชฟลงบนเขียงเสียงดังปัง จนจินที่กำลังง่วนอยู่กับการซอยหอมหัวใหญ่ถึงกับสะดุ้งโหยง "คุณจบสถาปัตย์มาจากสถาบันไหนคะ ถึงไม่รู้ว่าความร้อนจากแสงแดดทำลายอุณหภูมิของวัตถุดิบได้ หรือสมองของคุณถูกออกแบบมาให้เข้าใจแค่เรื่องตึกรามบ้านช่อง โดยไม่เคยเหยียบเข้ามาในครัวจริงๆ เลยสักครั้งในชีวิต"
จินลอบกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อซูเชฟรุ่นพี่เบาๆ เป็นเชิงปราม แต่เรย์ปัดมือออกทันที ความตึงเครียดในอากาศหนาแน่นจนแทบจะเคี้ยวได้ กลิ่นอายความพยศของเชฟหนุ่มผู้เจ้าระเบียบและมั่นใจในตัวเองสูงชนเข้ากับความกวนประสาท เยือกเย็น ของสถาปนิกหนุ่มอย่างไม่มีใครยอมใคร
คีย์ไม่ถอย เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดขอบโต๊ะเตรียมอาหารมากขึ้น ระยะห่างระหว่างเขากับเรย์ลดลงจนเหลือเพียงแค่ความกว้างของเคาน์เตอร์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วอ่อนๆ ลอยแตะจมูกเรย์ ชั่ววินาทีนั้น เรย์รู้สึกได้ถึงเงาสูงใหญ่ที่โน้มลงมาทาบทับ ดวงตาคมกริบของคีย์จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง
"ผมไม่ได้เรียนจบแค่สถาปัตย์หรอกนะเรย์... แต่ผมจบหลักสูตร 'การอ่านใจคนปากร้าย' มาด้วยเกียรตินิยม" คีย์กระซิบเสียงต่ำ ทุ้มนุ่ม และกวนประสาทเสียจนเรย์อยากจะคว้าตะหลิวมาฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักที "ที่คุณหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะแปลนของผมใช้งานไม่ได้จริงหรอก... แต่เป็นเพราะคุณกลัว"
"ฉันเนี่ยนะกลัว?" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เขายืดตัวขึ้นจนอกเกือบจะชนกับแผงอกของอีกฝ่าย แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่านิดหน่อย แต่รังสีความดุดันไม่เป็นรองใคร "คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าคนอย่างฉันจะกลัวดีไซน์ห่วยๆ ของคุณ?"
"ก็เพราะว่า..." คีย์หยุดเว้นจังหวะ ดวงตาพราวระยับจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเรย์ "แปลนบ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อบังคับให้คุณ 'ต้อง' หันมาเผชิญหน้ากับความจริง... ความจริงที่ว่า คุณสูญเสียประสาทสัมผัสในการรับรสไปแล้ว และกำลังใช้ความเจ้าระเบียบพวกนี้มาเป็นเกราะกำบังไงล่ะ"
บรรยากาศในห้องครัวหยุดชะงักลงทันที จินถึงกับทำมีดหลุดมือเสียงดังเคร้ง เสียงหัวใจของเรย์เต้นกระหน่ำในอกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความลับที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด ถูกเปิดโปงอย่างหน้าตาเฉยโดยผู้ชายกวนประสาทคนนี้
ก่อนที่เรย์จะทันได้อ้าปากด่ากราดเพื่อกลบเกลื่อนความตกใจ เสียงกริ่งประตูหน้าเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศมาเสียก่อน... และตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยาวนาน พร้อมกับร่างของแขกไม่ได้รับเชิญที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขต พร้อมรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้ทั้งห้องดิ่งลงสู่ความหายนะในพริบตา
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางไปกับความปากร้ายและหัวใจที่สั่นไหวของทั้งคู่ด้วยนะคะ หวังว่าจะชอบค่ะ!
เซฟเฮาส์แอนด์เดอะเชฟปากเสีย•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไม่ต้องการ
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์แอนด์เดอะเชฟปากเสีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
